เพื่อไทย-เสื้อแดงยุทธศาสตร์ 2 ขา !

โลกวันนี้ 14 พฤษภาคม 2555 >>>


นายนิสิต สินธุไพร นักการเมืองบ้านเลขที่ 109 และแกนนำ นปช. ยืนยันว่า แกนนำเสื้อแดงไม่ได้ทิ้งระดับรากหญ้า เพราะพรรคเพื่อไทยมีวันนี้ได้ก็เพราะระดับรากหญ้า ยังคงเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน เพื่อเดินหน้านำประเทศชาติสู่ความปรองดอง สงบสุข ส่วนจะมีแนวทางอย่างไรอ่านได้ดังต่อไปนี้

มองการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการปรองดองอย่างไร

เมื่อการเมืองมีแนวโน้มเข้าสู่ระบบรัฐสภา ภายใต้กติกาที่เป็นอยู่จะทำให้การเมืองมุ่งไปสู่การเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น การปรองดองเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย การปฏิวัติรัฐประหาร การสังหาร การฆ่าประชาชน การใช้เครื่องมือทางกฎหมายที่ไม่ยุติธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่รุนแรงทางการเมือง เพราะฉะนั้นสังคมไทยปฏิเสธความรุนแรงมากขึ้น เห็นได้จากผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ปฏิเสธการแก้ปัญหาโดยวิธีรุนแรง ไม่เอารัฐประหาร ไม่เอาการสั่งฆ่า ปราบปรามประชาชน ไม่เอาความยุติธรรมแบบ 2 มาตรฐาน สิ่งเหล่านี้เป็นผลสะท้อนที่การเมืองพัฒนาไปมาก เพราะฉะนั้นจุดหมายปลายทางของสังคมคือ ต้องการเห็นความสงบ ความสันติสามัคคีของสังคมมากขึ้น เพราะฉะนั้นเครื่องมือต่างๆเหล่านี้สะท้อนให้เห็น

กรณีสลายการชุมนุมคดีไม่คืบหน้าเท่าที่ควร

ต้องยอมรับว่าคดี 91 ศพ เกิดจากการสังหารประชาชนในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาของสังคมไทย สั่งฆ่าประชาชน เขาทำหน้าที่ปกป้องตัวเอง ปกป้องผู้สั่งฆ่าประชาชน ไม่ให้มีการดำเนินคดีใดๆเลยในยุครัฐบาลของเขา แต่หลังจากที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้ามาบริหารประเทศหลังวันที่ 3 กรกฎาคม คดีความต่างๆเริ่มมีความคืบหน้าขึ้น เห็นได้จาก 16 คดีที่จะมีการไต่สวนในชั้นศาล ฉะนั้นภายใต้รัฐบาลยิ่งลักษณ์คดีมีความคืบหน้า มีความเคลื่อนไหวมากขึ้น

ป.ป.ช. แย้งการตาย 18 ศพโดยเจ้าหน้าที่รัฐ

ผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) ของพนักงานสอบสวน และพยานหลักฐานต่างๆเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นชัดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เรื่องนี้เจ้าหน้าที่รัฐสอบเอง สอบในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่ได้สอบในสมัยเรา เราเอาผลการสอบเบื้องต้นมาต่อยอด เพราะฉะนั้นต้องยอมรับว่าองค์กรอิสระต่างๆที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรที่เกิดขึ้นเป็นปฏิปักษ์กับประชาชน เพราะเกิดภายใต้รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 องค์กรเหล่านี้จึงไม่แสดงถึงความห่วงใยประชาชนที่ถูกฆ่ากลางเมือง ไม่เคยที่จะมุ่งสอบสวน ไม่เคยติดตามหรือดำเนินคดีกับรัฐบาลชุดที่แล้ว เพราะฉะนั้นกลุ่มที่แสดงความคิดเห็นเช่นนี้ออกมาคือ กลุ่มปฏิปักษ์กับประชาชนในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

ทำไมการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีปัญหามาก

ขณะนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงแก้ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาก่อน ทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังไม่รู้เลยว่าใครจะเป็นสภาร่าง ฝ่ายหนึ่งวิตกกังวลกันไปเองว่าจะมีการร่างโดยทิศทางของฝ่ายที่ต้องการร่าง ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก เราต้องให้ความเคารพประชาชน เมื่อ ส.ส.ร. มาจากประชาชน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เราต้องให้การยอมรับเหมือน ส.ส. ในสภาตอนนี้ ก็ต้องยอมรับซึ่งกันและกัน เพราะมาจากการเลือกตั้ง ถ้าสังคมไทยไม่ยอมรับประชาชนก็มีสิทธิคิดได้ทุกอย่าง วิตกกังวลทุกอย่างว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่เป็นประชาธิปไตย แก้เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แก้เพื่อคนคนเดียว อันนี้เป็นข้อวิตกจริตเกินเหตุ เหมือนกับดูถูกประชาชนที่เลือกตั้ง ส.ส.ร.
นี่เป็นความคิดเห็นที่ไม่ยอมรับนับถือประชาชน ถือเป็นแนวคิดที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เชื่อว่า ส.ส.ร. 99 คนที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญเขาต้องฟังประชาชน ฟังทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นต้องให้ความมั่นใจในประชาชนว่า ประชาชนคือบุคคลที่กำหนดทิศทาง กำหนดอนาคตของเขา เราเป็นนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องเคารพเสียงประชาชน

