พูดมาก คนฟังน้อย

ข่าวสด 12 เมษายน 2555 >>>




คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
มันฯ มือเสือ

กระแสแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เหมือนกับกระแสปรองดอง
คือต่างก็เป็นเครื่องสะท้อนความคิดอ่านชนิดยืนอยู่กันคนละสุดปลายขั้ว ระหว่างรัฐบาลเพื่อไทยกับฝ่ายค้านประชาธิปัตย์
ในทางการเมืองนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องผิดแปลกแต่อย่างใดถ้าหากประชาธิปัตย์ยืนกรานคัดค้านทุกเรื่องที่รัฐบาลเพื่อไทยทำ
เพราะรัฐบาลเพื่อไทยเองก็มีจุดอ่อนให้โจมตีอยู่เต็มไปหมด
บางเรื่องรัฐบาลก็ย่ามใจในการเป็นเสียงข้างมาก อย่างเช่นการเร่งเกมปรองดอง ที่ใครต่อใครหลายคนเห็นด้วยว่าจำเป็นต้องแตะเบรกไว้บ้าง
เพียงแต่ประชาธิปัตย์ต้องชี้ให้ชัด ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่อาศัยสำนวนโวหารตีกินไปวันๆ
ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต่างจากการขุดหลุมฝังตัวเอง
อย่างกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ และเสนอเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวาระ 2 เมื่อวันอังคารที่ ผ่านมา
ไม่มีใครรู้ว่าในบั้นปลายท้ายสุดที่ประชุมจะเห็นชอบตามร่างกรรมาธิการตั้งแต่มาตรา 291/1 ถึง 291/17 ทั้งหมดเลยหรือไม่
แต่เพียงเริ่มต้นด้วยลีลาตามสไตล์เดิมๆ ของ ส.ส. ระดับลิ่วล้อ ก็พอมองออกว่าครั้งนี้สมาชิกบางคนในประชาธิปัตย์ตั้งใจมาตีรวนโดยเฉพาะ
ตรงนี้เองคือปัญหาของประชาธิปัตย์ที่ขยันผลักไสตัวเองออกห่างจากคำว่า "ฝ่ายค้านคุณภาพ" เข้าไปทุกที
ขณะเดียวกันผลดีก็จะตกอยู่กับรัฐบาลเพื่อไทยที่ไม่จำเป็นต้องเหน็ดเหนื่อย ในการคิดหากลยุทธ์รับ มือ เพียงแต่อาจต้องอาศัยความอดทนอดกลั้นอยู่บ้าง
นั่นคือการปล่อยให้ ส.ส.ประชาธิปัตย์ พูดไปเรื่อยๆ
เพราะหลายเรื่องที่ประชาธิปัตย์พูดได้ผ่านการพิสูจน์มาแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องปรองดอง เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งเรื่องไฟใต้
ยิ่งพูดมากเท่าไหร่ คนฟังยิ่งน้อยลงเท่านั้น