ประเทศชาติกำลังไปได้สวยคงไม่มีใครกล้าก่อกบฏ

คมชัดลึก 26 มีนาคม 2555 >>>




นับตั้งแต่ปฏิวัติเมื่อ 6 ปีก่อน ช่วงเวลานี้น่าจะเป็นเวลาที่โล่งอกได้มากที่สุด เมื่อรัฐบาลดูเหมือนว่าจะมาถูกทาง เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว บรรยากาศความปรองดองเริ่มเกิดขึ้นจากกลไกต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่การต่อต้านขัดขวางไม่ประสบผลเป็นชิ้นเป็นอันนอกจากโวหาร ด้วยสภาพเช่นนี้คงไม่มีใครลากรถถังออกมาเป็นแน่ แม้ว่าจะมีบางกลุ่มยังละเมอเรียกร้องอยู่จริงอยู่ที่ประเทศเพิ่งพ้นน้ำท่วมมาไม่กี่เดือน และเจอเข้ากับปัญหาหลายอย่างที่น่าจะสเกลใหญ่ขึ้นในอนาคต เช่นภัยแล้ง ม็อบเกษตรกรหรือการต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การแก้ไขปัญหาที่ตั้งใจและพุ่งตรงต่อปัญหาที่ความขัดแย้งไม่สูง ขณะที่ผ่อนเวลาสำหรับปัญหาซับซ้อนนั้นทำให้รัฐบาลได้คะแนนนิยมมากขึ้นไม่เพียงแต่กับประชาชน แต่กับฝ่ายต่างๆ ด้วย มีผลทำให้สถานการณ์ดูราบรื่น สอดคล้องกับการที่ต่างชาติเพิ่มการลงทุน ของแพงควบคุมได้ โปรเจกท์ใหม่ๆ กำลังเกิด ผู้หนุนรัฐบาลก็ดูจะไม่เร่งเครื่องชนกับฝ่ายต่อต้านอย่างได้คืบจะเอาศอก
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้แทบไม่มีเวลาคิดเรื่องจะเอารัฐประหารมาสอดจักรกลที่กำลังทำงานให้เครื่องพัง เมื่อหันมององค์กรเดียวที่มีขีดความสามารถในการกระทำ ก็ดูเหมือนจะขาดเจตจำนงที่จะกระทำเสียแล้ว กองทัพยุคนี้ใช้เวลากับการกู้ชื่อเสียงของตนอย่างคุ้มค่าด้วยการเข้าไปแบกรับงานสาธารณะ เช่น ลอกคลองและช่วยเหลือชาวบ้าน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ทหารใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องภัยคุกคามนอกแบบที่กระทบตรงต่อประชาชนมากขึ้น ซึ่งเรื่องของโลกร้อน ภัยพิบัติ โรคระบาดและอื่นๆ เหล่านี้กำลังเป็นเทรนด์เดียวกับที่กองทัพของชาติอื่นๆ สนใจใคร่ทำมากกว่านั่งนับเม็ดเงินซื้ออาวุธ การดำเนินการเช่นนี้ไม่ใช่การกรรเชียงหนีปัญหาไปจนกว่าจะสุดปลายเชือกค่อยเด้งออกมาสู้แบบเมื่อก่อน แต่เป็นเพราะว่าเงื่อนไขมันมองไม่เห็นจริงๆ ทหารจึงเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าปลุกให้เงื่อนไขเกิด
แต่ทุกอย่างก็จะประมาทไปไม่ได้ เพราะภายใต้บรรยากาศผ่อนตึงเครียด ฝ่ายไม่อยากปรองดองยังเดินเครื่องไม่หยุด ลำพังการออกมาเดินขบวนของมวลชน การออกมาใช้วาทกรรมกันหรือแม้แต่ผลการตัดสินของฝ่ายตุลาการนั้นไม่ใช่เหตุที่เอื้อต่อการมีปฏิวัติ แต่อยู่ที่ความรู้สึกร่วมของกลุ่มคนที่มีน้ำหนักในสังคมว่าสิ่งที่กำลังจะดำเนินไปในบ้านเมืองนั้นจะนำไปสู่ความเสียหายขั้นวิกฤติต่อพวกเขา จนต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อยับยั้งสภาวะที่จะเกิดขึ้น พูดง่ายๆ ว่าแอ็กชั่นและข้อเท็จจริงนั้นไม่สำคัญเท่าเป่าหูให้สะท้านในโลกทัศน์ สิ่งที่ฝ่ายบ้านเมืองควรทำคืออย่าไปพลาดหนักๆ เช่นสกัดน้ำท่วมไม่สำเร็จ หรือแก้ข้อกล่าวหาร้ายแรงไม่ออก จงใจเย็นและรอเวลา รักษาความเชื่อที่ว่าความยุติธรรมจะอยู่ข้างฝ่ายถูกในที่สุด