เสธ.อ้าย จับมือประสงค์ไล่รัฐบาล

โพสท์ทูเดย์ 27 ตุลาคม 2555 >>>



ประสงค์ร่วมม็อบเสธอ้าย 28 ต.ค. ลั่นเปลี่ยนสนามม้าให้เป็นสนามกู้ชาติ ปัดเป็นอีแอบ โวแผนชุมนุม 2 ขั้น ล้มรัฐบาล

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สนามม้านางเลิ้ง องค์การพิทักษ์สยาม และภาคีเครือข่ายได้จัดการแถลงข่าวนัดรวมพล คนทนไม่ไหว ซึ่งได้นัดชุมนุมใหญ่ วันที่ 28 ต.ค. ที่สนามม้านางเลิ้ง ตั้งแต่เวลา 10.00 - 18.00 น. พร้อมเปิดตัวพันธมิตรที่จะเข้าร่วมการจัดชุมนุมดังกล่าว
ทั้งนี้ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม พร้อมด้วยคณะทำงาน อาทิ พล.อ.จำลอง บุญกระพือ ที่ปรึกษาองค์การฯ, พล.อ.ณัฐชัย เพิ่มทรัพย์ นายสมพจน์ ปิยะอุย รองประธานฯ, ได้ตั้งโต๊ะแถลงร่วมกับ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ, ร.ต.แซมดิน เลิศบุตร จากกองทัพธรรม, พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตประธานที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย
พล.อ.บุญเลิศ แถลงข่าว “รวมพลคนทนไม่ไหว นัดชุมนุมใหญ่หยุดวิฤตและหายนะชาติ 28 ต.ค. 55” ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลทำงานล้มเหลว โกงกินทุจริต คอร์รัปชั่น สร้างกระบวนการจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ครอบงำแทรกแซงระบบราชการ สร้างรัฐตำรวจ ข่มขู่คุกคามบริหารงาน ไร้ฝีมือ โกงโง่ดื้อ จนเกิดภาวะข้าวยากหมากแพง ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง แต่เกิดจากการทนไม่ได้ สร้างความสั่นสะเทือนต่อรัฐบาล และยังมีการออกมาโกหกว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีกระบวนการหวยบ่อนยาเสพติดสนับสนุน ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการร้อนตัวของรับบาล การเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามฯ ไม่มีพรรคการเมืองใดหนุนหลัง และไม่ได้หวังเปลี่ยนขั้วทางการเมืองแบบ “อัปรีย์ไป จัญไรมา” แต่การต่อสู้กับระบอบทักษิณต้องมีเครือข่ายที่มีกำลังมากขึ้น การแสดงพลังของประชาชนจึงจะสามารถหยุดหายนะของรัฐบาลชุดนี้ได้
ด้าน น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ กล่าวว่า ตนได้รับเชิญจาก พล.อ.บุญเลิศ ให้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งเป็นหน้าที่ของคนไทย ตนร่างรัฐธรรมนูญมา คนไทยมีหน้าที่สำคัญตามมาตราที่ 70 และ 71 คือ การพิทักษ์รักสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และคนไทยมีหน้าที่ในการป้องกันประเทศรักษาผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งหน้าที่นี้จะไม่มีวันเกษียณเหมือนอายุราชการ ตนไม่ได้มาส่งเดช แต่ได้ติดตามกิจกรรม อุดมการณ์ และเป้าหมาย ว่าสิ่งนี้ คือ สิ่งที่ใช่เลย สำหรับบ้านเมืองว่าตอนนี้บ้านเมืองสมควรที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ให้ล่มสลายจากการเมืองเลวๆ ที่มาบริหารประเทศ ทั้งโกง และดื้อด้าน ไม่มีความละอายต่อคุณธรรมและศีลธรรม ซึ่งในวันที่ 28 ต.ค.นี้ สุภาษิตที่ว่า “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” จะใช้ไม่ได้แล้วต้องเปลี่ยนเป็น “เปลี่ยนสนามม้าเป็นสนามกู้ชาติบ้านเมือง” โดยบางคนที่ชอบกล่าวหาว่า ตนเป็นอีแอบอยู่เบื้องหลังนั้นไม่เป็นความจริง ตนอยู่ข้างหน้าเสมอถ้าประชาชนต้องการ อีแอบ คือ คนที่หนีคดีออกนอกประเทศ แล้วสร้างความปั่นป่วนต่างหาก
โดยกิจกรรมหลายกลุ่มที่ทำไป หากถูกต้องและชอบธรรม ทำเพื่อประโยชน์ของส่วนร่วมแล้วช่วยเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีขึ้นตนเห็นด้วยทุกอย่าง ส่วนข่าวที่ว่าเป็นแผนบันได 5 ขั้นล้มรัฐบาลนั้น  ทำไมไม่บอกว่าบันไดขั้นเดียวเท่านั้น คือ ขั้นแรกวันที่ 28 ต.ค. ส่วนขั้นที่ 2 จะตามมาในไม่กี่วัน จะเอาให้จบไม่ยืดเยื้อ ตนคิดว่าถ้าจะมีก็มี 2 ขั้นเท่านั้น มันต้องจบ บ้านเมืองต้องจบลงด้วยดี ด้วยประชาชน  ทั้งนี้ที่ผ่านมา รัฐบาลหรือนักการเมืองที่ไม่ดี มีอำนาจบริหารบ้านเมืองชุดปัจจุบันไม่ใช้รัฐบาลของประชาชน แค่อ้างว่ามาจากประชาชน ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งการอ้างดังกล่าวคนไทยรู้ดีว่าการเข้าสู่อำนาจของคนพวกนี้มาด้วยวิธีการที่สกปรก
พล.อ.บุญเลิศ กล่าวเสริมว่า การชุมนุมในวันที่ 28 ต.ค. ประชาชนที่มาร่วมและรับฟังข้อเท็จจริงจะกลับไปบอกคนที่ไม่ได้มา หลังจากนั้นจะมีการประเมินอีกครั้งว่า มีการบอกข้อมูลต่อกับบุคคลอื่น 1 คนต่อ 100 คน สมมติว่า หากคนมาร่วม 2 หมื่นคน เมื่อฟังแล้วกลับไปบอกให้คนมาอีก 200 คน ก็จะมีครั้งที่ 2 ไม่นานหลังจากวันที่ 28 ต.ค. อาจจะเป็น 1 เดือน หรือ 3 สัปดาห์ โดยบันไดขั้นที่ 2 จะนำไปสู่การขับไล่รัฐบาลโดยประชาชนม้วนเดียวจบ สำหรับรายชื่อนักวิชาการที่จะเข้าร่วมปราศรัย อาทิ นายต่อตระกูล ยมนาค, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงษ์, นายสมเกียรติ หอมลออ, นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ, นายนิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน นายสุรพงษ์ ชัยนาม, พล.อ.ปฐมพงศ์ เกษรศุกร์, น.ต.ประสงค์ สุ่นสิริ และ ดร.เสรี วงษ์มณฑา เป็นต้น