ทีมข่าว นปช.
4 กันยายน 2556
วันนี้เวลา 13.00 น. เริ่มการแถลงข่าว นปช.แดงทั้งแผ่นดินประจำวันพุธที่ 4 กันยายน 2556 ที่อิมพีเรียล เวิลด์ลาดพร้าว ชั้น 5 โดยคุณธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษก นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ได้เริ่มกล่าวแถลงถึงพี่น้องชาวภาคใต้ทั้งที่ปลูกยางพารา และไม่ได้ปลูกยากพาราว่าวันนี้รัฐบาลก็ได้ส่งตัวแทนลงไปพูดคุย พบปะกับพี่น้องชาวสวนยาง ซึ่งคนที่ปลูกสวนยางก็ยอมรับได้ในระดับหนึ่ง แต่ว่ากระบวนการล้มรัฐบาล ล้มประชาธิปไตยในประเทศไทยยังคงอยู่ เพราะฝ่ายเผด็จการยังคงไม่ลดราวาศอก ยังคงใช้ม็อบสวนยางเป็นตัวตั้งในการที่จะเล่นงานรัฐบาล
พี่น้องชาวสวนยาง ณ เวลานี้พออกพอใจในการที่รัฐบาลจะลดต้นทุนโดยการที่จะชดเชย 1,260 บาท ต่อ 1 ไร่ น่าจะถึง 25 ไร่ภายใน 7 เดือน ซึ่งเงินตรงนี้จะส่งถึงมือพี่น้องชาวเกษตรกรอย่างแท้จริง แต่เวลานี้ม็อบสวนยางพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายราคาถึง 100 บาท หากทำเช่นนั้นจะตกอยู่ที่นายทุนพ่อค้าคนกลางแทบทั้งสิ้น เวลานี้กลุ่มทุนพ่อค้าคนกลาง ได้ซื้อยางไว้เป็นจำนวนมากแต่ไม่รู้จะไประบายที่ไหน เพราะราคายางที่ซื้อมายังไม่มีกำไรเท่าที่ควร กลุ่มนี้คือกลุ่มที่สนับสนุนให้ม็อบมาปิดถนน ถ้าหากกลุ่มนี้ได้ 100 บาทเมื่อไหร่ กลุ่มนายทุนเหล่านี้จะได้รับอย่างเต็มที่ แต่เงินเหล่านี้จะไม่ถึงมือเกษตรกร คุณธนาวุฒิจึงเตือนพี่น้องชาวภาคใต้ในฐานะที่ตัวเองก็เป็นชาวภาคใต้เช่นกันว่า อย่ายอมเป็นเครื่องมือให้กลุ่มทุนทางภาคใต้เอารัดเอาเปรียบ เพราะทุกวันนี้พี่น้องชาวภาคใต้ได้รับความเดือนร้อนจากการก่อม็อบปิดถนนโดยม็อบสวนยางเป็นอย่างมาก แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลรับปากว่าจะไม่สลายการชุมนุมกับม็อบสวนยางทางภาคใต้
อีกประเด็นคือ นปช.กรุงเทพมหานครฯ เราจะจัดเวทีเสวนาเรื่อง "รู้ลึก รู้จริง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม" โดยนายแพทย์เหวง โตจิราการ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 8 นี้ ณ ตลาดสายเนตร สามแยกรามอินทรา กม.8 คันนายาว และก็ที่บ้าน ส.ส.ไพโรจน์ เขตหนองจอก ส่วนวันที่ 14 เราจะมีการเสวนาที่เอื้ออาทรมีบุรี รามอินทรา 127 แยก 1 มีนบุรี และที่อาคารโรงเรียนกวดวิชา ตรงข้ามเทสโก้ โลตัส บางพลัด ระหว่าง ซ.จรัญสนิทวงศ์ 75 กับ 77 วันที่ 22 ที่วัดบางประทุนนอก เขตจอมทอง และที่วัดกลางนา เขตราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ
พี่น้องประชาชนจะได้รู้ลึกเรื่องจริงของ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับ วรชัย เหมะ ว่าใครได้ประโยชน์ ใครไม่ได้ประโยชน์
ส่วนวันที่ 21 - 22 เดือนนี้ โรงเรียน นปช.แดงทั้งแผ่นดินจะจัดใหญ่ที่เชียงใหม่ สองวันติดกัน ที่แรกที่ ดอยสะเก็ด ที่ ๆ สองคือ จอมทอง เชื่อว่าจะมีคนเข้าเรียนแต่ละที่ไม่ต่ำกว่า 3 พันคน
อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช.แดงทั้งดิน ได้แถลงว่า ขณะนี้บรรยากาศในประเทศไทยก็เป็นที่จับตาดูของต่างประเทศ แม้ว่าสถานการณ์ต่างประเทศของซีเรียจะค่อนข้างตึงเครียด แต่ในประเทศไทยก็ตึงเครียดอยู่เหมือนกัน อ.ธิดา ได้กล่าวถึงประชาชนที่เดือนร้อนในเรื่องปัญหาราคาพืชผล ความจริงเรื่องนี้มันต้องเป็นเรื่องโครงสร้างที่จะต้องปรับ นั่นคือทางออกประเทศไทย
ในด้านเศรษฐกิจนั้นจะต้องมีการปรับโครงสร้างทางภาคเกษตร ทางภาคอุตสาหกรรม และทางภาคการเงินทั้งหมด รวมทั้งแก้ปัญหาความยากจน นี่เป็นแนวทางที่เราได้นำเสนอในเวทีปฏิรูปประเทศไทยที่ผ่านมา ประชาชนไม่ว่าจะสีอะไร ก็ประสบชะตากรรมแบบเดียวกันได้ เพียงแต่ว่าเราได้เสียเวลาในท่ามกลางความขัดแย้ง เราแก้ปัญหาไม่ถูกจึงทำให้ประเทศไม่สามารถเดินหน้า จนกระทั่งทำให้ประชาชนในภาคเกษตรกรรมไม่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างถูกทาง "เพราะฉะนั้นเราจึงขอเรียกร้องว่า ฝ่ายการเมืองจะเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านและรัฐบาลก็ตาม อยากให้มองเห็นปัญหานี้ เป็นปัญหาที่จะต้องมีการหาทางออกในระยะยาวด้วย ส่วนระยะเฉพาะหน้าก็ไม่สมควรให้เกิดเรื่องไฟลามทุ่ง เราก็หวังว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ แต่ที่สำคัญก็คือจะต้องแก้ปัญหาถูกทางและใช้ความรู้ ก็คือให้ประชาชนพี่น้องทั้งประเทศเข้าใจว่าปัญหาประเทศไทยด้านเกษตรกรรมว่าจะต้องเผชิญปัญหาอะไรบ้าง?"
ทางรัฐสภานั้น อ.ธิดา กล่าวว่า "รัฐสภายังต้องเดินหน้าต่อไปได้ แม้จะต้องตบตีกันขนาดไหน เราก็หวังว่าประชาชนเลือกท่านมาแล้วทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ก็ขอให้เกรงใจประชาชนบ้าง นั่นก็คือรัฐสภาควรเดินหน้าแก้ปัญหาประเทศไทยให้ได้ ในเกณฑ์ ในสภา" อ.ธิดา กล่าวเสริมในปัญหาของรัฐสภาว่า "โดยภาพรวมยังเป็นการขับเคลื่อนของเครือข่ายระบอบอำมาตย์ ในการที่ไม่ยอมคืนอำนาจให้กับประชาชน นี่ยังเป็นกระบวนการที่ยืดยาวสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน การได้อำนาจรัฐของรัฐบาล จึงเป็นอำนาจรัฐที่ค่อนข้างปลอม ๆ ก็คือทำงานได้บ้างส่วนหนึ่งและก็มีอุปสรรคขัดขวางอยู่จำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามเราก็ต้องแจ้งรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านด้วยทั้งสองส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความล้มเหลว ไม่ต้องการให้เกิดสถานการณ์เหมือนประเทศที่ผ่านอาหรับสปริง เราก็หวังว่าเกมในรัฐสภาไม่ควรที่จะทำให้เสียหายจนเดินหน้าไม่ได้ และรัฐบาลยิ่งถูกเรียกร้องหนักว่า ต้องสันทัดในการที่จะต้องจัดการปัญหา เพราะเมื่อเวลาผ่านไปความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นจะเรียกคืนไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและพรรครัฐบาลมากเป็นพิเศษว่า ต้องมองปัญหาและจัดการปัญหานั้นให้ถูกต้องด้วย"