คนเสื้อแดงมองการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร

คนเสื้อแดงเป็นส่วนหนึ่งของสังคม องค์กร นปช. แดงทั้งแผ่นดิน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ต้องมีการขับเคลื่อนให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 นี่เป็นภาษาของ นปช. ถ้าเป็นภาษาของรัฐสภาเรียกว่าแก้ไขเพิ่มเติม แต่เป้าหมายของ นปช. คือ
1. โค่นรัฐบาลอำมาตย์
2. ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่เป็นระบอบเผด็จการ
3. โค่นระบอบอำมาตย์
โดยขั้นตอนแรกเราโค่นรัฐบาลอำมาตย์ คือรัฐบาลอภิสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว โค่นโดยสันติวิธี คือจากการเลือกตั้ง ต่อไปต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่โดยตรงของ นปช. ต้องเดินให้ครบ ภารกิจที่ตั้งไว้ 3 ข้อ เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการที่จะให้มีรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน อำนาจเป็นของประชาชน

มองการเข้าพบ พล.อ.เปรม ของนายกฯอย่างไร

การเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ของนายกฯยิ่งลักษณ์กับคณะ ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่ก่อนหน้านี้ได้มีการแถลงว่าจะสร้างความปรองดองขึ้นในชาติ สร้างความสงบสุขขึ้นในชาติ ต้องการเอาวิกฤตออกจากสังคมไทย วันนี้รัฐบาลมีการเคลื่อนไหวส่งสัญญาณเพื่อให้เกิดความปรองดอง ซึ่งแน่นอนว่าหลายฝ่ายก็มีข้อกังวลสงสัยว่าการเข้าพบครั้งนี้จะมีการเกี๊ยะเซียะระหว่างฝ่ายอำมาตย์กับรัฐบาลหรือไม่ หรือฝั่งชนชั้นนำ ชนชั้นสูงกับรัฐบาลหรือไม่ และทิ้งประชาชน
ขณะนี้จุดหมายปลายทางเรื่องการปรองดองยังไกลอยู่ ยังไม่มีรูปร่างอะไรเลย เพียงเป็นสัญญาณขึ้นมาเท่านั้นเอง ฉะนั้นการเข้าพบ พล.อ.เปรม ของรัฐบาลจะไม่เสียหาย ในส่วนรัฐบาลก็ว่ากันไป ในส่วนประชาชนก็จะเฝ้าดูว่ารัฐบาลสร้างความปรองดองได้ถูกต้องหรือไม่ และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือชนชั้นนำจะเจรจายังไงก็ตาม ถ้าประชาชนไม่เอาด้วยก็เกิดความปรองดองยาก
ฉะนั้นคนที่จะกำหนดความปรองดองได้ดีที่สุดคือประชาชนทั้งประเทศ บทบาทรัฐบาลก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดความปรองดอง เพื่อให้เกิดความสงบสุข เพื่อให้แก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติ เป็นไปตามนโยบายที่แถลงไว้ ในส่วน นปช. ก็ไม่ได้กังวลอะไร อาจมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่แสดงความวิตกกังวลหรือห่วงใยในเรื่องที่จะเกิดความปรองดองขึ้น เพราะยังไม่ชัดเจนจึงมีสิทธิที่จะสงสัย มีสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่เนื้อหาสาระที่แท้จริงยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องปรองดอง

ว่ากันว่ามวลชนระดับแกนนำทอดทิ้งมวลชนระดับรากหญ้า

เรื่องนี้เป็นความรู้สึกของคนส่วนน้อยไม่ใช่ส่วนใหญ่ ส่วนน้อยอาจมี แต่ว่าส่วนใหญ่ไม่คิดอย่างนั้น เพราะการต่อสู้ของ นปช. แดงทั้งแผ่นดิน ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อต่อต้านเผด็จการ และขณะนี้ นปช. เป็นขบวนการประชาชน เป็นขบวนการเสียสละ เป็นขบวนการที่ประชาชนร่วมมือกันต่อสู้ เราเองไม่มีวัตถุประสงค์อย่างอื่นนอกจาก 3 ข้อที่ได้กล่าวมาแล้ว ว่าโค่นล้มรัฐบาลอำมตย์ ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 และโค่นล้มระบอบอำมาตย์
ขณะนี้ต้องยอมรับว่าช่วงวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 มีพี่น้องเราติดคุกกว่า 600 คน และจากความพยายามของหลายฝ่าย ทั้ง นปช. ทั้งหน่วยอื่นๆ เดี๋ยวนี้เหลือพี่น้องที่อยู่ในคุกประมาณ 62 คน จาก 600 เศษ ซึ่งเราก็ช่วยดูแลเยียวยากัน ในอนาคตเราต้องหาทางเอาพี่น้องของเรา 62 คนออกจากคุกอย่างยุติธรรม ซึ่งเป็นความพยายามของพวกเราทุกๆฝ่าย

