
ความพยายามปรองดองของบิ๊กบัง ล้มเหลวอย่างไม่น่าประหลาดใจ ด้วยคำถามประโยคเดียว “ใครอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร” เสธ.หนั่น อ้างว่า ต้องการถามเพื่อเคลียร์ให้ป๋าเปรม แต่ไม่ว่าถามอย่างไร ตอบอย่างไร ขอเพียงคำถามนี้จุดพลุขึ้นมา ก็วงแตก
เพราะมันไปจี้ใจดำที่พยายามจะปรองดองโดยไม่ทำความจริงให้กระจ่าง จึงไม่มีทางสำเร็จ เมื่อความขัดแย้งขยายไปสู่ประชาชนวงกว้างขนาดนี้ ปรองดองต้องไม่ใช่เกี้ยเซียะ ลูบหน้าปะจมูก แต่ปรองดองต้องเกิดหลังจากความจริงชัดเจน ชี้ถูกชี้ผิด แต่ละฝ่ายยอมรับผิด แล้วก็ให้อภัยกัน
การปรองดองของบิ๊กบัง The Big Bang Theory เป็นเรื่องโจ๊ก เพราะจะนิรโทษให้ทักษิณโดยไม่เคลียร์สาเหตุรัฐประหาร ทั้งที่สร้างกระแสให้สังคมเข้าใจตลอดมาว่า รัฐประหารถูก ทักษิณผิด ตอนนี้จะมากลบเกลื่อนว่าไม่มีใครถูกใครผิด จบแค่นี้ ชนชั้นนำทั้งสองฝ่ายจะได้จูบปากกัน มันไม่มีใครยอมหรอกครับ ไม่ว่าเสื้อเหลืองเสื้อแดง
เราจึงไม่ปรองดองกันต่อไป จนกว่าจะมีใครชนะ ซึ่งนั่นไม่น่าเรียกว่าปรองดอง แต่เป็นสภาพที่ฝ่ายหนึ่งชนะ อีกฝ่ายยอมจำนน
พูดถึงแพ้ชนะ ต้องพูดถึงบทวิเคราะห์ของธีรยุทธ บุญมี ซึ่งทั้งแดงทั้งเหลืองวิจารณ์กันแหลกลาญ ตั้งแต่คำ ผกา ไปถึง สุรวิชช์ วีรวรรณ แต่ในมุมมองของผม ต้องให้คะแนนว่านับแต่เป็นศาสตราจารย์วิธีพิเศษ ธีรยุทธก้าวหน้าขึ้นหน่อย บทวิเคราะห์นี้ต้องอ่านเป็น 2 ส่วน คือส่วนของการวิเคราะห์สถานการณ์ และส่วนที่เป็นความเห็นธีรยุทธเอง
ปกติมันแยกไม่ได้หรอก แต่ธีรยุทธซะอย่าง สามารถทำให้แยกได้ นั่นคือธีรยุทธวิเคราะห์ว่า ขั้วทักษิณ-ประชาธิปไตยรากหญ้าจะชนะฝ่ายอนุรักษ์ แต่เวลาแสดงความเห็น ก็ยังไม่วายเข้าข้างฝ่ายอนุรักษ์ มันก็เลยกั๊กๆ ตามประสาคนใส่เสื้อกั๊ก ในภาพรวมแล้วเป็นการ “ยอมจำนน” แต่ยังปากแข็ง
ยอมจำนนคือ ธีรยุทธรับว่า ก๊ก “คนเลว” โจโฉ เสื้อแดง รากหญ้า จะชนะก๊ก “คนดี” เล่าปี่-ขงเบ้ง พวกอนุรักษนิยมฟังแล้วเหมือนโลกจะแตกสลาย ร้องห่มร้องไห้ ร่ายบทกวีซีไรต์ เจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้า ขณะที่ฝ่าย “ประชาธิปไตยรากหญ้า” ฟังแล้วก็เคืองเพราะถูกหาว่าเป็นก๊กคนเลว ทั้งที่จริงสาระสำคัญคือ เสรีประชาธิปไตยจะชนะประชาธิปไตยแบบอำมาตย์ แต่ธีรยุทธเล่นคำไปซะงั้น
