'เอกชัย' หวั่น 'สงครามปรองดอง' คล้ายก่อนรัฐประหาร 49

กรุงเทพธุรกิจ 30 มีนาคม 2555 >>>




"เอกชัย" หวั่น "สงครามปรองดอง" ส่งผลบรรยากาศคล้ายก่อนรัฐประหาร 49

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงข้อเสนอของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ที่ให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์  กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คุยกันว่า ไม่ใช่เป็นสูตรสำเร็จเนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มาตั้งแต่ต้น ก็ไม่ได้เกิดมาจากคนสองคนนั้น ซึ่งตนไม่เชื่อว่าการพูดคุยระหว่างสองคน จะนำไปสู่ความปรองดองของประเทศชาติ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นได้ถูกนำไปปลุกระดม จนเกิดเป็นปัญหาใหม่ๆตามมาอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนมองประเด็นที่ พล.ต.สนั่นเสนอว่ามีความตั้งใจที่อยากจะให้เกิดความปรองดองแต่ ตนมองว่ายังขาดกระบวนการที่นำไปสู่ความเห็นในภาพรวมร่วมกัน
พล.อ.เอกชัย เบื้องต้นหากพิจารณาจากผลการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าได้เสนอว่าต้องมีการเปิดพื้นที่การพูดคุยในสามระดับคือ ระดับการเมือง ระดับผู้สนับสนุนทางการเมือง และ ให้ภาคประชาชนได้คุยกันพร้อมทั้งวางกรอบระยะเวลา แต่กรณีที่กรรมาธิการปรองดองเร่งนำเสนอรายงานเข้าสู่สภาและสะท้อนออกมาเป็นแนวคิดเท่ากับเป็นความเห็นของแต่ละฝ่ายที่มีความสุดโต่ง หากนำไปตัดสินกันด้วยการลงมติในสภาก็เชื่อว่าจะนำไปสู่สงครามความปรองดองได้ แม้กระบวนการนำผลการวิจัยเข้าสภา จะถือว่าไม่ผิดตามระบอบปฏิบัติ แต่ภาพที่เห็นเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ก็เชื่อได้ว่าวันที่ 4 เม.ย. ที่คุยกันบรรยากาศจะหนักขึ้นกว่าเดิม
พล.อ.เอกชัย กล่าวว่า กังวลว่าความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นจะนำไปสู่บรรยากาศก่อนการปฏิวัติปี 2549 แต่จะมีวิกฤตขัดแย้งที่รุนแรงมากขึ้น แต่ในภาพของวิกฤตตนมองว่ายังมีโอกาสหากผลการวิจัยผ่านความเห็นชอบจากสภา แต่ก่อนที่หน่วยงานหรือฝ่ายปฏิบัติจะนำไปปฏิบัติต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายพูดคุยกันในระดับจังหวัดทุกจังหวัดแล้วให้สื่อเป็นสื่อกลางในการนำเสนอ เบื้องต้นตนเสนอกรอบระยะเวลาหนึ่งปี จากนั้่นให้ทำเป็นข้อสรุปให้รัฐบาลนำไปตัดสินใจ ว่าจะเกิดหน้าอย่างไร
ส่วนประเด็นความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้นำรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ให้เข้าไปสู่การเจรจาระดับประเทศอย่างราบรื่น  ประเด็นนี้แม้จะเป็นผลดีต่อรัฐบาล แต่สร้างผลกระทบให้ความปรองดองในประเทศ ดังนั้นกระบวนการปรองดองจะเกิดได้ พ.ต.ท.ทักษิณต้องหยุดเคลื่อนไหว และส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่า ในปี 2555 จะสร้างความปรองดองอย่างไรก็จะไม่เห็นตนอยู่ในประเทศ ก็ขอให้ประชาชนเสนอแนวคิดปรองดองโดยไม่ต้องห่วงตนขณะที่รัฐบาลก็ส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่าพร้อมจะรับฟังทุกเสียง