
ทักษิณ ถึงลาว เผยพร้อมคุยใครก็ได้เพื่อบ้านเมืองปรองดอง ยืนยันไม่ใช่คู่กรณี"พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์"ขณะขอปัดไม่ตอบข้อเสนอ อภิสิทธิ์ เว้นนิรโทษกรรม 2ต่อ 1 บอกไม่เป็นศิริมงคล...
วันที่ 11 เม.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมายังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีกลุ่มคนไทยเดินทางไปให้การต้อนรับจำนวนมาก เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ที่โรงแรมดอนจัน ก่อนที่จะเข้าร่วมงานบรรยายเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจให้นักธุรกิจลาวฟัง โดยผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลการเดินทางมาครั้งนี้ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า อยากที่จะมาทำบุญ และเจอเพื่อนพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันมานาน ซึ่งบางคนห่วงเรื่องสุขภาพเพราะได้ยินข่าวลือหลายอย่าง จึงตัดสินใจที่จะเดินทางมาให้เห็นหน้าเห็นตากัน พร้อมยอมรับว่า คิดถึงเมืองไทยตลอดเวลา คิดมาตลอดว่า อยากเดินทางกลับบ้าน ส่วนวิธีการเดินทางกลับแบบเท่ๆ นั้น ถึงเวลามันต้องเท่ก็ต้องเท่ แต่จะใกล้ถึงเวลาหรือยังนั้น ก็ไม่เป็นไร ให้แล้วแต่สถานการณ์
แต่สิ่งที่น่าห่วงคือเรื่องของแผ่นดินไหวใหญ่ที่หมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งที่ทราบว่าเกิดที่จุดเดิมที่เดียวกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน แต่เท่าที่ทราบความแรงของสึนามิอาจจะไม่เท่าครั้งก่อนที่เคยเกิด โดยได้มีโอกาสพูดคุยกับนายปลอดประสบ สุรัสวดี รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ แล้ว ซึ่งได้แนะนำว่าควรรีบเตือนภัย และอพยพ ประชาชนก่อน ซึ่งก็มีขั้นตอนการทำงานอยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าจับตาต่อคืออาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นตามมาที่มีขนาดความแรงค่อน ข้างสูง อาจต้องติดตามดูต่ออีกระยะ แต่ที่ได้คุยกับนายปลอดประสบ ก็ได้ย้ำเรื่องการรักษาชีวิตประชาชนไว้ก่อน ส่วนกับนายกรัฐมนตรีนั้น ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยเนื่องจากยังปฏิบัติภารกิจในงานพระราชพิธีอยู่
ส่วนเรื่องของความปรองดองนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่าเชื่อว่าทุกฝ่ายเห็นไปทางเดียวกัน อยากให้เกิดความปรองดอง คงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่ไม่อยากให้เกิดความปรองดองขึ้น ขณะที่เรื่องของการถูกมองเป็น1ในคู่กรณี หรือคู่ขัดแย้ง ซึ่งหากมีโอกาสได้พูดคุยทำความเข้าใจจะเป็น เรื่องดีกับสถานการณ์ของประเทศไทยนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า พร้อมที่จะพูดคุยยังไงก็ได้ ขอให้บ้านเมืองดี และยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นเงื่อนไข ซึ่งจะคุยกับใครก็ได้ที่เป็นคน หากเป็นเสือก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ความจริงฝ่ายทุกฝ่ายก็อยากเห็นบ้านเมืองสงบอยู่แล้ว คงมีไม่กี่คนที่ไม่อยากปรองดอง แต่ส่วนใหญ่อยากเห็นบ้านเมืองสงบ ตนเองพร้อมจะอย่างไรก็ได้ ขอให้บ้านเมืองดี อยากเห็นความสามัคคี
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์เสนอแนะว่าให้ยกเว้นนิรโทษกรรม เฉพาะตัวนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และตัว พ.ต.ท.ทักษิณ แบบ 2 ต่อ 1 จะกล้ารับคำถ้าหรือไม่นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่อยากพูดเรื่องนี้เพราะคงไม่เป็นศิริมงคล