การพ่ายเลือกตั้งที่ปทุมฯ ส่งผลกระทบกับพรรคเพื่อไทยอย่างไร

การเลือกตั้งที่ปทุมธานี เหตุจริงๆที่ได้ข้อมูลมาคือ สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่ปฏิเสธก็คือ ต่อต้านคัดค้านการลาออกจาก ส.ส. แล้วมาสมัครนายก อบจ. โดยพบว่าไปเคาะประตูบ้าน 10 หลัง 8 หลังด่าว่าลาออกทำไม เห็นตั้งแต่เริ่มต้นแล้วว่าจะแพ้ ประชาชนค่อนข้างโกรธมากที่ ส.ส. ลาออกไปสมัครนายก อบจ. นี่เป็นเหตุใหญ่ ส่วนเหตุอื่นอาจจะเป็นเหตุรอง ต่อไปพรรคเองอาจต้องพิถีพิถันในการที่เดินเกมการเมืองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่สำคัญ ส.ส. ในพื้นที่ต้องทำหน้าที่อย่างหนักและเข้มแข็งเพื่อให้ได้ใจประชาชน ส่วนคนเสื้อแดงนั้นไม่มีใครที่ปฏิเสธพรรคเพื่อไทย แต่หลายข้อหลายเรื่องหลายอย่างก็ต้องมีการจัดความสำคัญระหว่างพรรคกับคนเสื้อแดงให้เหมาะสม ทั้ง 2 ส่วนเป็นแนวร่วมซึ่งกันและกัน การจัดความสัมพันธ์ระหว่างพรรคกับคนเสื้อแดงต้องมีนัยที่เข้าใจกันและเอื้อต่อกันในการทำกิจกรรมต่างๆ

แกนนำไม่ทิ้งเสื้อแดง

ไม่เคยครับ ขณะนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ทางการเมืองเข้าสู่ปรกติ ไม่ใช่สถานการณ์การต่อสู้ ทุกวันนี้มีเวทีที่พวกเราไปปราศรัยเป็นสิบๆ ต้องแบ่งกันไป แกนนำไม่ได้อยู่กับที่ อดตาหลับขับตานอนไปขึ้นเวที แบ่งกันไป ผมเองวันละ 3-4 เวที แต่ไม่เป็นข่าว เวทีหนึ่งประมาณ 500-1,000 คน กระจัดกระจาย เพราะคนมาชุมนุมไม่มากเนื่องจากเป็นสถานการณ์ปรกติ เพราะฉะนั้นเหมือนว่าขบวนการเคลื่อนไหวของแกนนำส่วนกลางกับพื้นที่ก็กระจัดกระจายไปในหลายพื้นที่ร่วมกัน

เสื้อแดงจะตั้งพรรค

ผมว่าขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงไม่คิดที่จะตั้งพรรคขึ้นมา กลุ่มเสื้อแดงเกือบ 100% ยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ไม่คิดที่จะจัดตั้งพรรคใดๆทั้งสิ้น เพราะว่าสถานการณ์การต่อสู้ทางการเมืองขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยมีความจำเป็นต้องเป็นพันธมิตรในการต่อสู้ทางการเมืองต่อไป ถ้าวิเคราะห์ทางการเมืองแล้ว พรรคการเมืองที่แข่งขันกันในขณะนี้คือพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ มีเพียง 2 ขั้ว พรรคภูมิใจไทยสมัยหน้าก็ไม่รู้จะยืนได้แค่ไหน บรรหาร ศิลปอาชา ก็เป็นพรรคสุพรรณบุรี พรรคชาติพัฒนาก็เป็นพรรคโคราช
ในอนาคตการจัดตั้งพรรคใหม่เป็นไปได้ยากลำบากมาก เพราะฉะนั้นเชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ยังมีความมั่นคงกับพรรคเพื่อไทย และเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง แต่ว่าการแสดงความคิดเห็นบางอย่างถือว่าเป็นพันธมิตรวิพากษ์วิจารณ์พันธมิตร แสดงความคิดเห็นที่ห่วงใยพันธมิตร ไม่มีอะไรเกินนี้ ถึงทะเลาะกันยังไงก็ไม่เลิกสนับสนุนกัน เพราะว่ายังเข้าใจกันอยู่

