
โดยศาลพิเคราะห์เห็นว่าผู้ร้องไม่มีประจักษ์ พยานขณะที่ผู้ตายถูกยิง และไม่สามารถยืนยันวิถีกระสุนว่ามาจากทิศทางใด ประกอบกับการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนจำนวน 2 ปลอก ในที่เกิดเหตุ ยังไม่ตรงกับอาวุธปืนจำนวน 29 กระบอกของกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 ค่ายสุรนารี และพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นที่พักกำลังพลของเจ้าหน้าที่ทหาร
ขณะเดียวกัน มีพยานเบิกความว่าพบบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทหาร ใช้อาวุธปืนสั้นยิงขึ้นฟ้าพร้อมตระโกนข่มขู่พนักงานสวนสัตว์ดุสิต จึงทำให้พยานหลักฐานของผู้ร้องยังมีข้อสงสัย จึงมีคำสั่งให้ผู้ตายคือ นายมานะ เสียชีวิตบริเวณสวนสัตว์ดุสิต เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 เหตุและพฤติกรรมการตาย เกิดจากกระสุนลูกโดดความเร็วสูงทำลายเนื้อสมอง โดยไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำ
ทั้งนี้ คดีของนายมานะ ถือเป็นสำนวนที่ 6 ที่ศาลจะมีคำสั่งเกี่ยวกับการเสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม นปช. เมื่อปี 2553 โดยก่อนหน้านี้ ศาลอาญา และศาลอาญา กรุงเทพใต้ ได้มีคำสั่งชี้พฤติการณ์การเสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุม นปช. มาแล้วรวม 5 ราย ประกอบด้วยนายพัน คำกอง อาชีพ ขับแท็กซี่ ชาวยโสธร , นายชาญณรงค์ พลศรีลา , ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือน้องอีซา , นายชาติชาย ชาเหลา ชาวสุรินทร์ และนายบุญมี เริ่มสุข อายุ 70 ปี ชาว กทม.
ด้านพนักงานอัยการกล่าวว่าหลังจากนี้จะรวบรวมสำนวนคดีส่งคืนให้พนักงานสอบสวนเพื่อไปดำเนินการต่อ โดยหากต้องการให้ศาลไต่สวนเพิ่มเติม ทางพนักงานสอบสวนก็ต้องห่พยานหลักฐานใหม่ปล้วส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ขณะเดียวกันวันนี้ศาลยังมีการนัดไต่สวนคดีของพลทหารชาญณรงค์ พลศรีลา ด้วย
