กรุงเทพธุรกิจ 27 มีนาคม 2555 >>>
ปชป. ขอเสียง ส.ว. โนโหวตให้พิจารณารายงานปรองดองในสภาฯ ระบุอาจนำไปสู่วิกฤตประเทศ ด้าน "รสนา" ซัดแค่เป็นพิธีกรรมปรองดอง
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีคำสั่งนัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 สมัยสามัญนิติบัญญัติ ในวันนี้ (27) เวลา 10.00 น. โดยมีการบรรจุระเบียบวาระด่วน เรื่องญัตติขอให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีมติให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน กับคณะ เป็นผู้เสนอ
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องด่วนที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว จำนวน 6 เรื่อง อาทิ กรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศ สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ระยะที่ 3
เรื่อง กรอบการเจรจาอนุสัญญา หรือความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และความตกลงและอนุสัญญา จำนวน 11 ฉบับ และเรื่อง ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งสหภาพพม่า ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
ปชป. ขอ ส.ว. โนโหวตปรองดอง
นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กมธ.ปรองดอง กล่าวไม่เห็นด้วย และจะลงมติไม่เห็นด้วย ที่จะงดเว้นรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 โดยให้ญัตติเรื่องรายงาน กมธ.ปรองดอง เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาฯ ในสมัยสามัญนิติบัญญัติ
"รายงานฉบับดังกล่าว ยังคงมีความขัดแย้งระหว่าง กมธ.ปรองดอง และไม่นำไปสู่ความปรองดองที่แท้จริง ผมขอเรียกร้องไปยังสมาชิกวุฒิสภา ร่วมลงมติไม่เห็นด้วย เพื่อสกัดความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นกับสภาผู้แทนฯ ซึ่งจะนำไปสู่วิกฤติของประเทศ ซึ่งเบื้องต้นนั้น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะลงมติไม่เห็นชอบ" นายนิพิฏฐ์ กล่าว
'รสนา' ซัดพิธีกรรมปรองดอง
น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวว่า ประเด็นนี้มีความรีบร้อน ทั้งที่จากข่าวทราบว่าการทำงานยังไม่ได้ข้อยุติ อีกทั้งการประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัติ จะปิดสมัยวันที่ 18 เม.ย. นี้แล้ว และในเดือน ส.ค. จะเข้าสู่สมัยสามัญทั่วไป ซึ่งสามารถพิจารณาเรื่องญัตติได้ ทำไมกรรมาธิการฯ ไม่รอใช้ช่วงเวลาดังกล่าว
"ความรีบเร่งดังกล่าว เพื่อใช้เสียงข้างมากที่รัฐบาลมีอยู่ ผลักดันในสิ่งที่ตนมีอยู่ โดยการเรียกประชุมร่วมรัฐสภา เป็นเพียงพิธีกรรมหนึ่งเท่านั้น การจะสร้างความปรองดอง เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างรวบรัด สิ่งที่จะเกิดขึ้นเหมือนเป็นการทำตามอำเภอใจ สิ่งที่ตนเองอยากได้ เช่น ออกกฎหมายปรองดอง นิรโทษกรรม ต้องเอาให้ได้ แบบนี้ถือว่าเป็น Dubai Law แล้ว” น.ส.รสนา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณาเรื่องดังกล่าว ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมร่วมรัฐสภา โดยขณะนี้ มีจำนวนของสมาชิกทั้งสิ้น 647 คน เท่ากับจะต้องได้เสียงเกิน 325 คนขึ้นไป
ทั้งนี้่ เมื่อพิจารณาจากเสียงข้างมากในสภาฯ พบว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล มี 299 เสียง และขณะนี้ ส.ว. สายเลือกตั้งเกินครึ่ง ให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า การพิจารณาเรื่องดังกล่าว จะได้รับการอนุญาตจากที่ประชุมรัฐสภา