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง ข้อเสนอของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่แนะนำว่าหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดคุยพับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี อาจเกิดสัญญาณที่ดีในเรื่องความปรองดองได้นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตนเองไม่ใช่คู่กรณีกับท่าน (พล.อ.เปรม) โดยช่วงท้ายการให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวถามถึง พรบ.นิรโทษกรรม และปรองดอง ว่ามีโอกาสที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่าเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรที่จะดำเนินการ โดยจะเกี่ยวข้องกับการพาตนเองกลับบ้านหรือไม่นั้น คงตอบไม่ได้ เพราะไม่ทราบ แต่ทุกอย่างต้องมีหลักการของมันเองอยู่แล้ว จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ขอตัวเข้าห้องบรรยายต่อ
ขณะที่บรรยากาศงานบรรยายเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจ ให้นักธุรกิจที่ประเทศลาวฟังเป็นไปด้วยความคึกคัก มีทั้งนักการเมือง อดีตนักการเมือง ส.ส.เพื่อไทย แกนนำเสื้อแดงเข้าร่วมงานเลี้ยงอย่างคับคั่ง อาทิ นายยงยุทธ ติยะไพรัช นายขวัญชัย ไพรพนา นายยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชย์ นายอดิศร เพียงเกษ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นายสุธรรม แสงประทุม นางไพจิต อักษรณรงค์ นายวิสา คันทัพ นายอรรถชัย อนันตเมฆ ส่วนคนดังที่เดินทางไปร่วมงาน อาทิ นางกอบศุข จารุจินดา วีระประวัติ
โดยระหว่างการแสดงวิสัยทัศน์งานบรรยายให้นักธุรกิจลาวฟัง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ขอบคุณรัฐบาลลาวที่ให้การต้อนรับ ให้โอกาสมาทำบุญตามประเพณี โดยไม่ได้ทำบุญตามประเพณีมานาน หลังจากไม่ได้อยู่ในประเทศ เมื่อ 2 เดือนก่อนได้ไปหลวงพระบาง สปป.ลาว ได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ตักบาตรพระ 99 รูป เป็นครั้งแรกหลังจากออกประเทศไทยมา 5 ปี โดยในวันที่ 12 เม.ย. จะทำบุญเลี้ยงพระ 120 รูป ซึ่งวันนี้ (11 เม.ย.) รู้สึกมีความสุข ได้มีบรรยากาศในการพูดภาษาไทย และคนฟังก็รู้เรื่องทุกคน แม้จะไม่ได้อยู่ในประเทศไทยก็ตาม
ส่วน เรื่องที่ถามผมเกี่ยวกับสุขภาพส่วนตัวนั้นที่ว่ากันว่า ผมเป็นมะเร็งนั้น ยอมรับผมเป็นมาเล็ง มากกกว่า คืออะไรอร่อย ก็มาเล็งหมด แต่ที่แน่ๆผมไม่เครียดแต่ต้องซีเรียสและจริงจังกับทุกเรื่องที่ทำหรือดำเนินการ</p><p>พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้แสดงวิสัยทัศน์เรื่องทิศทางธุรกิจ ของประเทศไทยและของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในอนาคตว่า ต่อจากนี้ไปทุกประเทศในแถบภูมิภาคนี้ ไทย ลาว เขมรและ กัมพูชา จะต้องร่วมมือกันในด้านเศรษฐกิจให้มากขึ้น และต้องปรับระบบเป็นไปตามยุคตามสมัยที่เปลี่ยนไป อย่าคิดว่าจะใช้ยาเพียงตัวเดียวรักษาโรค จะหาย อนาคตควรต้องคิดว่าอะไรที่ไทยผลิตแล้วต้นทุนจะต่ำ อะไรที่ให้ลาวผลิตแล้วต้นทุนต่ำ ก็ต้องส่งเสริม คือมันต้องปรองดองกัน วันนี้ทุกประเทศจะต้องเข้มแข็ง และมีเพื่อนบ้านให้มากๆ ยิ่งแคบจะยิ่งลำบาก</p><p>ขณะ ที่แหล่งข่าวระดับสูง ที่ใกล้ชิดอดีตนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ อีกว่า หลังจาก พ.ต.ท. ทักษิณได้แสดงวิสัยทัศน์ในงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจให้กับกลุ่มนักธุรกิจลาวฟัง แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณจะได้สไกป์ไปยังที่กลุ่มมวลชนเสื้อแดง รวมตัวกันที่จังหวัดหนองคายในประเทศไทยวันนี้ด้วย ส่วนกำหนดการในวันพรุ่งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปทำบุญรดน้ำดำหัว ที่วัดมหาธาตุ ในเวลาประมาณ 08.00 น. ก่อนที่จะบินต่อไปที่ นครจำปาศักดิ์ ประเทศลาวในช่วงบ่ายวันที่12 เม.ย. ต่อไป
