นปช.แดงทั้งแผ่นดิน แถลงข่าว "ในสถานการณ์พิเศษ" 13 ธ.ค 56




ทีมข่าว นปช.
13 ธันวาคม 2556


 

วันนี้  (13 ธ.ค.)เมื่อเวลา 13.00 น. ที่อิมพีเรียลลาดพร้าว กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการณ์แห่งชาติ (นปช.) ร่วมกันแถลงข่าว นำโดยอ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช.และแกนนำนปช.ส่วนกลาง

ชมคลิป


คุณธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษกนปช.กล่าวว่า ปราบใดที่ประเทศนี้ยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ก็จึงต้องจำต้องพูดคุยพบปะ ขอเชิญชวนพี่น้องต่อสู้กันต่อไป ซึ่งหากฝ่ายที่มาต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นนายสุเทพ ที่นำคณะกปปส.มาขัดขวางทุกวิถีทางทำอยู่ในขณะนี้ ก็เพราะแพ้การเลือกตั้งมาทุกครั้ง ฉะนั้นจึงทำทุกวิถีทาง ทั้งนี้รัฐบาลนี้ก็จะหาเงินมาเพื่อพัฒนาประเทศ ซึ่งประชาชนเห็นการพัฒนา ก็จะเลือกรัฐบาลนี้กลับมาเป็นอีก ซึ่งก็เป็นสิ่งที่นายสุเทพต้องการที่จะทำลาย ไม่ต้องการให้ประเทศพัฒนาไปมากกว่านี้ในพรรคเพื่อไทย โดยเหตุก็เพราะแพ้การเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา

ฉะนั้นแนวทางของรัฐบาล ไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสีย โดยเลือกที่จะยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน ให้มีการเลือกตั้งเข้ามา และให้มวลมหาประชาชนทั้งประเทศได้คิดว่าท่านจะเลือกใคร นี่ก็คือทางออกของประเทศไทย ที่ทางนปช.เห็นว่า ควรไปสู่การเลือกตั้งเพื่อที่จะได้ถามความคิดประชาชนว่าต้องการอย่างไร กรณีที่นักวิชาการหลายๆกลุ่มเห็นว่าประเทศจะต้องมีการพบปะพูดคุยกัน วางแนวทางกันก่อน ก็พูดคุยกันได้ไม่เห็นเป็นไร ถ้า ตกลงกันได้ และทำสัญญาประชาคมระหว่างพรรคกันแล้ว แล้วก็ไปเลือกตั้งซึ่งเมื่อเลือกตั้งได้แล้ว และใครได้เป็นรัฐบาล ก็ทำตามสัญญาที่ได้ทำกันไว้ ซึ่งนี่ก็เป็นทางออกหนึ่งของประเทศไทยในเวลานี้ และทางนปช.แดงทั้งแผ่นดินก็สนับสนุนทุกเวที ยกเว้นกปปส.ของนายสุเทพ ถ้าเวทีอื่นๆเรายิ่งดีไปเพื่อความผาสุกของประเทศนี้

 ถ้ากรณีคุณสุเทพ ต้องการให้มีทางออกจริง มาตรา 291 โดยแนวทางที่มีอยู่แล้วทำไมไม่ทำ แล้วไปหาทางอื่นที่จะหยุดประเทศไทย ทำให้เกิดสุญญากาศ ซึ่งคนเสื้อแดงจะออกมาขัดค้านเพื่อไม่ให้เกิดสูญญากาศ และตนขอยื่นยันว่า ไม่ว่านายสุเทพ จะพยายามเรียกร้องหากองทัพ ก็ตาม ตนยืนยันว่า เรานปช.แดงทั้งแผ่นดิน ถึงแม้ว่า มองกองทัพในอดีตเป็นศัตรูกัน แต่ตั้งแต่นี้กองทัพต้องเป็นกองทัพของประชาชนทุกเสื้อสี ซึ่งเราดีใจที่กองทัพไทยออกมาหาทางออกให้ประเทศ ไม่ไปเลือกข้าง และตนของฝากไปยังองค์กรอิสระ ว่าท่านอย่าได้ตัดสินตามอำเภอใจแต่ต้องตัดสินตามตัวบทกฎหมาย ถ้าปัญหามีย่อมมีทางแก้ ซึ่งทางนปช.เห็นว่าปัญหานี้ก็มาจากการรัฐประหาร ปี 49 และก็ได้คนดี อย่างที่เขาต้องการมาบริหารประเทศครั้งหนึ่งแล้วในสมัย สุรยุทธ จุลานนท์ แต่คนดีนั้นไม่ได้บริหารประเทศอย่างที่ประชาชนเขาต้องการ เพราะฉะนั้นหยุดที่จะสร้างสูญญากาศให้กับประเทศนี้ ตามแนวทางของสุเทพ ซึ่งหากไปทางนั้นบ้านเมืองจะไม่เกิดผาสุก เราจะออกมาต่อต้าน



