"อุกฤษ" เชื่อศาล รธน. ใช้สายกลาง ตัดสินให้แก้รายมาตรา

ผู้จัดการ 11 กรกฎาคม 2555 >>>




"อุกฤษ" ระบุ 3 แนวทางตัดสินคดีแก้ รธน. ทั้งยกคำร้อง ให้แก้รายมาตรา และขัด ม.68 ต้องยุบพรรค คาดตุลาการฯ คงใช้ทางสายกลาง ฉีกทิ้งฉบับไม่ได้ ต้องแก้เป็นรายมาตรา แนะใช้โมเดลผู้เชี่ยวชาญยกร่าง เสียบแทน กมธ.วิสามัญ ร่วมพิจารณาได้

นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ) ได้วิเคราะห์การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตาม มาตรา 291 เข้าข่ายการล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 หรือไม่ว่า เป็นไปได้ทั้ง 3 ทาง คือ
1. ศาลยกคำร้องเพราะไม่เข้ามาตรา 68 หรือถ้าเข้าก็ต้องดำเนินการผ่านอัยการตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญก่อน
2. ไม่สามารถแก้ได้ทั้งฉบับแต่ให้สามารถแก้ไขในรายมาตราได้ ซึ่งทางออกนี้คือทางสายกลาง และถ้ามองเป็นข้อดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ต้องมีกระบวนการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และประหยัดงบประมาณได้ถึง 2,000 ล้านบาท
3. ขัดมาตรา 68 ไม่สามารถแก้ไขได้และตัดสินยุบพรรคการเมือง
ทั้งนี้มองว่าทุกอย่างคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และผู้ที่เป็นศาลรัฐธรรมนูญเองก็ต้องตัดสินโดยยึดหลักความยุติธรรมและหลักนิติศาสตร์ โดยปราศจาคอคติบนพื้นฐาน เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่ใช่การตัดสินบนพื้นฐานความกังวลว่าเมื่อตัดสินมาแล้วจะส่งกับใคร อย่างไร
ส่วนการตั้งคณะทำงานร่างรัฐธรรมนูญจากผู้เชี่ยวชาญ 34 คนตามที่ คอ.นธ. เคยเสนอมาก่อนหน้า จะใช้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราได้หรือไม่ นายอุกฤษ ยืนยันในหลักการดังกล่าว แต่ขณะนี้ได้พ้นบริบทแบบที่เสนอไปตอนแรก หลักที่เคยเสนอเป็นเพียงตุ๊กตา หากมีการแก้ไขเป็นรายมาตราก็จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐสภา และมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่เมื่อมีคณะกรรมการแล้วสภาฯจะดึงเอาผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญในสาขาอาชีพต่างๆ มาใช้ก็ย่อมทำได้
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองสถานการณ์การเมืองหลังศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินคดีในวันศุกร์ที่ 13 ก.ค. นี้อย่างไรนั้น นายอุกฤษ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น โดยกล่าวว่า ตนไม่ใช่หมอดู อย่างไรก็ตามบ้านเมืองมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ ขอให้เชื่อ และไม่น่าจะเกิดความรุนแรงใดๆ หรือนองเลือดกันอีก