พรรคเพื่อไทยกับเสื้อแดงยังเดินยุทธศาสตร์ 2 ขา

ก็ 2 ขาเหมือนเดิม เพราะเป็นความจำเป็นทางประชาธิปไตย ถ้าพรรคเพื่อไทยขาดคนเสื้อแดงก็ยืนลำบาก คนเสื้อแดงขาดพรรคการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทยก็ต่อสู้ลำบาก พันธมิตร 2 ฝ่ายจึงมีความจำเป็นตราบใดที่มีระบอบประชาธิปไตยที่มีระบบรัฐสภา การต่อสู้ในแนวนี้ย่อมมีความจำเป็นที่จะต้องจับมือกัน

แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เพื่อให้เป็นประชาธิปไตย จะเปลี่ยนการปกครองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากเปลี่ยนประชาธิปไตยให้เป็นประชาธิปไตยแท้จริง และเป็นประชาธิปไตยที่มีอำนาจของประชาชนอย่างแท้จริง จะเปลี่ยนประชาธิปไตยเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เพราะนี่เป็นกระบวนการของรัฐสภา ไม่ใช่กระบวนการต่อสู้ทางอาวุธ อย่าลืมว่าสังคมไทยขณะนี้มีการต่อสู้กัน 2 ขั้วใหญ่ๆ ขั้วหนึ่งเป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยม ขั้วที่ 2 คือเสรีประชาธิปไตย เสรีนิยม มีแค่นี้ ไม่มีกลุ่มสังคมนิยม ไม่มีกลุ่มคอมมิวนิสต์ ไม่มีเลย ยืนอยู่ 2 ฝั่งแค่นี้

มองการปรับ ครม.ปู 3 อย่างไร


การปรับ ครม. ทุกครั้งของรัฐบาลใดๆก็ตาม มีเหตุผลคือ ประการที่ 1 ปรับเพื่อให้เกิดเสถียรภาพทางการเมือง มีความมั่นคงทางการเมือง ประการที่ 2 ปรับเพื่อประสิทธิภาพของรัฐบาล และประการที่ 3 ปรับเพื่อความเหมาะสม เอาคนที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับสถานการณ์ เหมาะสมกับกระทรวงและภาระหน้าที่เข้ามาทำงาน

คนเสื้อแดงเป็นรัฐมนตรี


ก็เห็นข่าวออกมา เป็นการวิเคราะห์กันว่าน่าจะมีโอกาสโดยเฉพาะคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งเป็นตัวแทนของ นปช. แดงทั้งแผ่นดิน พรรคเพื่อไทยไม่มีโควตาภาค โควตากลุ่ม การตั้ง ครม. เป็นไปตามความเหมาะสม และก็เป็นไปตามความสามารถ จึงเป็นพรรคที่ปรับ ครม. แต่ละครั้งจะไม่มีแรงขับเคลื่อน ไม่มีความขัดแย้ง

มองการเมืองหลังจากนี้


วันนี้การเมืองเริ่มเข้าสู่วิถีทางของระบบรัฐสภา เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาของชาติ มองว่า 1.การเมืองนอกสภาจะเบาบางลง เหตุผลเพราะสังคมต้องการความสงบ 2.การเมืองในอนาคตที่จะมากระตุกรัฐบาลได้ ถ้ามองไปแล้วกลุ่มพันธมิตรฯอ่อนกำลังลง เพราะแนวทางของกลุ่มพันธมิตรฯเป็นแนวทางที่ไม่สอดคล้องกับประชาธิปไตย ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม จึงทำให้กลุ่มนี้จำนวนน้อยลงเรื่อยๆ คนที่สนับสนุนแนวทางนี้น้อยลง กำลังที่จะมาโค่นรัฐบาลค่อนข้างยาก
พรรคประชาธิปัตย์วันนี้อนุรักษ์นิยมสุดๆ พื้นที่ต่อสู้ทางการเมืองถ้าประชาธิปัตย์ขยายการต่อสู้ไม่ได้ ก็ถือว่าต้องเป็นฝ่ายค้านตลอดกาล เช่น จำกัดพื้นที่อยู่แค่ภาคใต้ ออกนอกพื้นที่ไม่ได้ กทม. หรือภาคอื่นสู้ยาก ประชาธิปัตย์จะไม่สามารถก่อตั้งรัฐบาลในระยะยาว ดูพรรคอื่นๆก็เป็นพรรคองค์ประกอบ จะมีพรรคหลักใหญ่ๆก็คือ พรรคเพื่อไทย ในแง่ของรัฐสภาถือว่ามีเสถียรภาพ สิ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องระวังให้มากคือ อย่าให้มีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้น ซึ่งจะทำลายรัฐบาล