'กก.พระปกเกล้า' เชื่อหลัง 3 เมษา ชัดเจน ปมวิจัยปรองดอง

กรุงเทพธุรกิจ 30 มีนาคม 2555 >>>


"กก.สภาสถาบันพระปกเกล้า" เชื่อหลัง 3 เมษาจะมีความชัดเจน ปมงานวิจัยปรองดองพระปกเกล้า ชี้ "กมธ.ปรองดอง" ดึงเนื้อหาบางท่อนไปใช้ประโยชน์ให้ตัวเอง

สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ได้สัมภาษณ์ นายวรากรณ์ สามโกเศศ กรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ได้กล่าวถึงการประชุมของสถาบันพระปกเกล้า ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 เมษายน ที่จะถึงนี้ โดยมีการคาดว่าจะการกำหนดท่าทีของสถาบันพระปกเกล้ากรณีการออกรายงานผลการศึกษาการสร้างความปรองดอง ว่า การประชุมที่จะมีขึ้น จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการหารือถึงการประชุมดังกล่าวว่าจะมีรูปแบบอย่างไร ส่วนตัวเห็นว่าการสร้างความปรองดองที่จะให้เกิดขึ้นได้จะต้องมีความยินดี โดยปราศจากความระแวงของคนทั้งสองฝ่าย แต่การสร้างควารมปรองดองในครั้งนี้อีกฝ่ายมองว่าทำให้อีกคนหนึ่งได้ประโยชน์ การสร้างความปรองดองอย่างนี้เกิดขึ้นได้ยาก
พิธีกรถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ต่างคนต่างที่จะไม่ต้องการสร้างความปรองดองอยู่แล้ว ประจวบเหมาะเมื่อมีงานวิจัยของสถาบันออกมากจึงได้มีการนำไปขยายผล เพื่อที่จะใช้ประโยชน์
นายวรากรณ์ ตอบว่า ตามความเห็นส่วนตัว เห็นว่างานวิจัยที่ออกมานั้นไม่ได้เป็นตามที่ พล.อ.สนธิ ในฐานะประธานกรรมาธิการสร้างความปรองดองนำไปใช้ เนื่องจากมีการดึงเอาข้อเสนอเพียงบางช่วง บางตอน เอาไปใช้ ซึ่งส่วนที่มีการดึงเอาไปใช้ก็ไม่ใช่ข้อเสนอแนะ แต่เป็นเพียงตอนระพึงระพรรณเท่านั้่น อย่างไรก็ตามตามความเห็นของตนเชื่องานวิจัยจะดีเลิศมากแค่ไหนก็ตามการสร้างความปรองดองก็เกิดขึ้นได้ ต่อให้มี พรบ.ปรองดอง ก็ตาม การสร้างความปรองดองก็เกิดขึ้นไม่ได้อย่างแน่นอน ยิ่งหากมีการดำเนินการออกนิรโทษกรรมขึ้นมาจริงๆ ตนเชื่อว่าสังคมเกิดความแตกแยกอย่างแน่นอน
พิธีกรถามอีกว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ คิดว่าหลังจากนี้คณะกรรมการสถาบันพระปกเกล้าจะมีการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
นายวารกรณ์ ตอบว่า ในการประชุมวันที่ 3 เมษายน ที่จะถึงนี้ที่ประชุมกรรมการสภาสถาบันคงจะต้องการหารือร่วมกันว่าจะทำอะไรกับรายงานวิจัยฉับนี้ อย่างไรก็ตามส่วนตัวเชื่อว่าคนที่ทำงานวิจัยชิ้นนี้มีความรอบคอบ และมีความทุ่มเทอย่างมาก แต่ท้ายสุดแล้วก็เป็นไปตามที่มีการคาดกันไว้ คือ ท้ายสุดแล้วก็ไม่มีผลอะไรเท่าไร เพราะคนที่ใช้ก็จะวิธีการดึงเนื้อหาบางส่วนไปใช้ เพื่อสนับสนุนงานตัวเอง อีกทั้งเห็นงานวิจัยดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นที่จะทำให้เกิดความปรองดองได้ แต่จะเป็นการเลือกทำให้เกิดความไม่ปรองดองในท้ายสุดมากกว่า
   "ที่ประชุมคงจะพูดคุยกันถึงงานวิจัยดังกล่าวของสถาบันชิ้นนี้่ โดยตัวที่มีการเสนอไปให้กรรมาธิการปรองดองนั้น เป็นเพียงตัวร่าง ไม่ใช่ฉบับที่สมบูรณ์ และที่สำคัญมีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่ากรุณานำไปกล่าวอ้าง ดังนั้นหลังจากวันที่ 3 เมษายนนี้ คงจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ปัยหาของการสร้างความปรองดองตอนนี้ คือ เรื่องความหวาดระแวงกันทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายค้านก็ระแวงรัฐบาลว่า หากยอมจับมือด้วยแล้วรัฐบาลจะไม่ทำไม่สิ่งที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ในส่วนรัฐบาลเองก็ไม่สามารถยืนยันให้ได้ชัดเจนว่าจะไม่ดำเนินการในสิ่งที่ฝ่ายค้านมีความระแวง" นายวารกรณ์ กล่าวว่า