ด้าน อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานนปช. กล่าวว่า ขณะนี้เราไม่ได้มีการชุมนุม ดังนั้นพื้นที่ของสื่อจึงค่อนข้างให้เราน้อย ซึ่งเราก็เข้าใจ แต่เราก็อยากจะขอร้องว่าเพื่อเห็นแก่พัฒนาการทางการเมืองทางปกครองและสังคมที่สันติสุข ก็ขอให้สื่อให้พื้นที่ข่าวทุกด้าน และลดพื้นที่ข่าวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ลงบ้าง เพราะคนที่มาชุมนุมก็ลดลงแล้ว  การที่นายสุเทพนำคนมามากพอสมควร เราไม่ได้ไปสืบสาวราวเรื่องว่าท่านใช้ทรัพยากรมามากแค่ไหน ข้อเรียกร้องเดิมคือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งจบไปแล้ว ก็มาต่อยอดจนกระทั่งรัฐบาลยุบสภา นอกจากนั้นยังมีกระบวนการบีบบังคับให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลลาออก โดยมีปัญญาชนจำนวนมาก และนักวิชาการจำนวนหนึ่ง ที่รับใช้อำนาจนิยม ที่ต้องการได้นายกฯพระราชทาน

อ.ธิดา ยังกล่าวอีกว่า เราจึงเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า  รัฐบาลนี้ต้องไม่ลาออก ไม่ว่าจะเอาอะไรมาจี้ ก็ลาออกไม่ได้ เพราะนั่นจะหมายถึงการเข้าทาง ทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง  นายกฯ ได้รับมอบอำนาจจากประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องส่วนรวม ท่านไม่สามารถละทิ้งภาระหน้าที่ได้ ไม่ว่าเขาจะหลอกล่อด้วยวิธีการใด นายกฯ และรัฐบาลต้องอยู่ให้ถึงวันเลือกตั้ง 2ก.พ. 57 ให้ได้

ทั้งนี้ขอชมเชยการตั้งเวทีของกองทัพไทย ซึ่งมีวิธีคิดที่ต้องชมเชยกัน จากการที่ กปปส. ทำตามแนวทางนโยบายที่ให้กองทัพสนับสนุน มีการนัดหมายมาหลายวัน กองทัพไทยได้ชวนคนอื่นๆ มานั่งฟังด้วยให้มากๆ ให้อบอุ่นขึ้น ได้ข่าวว่าจะเชิญ นปช. ด้วย คนเสื้อแดงจะให้ตนไปหรือไม่  อย่างไรตามในที่ประชุมเราได้พูดคุยกันว่าเราสนับสนุนเวทีในการพูดคุยหาทางออกประเทศทุกเวที ยกเว้นเวทีที่ กปปส.ของนายสุเทพจัด  โดยจะมีเวทีที่ภาคเอกชนจัดสัมมนา  เวทีที่กองทัพเป็นเจ้าภาพเชิญในวันที่ 14 ธ.ค.และเวทีวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งเป็นเวทีของรัฐบาล  ได้หารือกับจตุพรและแกนนำคนอื่นๆ ว่าจะมีการส่งตัวแทนของ นปช.ไป ที่แน่นอนคือเวทีในวันที่ 15 ธ.ค. ของรัฐบาล  เรายินดีร่วมเสวนาเพื่อหาทางออกประเทศไทย



