
อาการ "กระเพื่อม" ทางการเมืองในขณะนี้มีปัจจัยใดมาเป็นตัวส่งแรงสะเทือน คล้ายกับเป็นปัจจัยที่สมาชิกบ้านเลขที่ 111 จะพ้นโทษโดยอัตโนมัติเมื่อถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2555
เพราะคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญเป็น 30 พฤษภาคม 2550
อาจใช่ แต่อย่าลืมว่ากว่าจะถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2551 ก็เหลือเวลาอีกมากกว่า 20 วัน นานเป็นอย่างยิ่ง
และในความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการปรับ ครม. เป็นยิ่งลักษณ์ 3 ในเดือนมิถุนายน
แม้ว่าหากนับจากการปรับ ครม. ยิ่งลักษณ์ 2 ซึ่งมีขึ้นในเดือนมกราคม 2555 ถึงเดือนมิถุนายน จะครบกำหนด 6 เดือนพอดี
ปัจจัยสำคัญ 1 จึงมาจากการปั่นกระแส
เป็นการปั่นกระแสของ "สื่อ" โดยอาศัยเงื่อนไขที่สมาชิกบ้านเลขที่ 111 จะพ้นโทษในวันที่ 31 พฤษภาคม 2551
ขณะเดียวกัน ก็สอดรับกับความปรารถนาลึกๆ ของสมาชิกบ้านเลขที่ 111 บางคนที่ต้องการแสดงบทบาทและความหมายของตนเพื่อให้เข้าตา
เป็น "บางคน" ไม่ใช่ "หลายคน"
หากจะแบ่งอย่างกว้างๆ สมาชิกบ้านเลขที่ 111 มีหลายประเภท ส่วนหนึ่ง ไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคพลังประชาชน ไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคเพื่อไทย
บางส่วนไปอยู่พรรครวมใจไทย บางส่วนไปอยู่พรรคเพื่อแผ่นดิน บางส่วนไปอยู่พรรคมัชฌิมาธิปไตย
บางส่วนไปสมคบกับพรรคประชาธิปัตย์ตามแผนบันได 4 ขั้นของ คมช.
มีบางส่วนเท่านั้นที่ยืนหยัดตั้งแต่ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย แม้ในภายหลังจะไม่สามารถเป็นสมาชิกได้ก็ตาม
บางคนก็เคลื่อนไหวการเมืองเปิดเผยอย่าง นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นต้น บางคนแม้ไม่เคลื่อนไหวการเมืองอย่างเปิดเผยแต่ก็สัมพันธ์กับพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทยมาอย่างต่อเนื่องอย่าง นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็นต้น
คนเหล่านี้สามารถประสานและเชื่อมต่อกับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงได้อย่างแนบแน่น ไม่เคยห่างหาย
ไม่เพียงแต่คนเสื้อแดงเท่านั้นที่รับรู้ หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็รับรู้ ยิ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยิ่งรับรู้เป็นอย่างดี
คนเหล่านี้ต่างหากที่เป็นเนื้อกษัตริย์
การมีชื่อ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล การมีชื่อ นายจาตุรนต์ ฉายแสง การมีชื่อ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ปรากฏพร้อมกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ใน ครม. ใหม่ จึงมิได้เป็นเรื่องแปลก
ขณะเดียวกัน การปรากฏกระแสข่าวในลักษณะ "ปล่อย" เพื่อดิสเครดิตทั้ง นายจาตุรนต์ ฉายแสง หรือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ออกมา
ก็มิได้เป็นเรื่องนอกเหนือความคาดหมาย
กระนั้น หากจับกระบวนการเคลื่อนไหวของทั้ง นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ทั้ง นายจาตุรนต์ ฉายแสง ทั้ง นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา หรือทั้ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็มิได้ผลีผลาม น่าเกลียด ระมัดระวังอย่างยิ่ง
ไม่มีความจำเป็นต้องสวมรองเท้าจ๊อกกิ้ง เพราะทำงานการเมืองอยู่แล้ว ทำงานการเมืองเชื่อมประสานกับพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย เสมอมา ไม่เคยไปไหน
การจัดระยะกับพรรคการเมืองมีความจำเป็น ความเสมอต้นเสมอปลายทางการเมืองมีความจำเป็น โดยเฉพาะในห้วงที่ต้องโทษถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่เมื่อถึงเวลาก็พร้อมแสดงตัว
ยังอีกนานกว่าการปรับ ครม. จากยิ่งลักษณ์ 2 ไปสู่ ครม. ยิ่งลักษณ์ 3 จึงจะปรากฏในทางเป็นจริง
ความยาวนานนั่นแหละจะทำให้ "ตะกอน" อันเคย "นอนก้น" ทางการเมืองปรากฏและสำแดงสภาพความเป็นจริงออกมาให้เป็นที่ประจักษ์
ใครของจริง ใครของปลอม ก็จะได้เห็นกัน
