พิสูจน์ไม่ได้ใครยิง! ศาลชี้"มานะ อาจราญ"ตายจากกระสุนลูกโดดความเร็วสูง ที่เขาดิน 10 เม.ย.53

มติชน 21 กุมภาพันธ์ 2556





 
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ศาลอาญา รัชดาฯ นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของนายมานะ อาจราญ ลูกจ้างของสวนสัตว์ดุสิตแผนกบำรุงรักษา ที่ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ระหว่างเหตุการณ์กระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.ที่บริเวณ ถนนราชดำเนิน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150
โดยศาลพิเคราะห์เห็นว่าผู้ร้องไม่มีประจักษ์ พยานขณะที่ผู้ตายถูกยิง และไม่สามารถยืนยันวิถีกระสุนว่ามาจากทิศทางใด ประกอบกับการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนจำนวน 2 ปลอก ในที่เกิดเหตุ ยังไม่ตรงกับอาวุธปืนจำนวน 29 กระบอกของกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 ค่ายสุรนารี และพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นที่พักกำลังพลของเจ้าหน้าที่ทหาร

ขณะเดียวกัน มีพยานเบิกความว่าพบบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทหาร ใช้อาวุธปืนสั้นยิงขึ้นฟ้าพร้อมตระโกนข่มขู่พนักงานสวนสัตว์ดุสิต จึงทำให้พยานหลักฐานของผู้ร้องยังมีข้อสงสัย จึงมีคำสั่งให้ผู้ตายคือ นายมานะ เสียชีวิตบริเวณสวนสัตว์ดุสิต เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 เหตุและพฤติกรรมการตาย เกิดจากกระสุนลูกโดดความเร็วสูงทำลายเนื้อสมอง โดยไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำ

ทั้งนี้ คดีของนายมานะ ถือเป็นสำนวนที่ 6 ที่ศาลจะมีคำสั่งเกี่ยวกับการเสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม นปช. เมื่อปี 2553 โดยก่อนหน้านี้ ศาลอาญา และศาลอาญา กรุงเทพใต้ ได้มีคำสั่งชี้พฤติการณ์การเสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุม นปช. มาแล้วรวม 5 ราย ประกอบด้วยนายพัน คำกอง อาชีพ ขับแท็กซี่ ชาวยโสธร , นายชาญณรงค์ พลศรีลา , ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือน้องอีซา , นายชาติชาย ชาเหลา ชาวสุรินทร์ และนายบุญมี เริ่มสุข อายุ 70 ปี ชาว กทม.

ด้านพนักงานอัยการกล่าวว่าหลังจากนี้จะรวบรวมสำนวนคดีส่งคืนให้พนักงานสอบสวนเพื่อไปดำเนินการต่อ โดยหากต้องการให้ศาลไต่สวนเพิ่มเติม ทางพนักงานสอบสวนก็ต้องห่พยานหลักฐานใหม่ปล้วส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

ขณะเดียวกันวันนี้ศาลยังมีการนัดไต่สวนคดีของพลทหารชาญณรงค์ พลศรีลา ด้วย