เรื่องการปฏิรูปประเทศไทย อ.ธิดากล่าวว่า "ที่ผ่านมามีเวทีสากล นั่นก็คือเราได้มีการเชิญคนจากต่างประเทศ ณ ที่นี้ นปช.ขอปรบมือให้กับ คุณโทนี่ แบลร์ ที่มีการมองประเทศอย่างแหลมคม แต่ก็กลัวว่าจะมีปัญหาในวันนั้นจึงต้องผูกเนคไทสีฟ้า ต้องผูกเนคไทสีฟ้า และก็ไม่ได้ไปดินเนอร์กับนายกรัฐมนตรี แต่ไปกินข้าวกลางวันกับฝ่ายค้านแทน" ซึ่งในวันนั้นปาฐกถาของ โทนี่ แบลร์ ล้วนมีประโยชน์ จุดสำคัญก็คือการที่เขาแก้ปัญหาไอริชกับประเทศอังกฤษ คือการปล่อยนักโทษจำนวนมากออกมา นักโทษเหล่านั้นถูกตัดสินโทษตลอดชีวิต ประหารชีวิต และถูกติดคุกเป็นเวลาหลายสิบปี แต่ว่า โทนี่ แบลร์ พิจารณาแล้วว่า เพื่อที่จะให้ประเทศเดินหน้าไปได้โดยไม่มีคนตายอีกต่อไป โทนี่ แบลร์ และรัฐอังกฤษขณะนั้นก็ปล่อยผู้ถูกคุมขังซึ่งเป็นชาวไอริชที่ถูกข้อหาก่อการร้ายทั้งหมด ขอให้ปรบมือให้กับความสำเร็จของประเทศอังกฤษ
อ.ธิดา ยังได้เน้นกล่าวถึง คอป.ว่า "นปช.มีจุดยืนที่คัดค้านการรายงานของ คอป.โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานฉบับสุดท้าย เราได้ทำเอกสารและแถลงข่าวตั้งแต่ปี 55 วันที่ 6 ตุลา 55 รายงาน คอป.ในทัศนะของประชาชนผู้ถูกปราบปราม เราแถลงข่าวที่นี่และเราทำจดหมายถึงเอกอัครราชทูต องค์กรระหว่างประเทศและผู้สื่อข่าวทั้งในและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทำเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อ.ธิดา ไปคุยกับทูตต่าง ๆ จำนวนมากเพื่อบอกให้รู้ว่า เราไม่ยอมรับรายงาน คอป.เพราะอะไร เพราะคณะที่มาทำงานแต่งตั้งโดย โดยเฉพาะ คณิต ณ นคร แต่งตั้งโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ และรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และผลปรากฏว่า คณิต ณ นคร เป็นผู้สรุปว่า แรกเริ่มความขัดแย้งในประเทศไทยมาจากความเลวร้ายของ คุณทักษิณ ชินวัตร และการที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้คุณทักษิณ ชินวัตร รอดจากคดีซุกหุ้น นี่คือ คณิต ณ นคร ประธาน คอป. ถามว่าแล้วใครไปรับรอง รัฐบาลนี้จะรับรองหรือเปล่า?"
อีกประการหนึ่งก็คือ องค์ประกอบของ คอป.มีนายสมชาย หอมละออ และการ์ดพันธมิตรจำนวนหนึ่งในการค้นหาความจริง จึงทำให้การค้นหาความจริงปรากฏว่าคนเสื้อแดงนั้นกลายเป็นพวกที่มีกองกำลังอาวุธ และกล่าวโทษเรื่องชายชุดดำเต็มไปหมดในรายงาน คอป. ล่าสุดเราต้องไปสหประชาชาติเพื่อแจ้งเรื่องนี้ว่าเราไม่รับรองรายงาน คอป. และขอแจ้งต่อโฆษกข้าหลวงใหญ่ สหประชาชาติในประเด็นนิรโทษกรรมที่เขาไม่เห็นด้วย ว่ายังมีหลายเรื่องที่เขาไม่รู้ เราจึงขอแถลงอีกครั้งหนึ่งว่า "รายงาน คอป.ได้สร้างผลสะเทือนไปเวทีสากลและเวทีในประเทศจำนวนมาก และเป็นต้นของข้อมูล กสม.หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและเป็นการยืนยันให้นักวิชาการฝั่งอนุรักษ์นิยมทั้งหลาย และคนชนชั้นนำในกลุ่มอนุรักษ์นิยมเชื่อ" เราขอแถลงอีกครั้งว่า "นปช.นั้นไม่รับรายงาน คอป.และไม่ปรารถนาที่จะให้ขบวนการของ คอป.เป็นตัวตั้งต้นในการหาทางออกประเทศไทย เพราะว่ามันไม่ถูกมาตั้งแต่ต้น"






