
ในยุควาทกรรม "ปรองดอง" ของ "ฝ่ายการเมือง" โดยมองข้ามถึงความรู้สึกของ "ผู้สูญเสีย" ในวันนี้มาฟังมุมมองของสองแกนนำ ที่มีความคิดเห็นแตกต่าง "พล.ต.จำลอง ศรีเมือง" แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และ "ธิดา ถาวรเศรษฐ" ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.)
"ก่อความเสียหายพ้นผิดจะเป็นแบบอย่าง"
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตร อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรีสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และเป็นผู้ชักชวน "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" เข้าสู่การเมืองถือเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับ "คู่กรณี" ทางการเมือง
"จำลอง" บอกว่า ที่พันธมิตรเงียบหาย เพราะทำตามสถานการณ์ที่จำเป็นมี 3 กรณี หรือเป็นกรณีหนึ่งกรณีใด คือ
1. มีเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนกับราชบัลลังก์
2. ออกกฎหมายหรือแก้กฎหมายเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พ้นผิด รวมไปถึงการละเว้นความผิดทางคดีอาญาคนเสื้อแดง เผาบ้านเผาเมือง ยิงทหาร ฆ่าคนตาย
3. เมื่อประชาชนเห็นว่าสถานการณ์ ณ ขณะนี้อยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้วต้องออกมาช่วยกัน
"การเผาบ้านเผาเมืองเป็นคดีอาญา ก่อความเสียหาย หากพ้นผิดจะเป็นแบบอย่าง อีกหน่อยใครรวย ก็สามารถซื้อเสียงในสภา จะทำผิดร้ายแรงแค่ไหน สุดท้ายก็จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม เกิดพฤติกรรมที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วบ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร ลองคิดดูว่าขณะที่เรามีคนติดคุกทั้งประเทศ บางคนอาจจะมีคดีทุจริต ทำลายสถานที่ราชการ ไปยิงคนอื่น ถ้าจะปรองดองโดยใช้เหตุผลเดียวกันต้องปรองดองกับคนพวกนี้หรือไม่"
"จำลอง" กล่าวว่า การปรองดองต้องดูก่อนว่าจะปรองดองกับใคร จะปรองดองคนที่ถูกกฎหมายกับคนที่ผิดกฎหมายอย่างนั้นหรือ อยากถามว่าพันธมิตรไปขัดแย้งกับใคร การปรองดองต้องเกิดขึ้นระหว่างคนที่ทะเลาะกัน เป็นเรื่องระหว่างคนที่ทำถูกกฎหมายกับคนที่ทำผิดกฎหมาย แต่เอาเราไปบวกเพื่อให้เห็นว่าเหมือนกัน แนวทางการปรองดองแบบพันธมิตรต้องใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด ใครผิดก็ว่าไปตามผิด
ส่วนภาพ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี เข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม เนื่องในวันสงกรานต์ ในมุมมองของ "จำลอง" เห็นว่า เป็นแค่การสร้างภาพให้เห็นว่าประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเห็นด้วยกับการปรองดอง เพราะสงกรานต์วันที่ 13 เมษายน แต่ไปรดน้ำขอพรวันที่ 26 เมษายน มีที่ไหน การที่ พล.อ.เปรม ต้อนรับเป็นการทำโดยมารยาทผู้ใหญ่ ถ้าไม่เปิดบ้านก็จะมีคนออกมาต่อว่านี่แหละตั้งหน้าไม่ปรองดอง
"ในวันเดียวกับวันที่รดน้ำดำหัวที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ อีกกลุ่มหนึ่งรดน้ำผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อปี 2553 และครอบครัวของคุณกมนเกด อัคฮาด ก็ยังไม่ยอมปรองดอง ถามหน่อยว่าถ้าเป็นคุณทักษิณคุณยอมได้ไหม ถ้าลูกคุณ เมียคุณ ถูกยิงตายแล้วบอกให้เลิกเพื่อชาติบ้านเมืองจะทำได้ไหม นี่คือความพยายามสร้างภาพจะให้หลายๆ คนหันมาเห็นด้วยกับการปรองดอง เพราะไปไม่ได้จึงต้องหาผู้ใหญ่ จึงต้องทำให้เห็นว่าท่านยอมรับเห็นด้วยกับการปรองดอง ผมเคยทำงานให้ท่าน ผมทราบดีว่าท่านไม่เปลี่ยนไป แต่คนอื่นไม่รู้"
