
"ยงยุทธ" ระบุหลังสงกรานต์เรียก ปคอป. ถกชี้ขาดสานเสวนาปรองดอง และเดินหน้าชง กม.นิรโทษ-ปรองดอง อ้างคนเบื่อเซ็ง อยากเริ่มต้นใหม่ และบ้านเมืองเจ็บปวดมามากพอแล้ว โบ้ยพัลวันออก กม.นิรโทษ หรือปรองดองเป็นหน้าที่สภา ไม่เกี่ยวรัฐบาลหรือเพื่อไทย …
เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2555 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) ระบุว่า หลังเทศกาลสงกรานต์ หรือภายในเดือน เม.ย. นี้ จะเรียกประชุม ปคอป. โดยเร็วที่สุด เพื่อพิจารณารับฟังความเห็นของคณะกรรมการให้ชัดเจนว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร รวมถึงการหารือการสานเสวนาปรองดองหรือไม่ หลังสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติมาให้รัฐบาลดำเนินการต่อ
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของส่วนรวม ซึ่งจะช้าไม่ได้ เพราะการปรองดอง สมานฉันท์ เดินหน้าประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมายุ่งยากและเจ็บปวดรวดร้าวกันมา 5 ปีเต็ม ทำให้ทุกคนเซ็งและเบื่อ อยากจะเริ่มต้นใหม่ ดังนั้น การดำเนินการที่ทำอยู่ไม่ได้ถือว่าเร็วไปหรือเร่งรีบอะไร มีแต่จะช้าไปด้วยซ้ำ เมื่อนำเข้าไปหารือใน ปคอป. จะได้รู้ว่าจะทำหรือไม่ทำสานเสวนาปรองดอง
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสภาได้มีความเห็นมาแล้วว่า ได้ผ่านการเปิดรับฟังความเห็นของฝ่ายต่างๆ มาแล้ว และในรายงานของคณะกรรมาธิการก็มีความเห็นของประธานสภาอุตสาหกรรม ประธานหอการค้า กรรมาธิการ และทุกฝ่ายทุกกลุ่มครบทุกภาคส่วนในช่วง 4-5 ปี ทำให้รู้ว่าปัญหาอยูที่ไหน ใครต้องการปรองดองหรือไม่ต้องการปรองดองสังคมก็ทราบกันดีอยู่แล้ว ขณะนี้รัฐบาลไม่ต้องอธิบายแล้วว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วน รอไม่ได้แล้ว เพราะประชาชนก็เข้าใจดีว่าต้องรีบทำ
ส่วนรูปแบบการคืนความถูกต้องและความเป็นธรรมให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในชาติ ตามรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติจะต้องออกเป็น พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือ พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ นั้น ก็ต้องออกเป็น พ.ร.บ. โดย พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือ พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ก็เข้าใกล้มาทุกทีแล้ว ส่วนการจะเริ่มต้นได้เมื่อใดนั้นอยู่ที่การหารือของ ปคอป.ในที่สุดการออกเป็นกฎหมายจะได้ข้อยุติในเรื่องของการปรองดอง ทั้งนี้ การเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือ พ.ร.บ.ปรองดอง รัฐบาลไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของสภา และไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ไม่เกี่ยวกับใครทั้งสิ้น ส่วนที่ นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ จะรวบรวมรายชื่อ ส.ส. 20 คน เสนอร่าง พ.ร.บ. เข้าสู่สภาก็แล้วแต่สภาจะเอาอย่างไร
