
น่าเบื่อหน่ายอย่างยิ่งสำหรับเรื่องการเมืองในสภาตรงๆ อย่างเช่น การแปรญัตติสภาร่างรัฐธรรมนูญของนักการเมืองกลุ่มเบ้อเริ่มหรือการเมืองนอกสภา เช่น กระแนะกระแหนเหน็บแนมกันทั้งในเวทีจำลองและเวทีแถลงข่าว การโชว์ที่ไร้กึ๋นอย่างที่สุดของผู้ที่ได้รับเลือกเข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชนนั้นสร้างความรำคาญปนรังเกียจให้แก่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ทางแก้คือต้องสกัดนักการเมืองพวกนี้ให้พ้นวงโคจรของการเมืองการปกครองประเทศเสียทีด้วยการพัฒนาคุณภาพนักการเมืองเสียใหม่
เรื่องคุณภาพของนักการเมืองเป็นเรื่องที่พูดกันมานานมาก และเป็นข้ออ้างให้คนหมดความเลื่อมใสในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไปจนถึงขั้นลากรถถังออกมายึดอำนาจเพื่อยุตินักเลือกตั้งก็มีออกบ่อย แต่ถ้าจะถามว่านักการเมืองนั้นเลวร้ายกว่าคนพันธุ์อื่นกระนั้นหรือ คำตอบคือไม่ใช่ หนำซ้ำ พวกเขายังเก่งกว่ามาตรฐานคนธรรมดาเสียด้วย ยิ่งคนที่ดีๆ ที่ยังมีอยู่มากนั้นทำให้ประเทศไทยเดินหน้าได้ด้วยการบริหารประเทศ ออกกฎหมาย ช่วยเหลือประชาชน และทำสิ่งดีงามอื่นๆ มีเพียงส่วนน้อยแต่เสียงดังจนสื่อชอบเท่านั้นที่หาทางสร้างความดังของตัวให้ยิ่งขึ้นไปแบบบ้าๆ ขณะที่ก็มีอีกไม่น้อยที่มัวทำตามแนวทางของพรรคที่เอาแต่เล่นการเมือง ไม่สนใจว่าประเทศชาติจะถูกฉุดรั้งขนาดไหน
ทางแก้ที่จะขจัดนักการเมืองน้ำเลว ไม่ใช่การปฏิวัติ ไม่ใช่การห้ามพวกเขารณรงค์เป็นตัวแทนพรรค และไม่ต้องห้ามพวกเขาพูดในสิ่งที่อยากพูด แต่ประชาชนต้องรู้จักพวกเขาแต่ละคนอย่างถ่องแท้และต้องลดช่องทางส่งเสริมคนประเภทนี้ไม่ให้ดังไม่ให้เหลิง เป็นที่น่ายินดีว่ายุคโลกาภิวัตน์ไม่ทำให้คนที่ไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของตนลอยนวล ภาพอดีตและข้อเท็จจริงจะถูกขุดมาฉายซ้ำให้ประชาชนตระหนักอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นน่าเชื่อว่าพวก “ดีแต่ด่า” หรือ “แอบไปโกง” จะค่อยๆ สูญพันธุ์ เพราะละอายต่อการตรวจสอบของประชาชนที่มีอำนาจไม่เป็นทางการสูงกว่าการตรวจสอบขององค์กรใด
ในอดีตนักการเมืองมักมาจากคนกว้างขวางใกล้ชิดผู้มีอำนาจ เป็นพ่อค้ามีตังค์ ลูกหลานหล่นไม่ไกลต้น เป็นหัวคะแนนลูกพี่ท้องถิ่น หรือมาจากคนดังวงการอื่น แต่ปัจจุบันที่มาของนักการเมืองน้ำดีมีเยอะขึ้น รวมทั้งมาจากคนท้องถิ่นที่สนใจพัฒนาถิ่นเกิดของตนแล้วขยับขยายเข้าสู่ระดับชาติ สังคมและภาคประชาชนต้องหาทางให้คนเหล่านี้มีโอกาสเข้ามาเดินในสภามากขึ้น ด้วยการส่งเสริมเขาต่อพรรคการเมือง ไม่ใช่ให้เขาไปสยบต่อพรรคโดยตรง หรือให้พรรคบงการเอาคนห่วยมาแทนคนที่ชาวบ้านต้องการ กระบวนการสรรหาตัวแทนพรรคแบบให้ประชาชนฐานเสียงพรรคมีส่วนร่วมในการลงคะแนนขั้นต้น ไม่เพียงแต่จะบีบให้นักการเมืองพัฒนาคุณภาพของตนเองให้แสดงวิสัยทัศน์ในเชิงสร้างสรรค์ แต่ยังเป็นการหยั่งรู้ผลลัพธ์ที่แท้จริงระหว่างพรรค ประชาชนและผู้สมัครด้วย