ส่วนที่ "พล.อ.เปรม" ถูกจับเป็น "คู่ขัดแย้ง" กับ "ทักษิณ" เรื่องนี้ "จำลอง" ปฏิเสธว่า ไม่ใช่ แต่เป็นการสร้างคู่ขัดแย้งขึ้นมาเอง หากกลุ่มผู้สนับสนุนจะบอกว่าขัดแย้งกับอำนาจนอกระบบ ซึ่งมี พล.อ.เปรม เป็นศูนย์กลางก็กลัวว่าคนจะเกลียด ถ้าไปต่างจังหวัดหลายแห่งที่สนับสนุนทักษิณจะรู้ว่าผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญหรืออำมาตย์เขาหมายถึงใคร ที่ผ่านมาทักษิณไม่เคยออกมาห้ามปรามผู้ที่กระทำการจาบจ้วงสถาบันเลย ไม่เคยแสดงความชัดเจนว่าพวกนี้ไม่ใช่พวก กรรมส่อให้เห็นเจตนา
ไม่มี "ทักษิณ-เปรม" ความขัดแย้งก็ไม่จบ
"ธิดา ถาวรเศรษฐ" ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้นำหมายเลข 1 มวลชนเสื้อแดง บอกว่า นปช. มองการปรองดองเป็นยุทธศาสตร์ ไม่มีเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องปรองดอง การปรองดองเป็นทั้งเป้าหมายและกระบวนการ เป้าหมาย คือ การปรองดองต้องการทำให้ประเทศนี้เกิดสันติสุข เรายินดีปรองดอง แต่โดยทั่วไปจะเป็นหน้าที่รัฐบาลหรือฝ่ายการเมือง ประชาชนไม่จำเป็นต้องปรองดองกับผู้ปกครอง แต่ถ้าประชาชนปรองดองกับประชาชนได้ เพราะเราต้องการให้ประเทศเกิดสันติสุข ประชาชนมีหน้าที่อย่างเดียวคือต่อสู้กับผู้ปกครอง แต่อย่าถามว่า นปช. จะปรองดองอย่างไร ไม่ใช่ธุระ
"มาถามเราว่าปรองดองไหมในขณะที่คนของเรายังอยู่ในคุก ยังถูกตีตรวน คดียังโดนไม่รู้กี่คดี ยังมาถามได้อย่างไรจะปรองดองหรือไม่ แต่ถามว่ารัฐบาลจะไปพบใคร ทำกระบวนการปรองดอง ถูกต้อง เพราะเขาเป็นรัฐบาลของภาพรวมทุกสีเสื้อ จำเป็นต้องทำให้ประเทศราบรื่นที่สุด แต่ขณะนี้เราอยู่ในฐานะผู้ถูกกระทำ จึงจำเป็นที่ต้องต่อสู้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชน หน้าที่ของเราคือทวงความเป็นธรรม แต่รัฐบาลดำเนินการยุทธวิธีในการปรองดอง ถามว่าเราเห็นด้วยหรือไม่ เราไม่ขัดข้อง เพราะรัฐบาลต้องทำในหมู่ผู้ปกครองและชนชั้นนำ ส่วนเราต่อสู้สันติวิธี คือ การปรองดองที่สุดยอด เราทำตามกฎหมาย นี่คือการปรองดองที่สุดยอดแล้ว"
"ธิดา" บอกว่า สิ่งสำคัญในการปรองดอง คือ การทำความจริงให้ปรากฏ ไม่มีการปรองดองที่ไหน ไม่ทำความจริงก่อน คณะกรรมการอิสระเพื่อค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง (คอป.) ค้นหาความจริงน้อยมาก แทบเป็นศูนย์ ขณะนี้เราเรียกร้องอย่างเดียว คือ ทำความจริงให้ปรากฏ ทำให้เกิดความยุติธรรม ไม่ต้องสานเสวนา นั่นคือประตูไปสู่การปรองดอง
ส่วนที่คนมองว่าการต่อสู้ของ นปช. ผูกกับทักษิณ "ธิดา" บอกว่า ที่ผูกกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเขารักตัวเอง ผลประโยชน์ประชาชนมี พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ทำให้ได้ คนรากหญ้าฉลาดกว่าชนชั้นกลาง เพราะรู้ว่าชีวิตต้องการอะไร แต่ชนชั้นกลางรู้แต่ว่าเกลียดใคร คนรากหญ้าต้องการชีวิตที่ดีกว่า และคนที่ให้ได้ก็รัก พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น เขาต่อสู้เพื่อตัวเขา พ.ต.ท.ทักษิณ คือเครื่องมือ แต่เวลาปัญญาชนมองว่า ประชาชนเป็นเครื่องมือ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงเป็นสาเหตุแห่งปัญหา
"ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ตายไปวันนี้ หรือเอา พ.ต.ท.ทักษิณ ใส่แคปซูล ยิงไปนอกโลก หรือ พล.อ.เปรม ก็เหมือนกัน ตายวันนี้หรือใส่แคปซูลยิงไปนอกโลก ยังรบอยู่หรือไม่ คนเสื้อแดงเลิกไหม ถ้าคุณเปรมตาย ไม่เลิก แล้วถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอะไรเสื้อแดงเลิกไหม ไม่เลิกยิ่งหนักไปอีก"