ขณะนี้เป็นการแสดงออกของสองฟากฝั่งความคิด คือฝ่ายที่ต้องการประชาธิปไตย กับฝ่ายที่ไม่ต้องการระบอบประชาธิปไตย ไม่ต้องการเลือกตั้ง เพราะเลือกทีไรแพ้ทุกที ไม่เอาเสียงส่วนใหญ่ ไม่ต้องการสภาที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ต้องการสภาแต่งตั้ง ดังนั้นเรามีคำขวัญว่า “เอาเลือกตั้ง ไม่เอาเทือกตั้ง”  คำขวัญนี้เสนอโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  รมช.พาณิชย์ และแกนนำ นปช.  ซึ่งได้จัดทำเป็นสติ๊กเกอร์ และฝากให้กระจายทั่วทั้ง กทม.และต่างจังหวัด เทือกตั้งเป็นอภิชนาธิปไตย ไม่ใช่ประชาธิปไตย ขณะนี้เขาต้องการให้เปลี่ยนคำว่าสภาประชาชนเป็นสภาประชาภิวัฒน์ ไม่ใช่เพียงนายสุเทพคนเดียว เครือข่ายอำมาตย์ออกมาขานรับ กลุ่มนี้พยายามปฏิเสธการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 อ้างว่าต้องมีสภาประชาชน สภาปฎิรูปก่อนการเลือกตั้ง

"ทั้งหมดเป็นแนวคิดของพวกขี้โกง ไม่ฟังเสียงประชาชน และขอให้คนเหล่านี้ปรากฏตัวออกมาให้หมดว่าใครบ้างที่ไม่เชื่อมั่นในประชาชน และไม่ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ ขอให้พี่น้องกาชื่อเอาไว้ เพื่อจดจำว่าคนเหล่านี้ไม่ยืนอยู่เคียงข้างประชาชน แต่ยืนข้างคนส่วนน้อยและประวัติศาสตร์ต้องจำชื่อคนเหล่านี้ให้หมด  ส่วนสภาประชาชน 400 คนนั้น ตอบได้หรือไม่ว่า มีที่มาอย่างไรและชอบธรรมหรือไม่  ขอท้าให้ไปบอกเวทีต่างๆ ว่า 300 คนมาอย่างไร 100 คนมาอย่างไร บทบาทของคนเหล่านี้ รัฐธรรมนูญรองรับหรือไม่"ประธานนปช. กล่าว

ประธาน นปช. กล่าวอีกว่า สำหรับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ปะทะหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ในช่วงวันที่ 30 พ.ย.-1 ธ.ค.  โดยสนใจเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการเสียชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงว่าถูกคนเสื้อแดงรังแกและฆ่าฟัน มีการกล่าวโทษตำรวจว่าไม่ดูแลนักศึกษา  คุณมองเห็นคนเสื้อแดง 2 แสนกว่าคนในวันนั้นหรือไม่ กรรมการสิทธิฯ เลือกข้างชัดเจน ไม่ทราบว่า นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิฯ พิทักษ์ข้างไหน


อ.ธิดา กล่าวอีกว่า นายสุเทพ ที่โฆษณาสภาประชาชนนั้น ต้องการขยายแนวคิดตามคำสั่งสอนของนายธีรยุทธ บุญมี ซึ่งนายสุเทพก็เชื่อตาม  โดยสั่งให้เปลี่ยนจากประชาชนปฏิวัติ  เป็นประชาภิวัฒน์ ดังนั้น จึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ใช่นายสุเทพ เพียงคนเดียว แต่เครือข่ายระบอบอำมาตย์ยังออกมาขานรับระบบคิดของอภิสิทธิ์ชน และพวกอนุรักษ์นิยม ที่ไม่สามารถทนให้ประชาชนเลือกผู้แทนของตนมาได้ จึงพยายามปฏิเสธวันที่ 2 ก.พ. โดยอ้างวิธีการในการเจรา ต้องมีสภาประชาชน ต้องมีสภาปฏิรูปก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ทั้งหมดเป็นกลยุทธ์ของพวกขี้โกง ไม่เชื่อมั่นประชาชนไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง และนี่คือกลุ่ม ของความคิดของกลุ่มอนุรักษ์นิยมนำด้วยนายสุเทพ