อันที่จริงก่อนหน้านั้นธีรยุทธก็พูดค่อนข้างดี เช่นเปรียบเทียบว่าเป็นการต่อสู้ระหว่าง “ประชาธิปไตยกินได้” กับ “ประชาธิปไตยคนดี” หรือประชาธิปไตยดูได้ เผด็จการคนดีก็รับได้ แถมยังบอกว่าการเกิดขึ้นของการเมืองรากหญ้าจะเกิดผลยั่งยืนแก่ประชาธิปไตยแล้วสร้างความเป็นธรรมในที่สุด แต่ระหว่างยังไปไม่ถึงจุดนั้น ธีรยุทธก็เอาไปผูกกับทักษิณแล้วบอกว่าเป็นชัยชนะของคนเลว
คำถามคือมันมีด้วยหรือประชาธิปไตยคนดี (แม้ธีรยุทธจะแซวอยู่เล็กๆ ว่าคนชั้นกลางชั้นสูงชอบประชาธิปไตยคนดี เพราะถือตัวว่าเป็นคนดี) ที่เห็นและเป็นอยู่มันมีแต่เผด็จการ หรือประชาธิปไตยครึ่งใบที่ครอบงำโดยคน (ที่สังคมเชื่อว่า) ดี ซึ่งดำรงอยู่ด้วยความเชื่อว่า ชาวบ้านโง่ เลือกนักการเมืองเลว
ประเด็นสำคัญคือก่อนที่จะสรุปว่าคนดีแพ้คนเลว เหมือนเล่าปี่แพ้โจโฉ (ซึ่งความจริงเป็นเพราะคนเขียนสามก๊กเข้าข้างเล่าปี่) ต้องถามก่อนว่า “ก๊กคนดี” นี้ดีจริงหรือ
ธีรยุทธบอกว่าคนชั้นกลางชั้นสูงเกลียดทักษิณเพราะไม่เคารพกติกา แต่ใช่ว่า “คนดี” เคารพกติกาซะเมื่อไหร่ เพราะแทนที่จะสู้กันด้วยข้อมูล เหตุผล ตามวิถีประชาธิปไตย กลับใช้กำลังรัฐประหาร ใช้ความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ยุบพรรค ตัดสิทธิ ร่างกติกาใหม่ให้ฝ่ายตัวเองเล่นฟุตบอล 13 คน แพ้แล้วก็ยังวางกับดัก พลิกผลการเลือกตั้ง ให้พรรคที่คนดีเชื่อว่าเลวน้อยกว่า ผสมพันธ์กับก๊วนเลวมากกว่า แล้วไชโยโห่ร้องลากถูลู่ถูกัง กระทั่งม็อบรากหญ้าบุกเมือง “คนดี” ผู้เหลืออดกับ “สันดานไพร่” ก็ออกใบอนุญาตฆ่า สนับสนุนให้ใช้กำลังกระชับพื้นที่
คำถามคือ 6 ปีที่ผ่านมา คนที่ถือตัวว่าเป็นคนดี เคยสำรวจตัวเองบ้างหรือเปล่า ว่าคุณยังเป็นคนดีอยู่ไหม ไม่ใช่บอกแต่ว่าไม่โกงใคร รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แล้วดูถูกเหยียดหยามชาวบ้าน (สงสารอยู่นะ แต่ควรจะนอนรอแจกข้าวสารผ้าห่ม ไม่ควรลุกฮือขึ้นมาอ้างว่ามีสิทธิเท่าเทียม) ใช้วิธีการวิธีโกงทุกอย่าง กำจัดคนที่คุณเชื่อว่าเลว แม้แต่คนที่เห็นต่าง ก็กลายเป็นเลวไปหมด (ไชโย มีคนชกหน้ามัน) ในหัวใจเปี่ยมไปด้วยโมหะ โทสะ เกลียดชัง อำมหิต ทั้งที่คุยว่ามีหนังสือพระเต็มตู้
ถ้ายังพอมีสติ ก็สำรวจตัวเองเสียบ้างนะครับว่าจริงหรือ ที่คนดีแพ้คนเลว ความดีแพ้ความชั่ว
