
"จตุพร"เผยเตรียมนำกองทัพคนเสื้อแดง บุก“ลาว-กัมพูชา” รดน้ำดำหัว“ทักษิณ” ชี้"นายใหญ่" ไม่กลัวตาย พร้อมกลับ เมื่อยุติธรรมเกิด
วันที่ 25 มี.ค.55 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงการจัดกิจกรรมของการเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ โดยในวันที่ 12-13 เม.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เพื่อให้ชาวอุดรฯ -หนองคาย เดินทางมาพบ และวันที่ 14-15 เม.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางเมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา เพื่อให้คนเสื้อแดงมาร่วมกิจกรรม โดยช่วงเช้าจะมีการทำพิธีรดน้ำดำหัว และช่วงบ่าย-เย็น จะมีการจัดกิจกรรมดนตรีของศิลปินไทย-กัมพูชา มีการจัดซุ้มอาหารรองรับคนเสื้อแดงที่จะเดินทางไป ขณะนี้อยู่ระหว่างหาสถานที่จะใช้รองรับประชาชนที่คาดว่าจะเดินทางไปหลายหมื่นคน เพราะถือเป็นเวทีคนทั้งสองประเทศ แต่ยังไม่แน่ใจว่า สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรี และครอบครัวของพ.ต.ท..ทักษิณจะมาร่วมงานหรือไม่ แต่เบื้องต้นเลขาฯของสมเด็จฮุนเซน ได้ประสานมาจะช่วยจัดการสถานที่ให้ ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่กลับเมืองไทยในขณะนี้ แต่เป็นบรรยากาศที่คิดถึงกัน ก็เลยมาอยู่ใกล้ไทยให้มากที่สุด
ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามาในเวทีปราศรัยคนเสื้อแดงจ.สุรินทร์ ว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยอย่างเท่ๆ จะถูกมองว่าไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมหรือไม่นั้น นายจตุพร กล่าวว่า การกลับบ้านอย่างเท่ๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ คือ รอวันกลับบ้านด้วยความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน เชื่อว่า ชีวิตพ.ต.ท.ทักษิณผ่านร้อนหนาวมาเมืองไทย การไม่กลับมาไม่ใช่กลัวตาย หรือกลัวถูกลอบฆ่า แต่เป็นเรื่องของความยุติธรรม หากมีการรัฐประหาร และการตั้งคตส.มาดำเนินการกับนายกรัฐมนตรีทุกคนเหมือนกันหมด จึงเรียกว่า ยุติธรรม ไม่ใช่การรัฐประหารและตั้งคตส.มาดำเนินคดีกับพ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว
"จตุพร"ซัด"ปชป."ขวางปรองดอง แนะ"พล.อ.สนธิ-พล.ต.สนั่น"จับเข่าคุย
นายจตุพร กล่าวถึงผลวิจัยสถาบันพระปกเกล้าเรื่องการสร้างความปรองดอง ว่า ตนในฐานะเป็น 1 ใน 47 คนที่สถาบันพระปกเกล้ามาสัมภาษณ์ขอข้อมูลเรื่องความปรองดอง ซึ่งเป็นแค่ความเห็นหนึ่ง ของการรวบรวมข้อมูลสถาบันพระปกเล้า เป็นการรวบรวมความเห็นของบุคคลที่มีความเห็นแตกต่างกัน ผลวิจัยของสถาบันไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จ ว่า ประเทศจะปรองดองได้ การปรองดองจะเกิดได้ด้วยความพร้อมใจของทุกฝ่าย ไม่ใช่ผลวิจัย ดังนั้นท่วงทำนองของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่วิตกจริตเรื่องผลวิจัยนั้น ตนขอเรียนว่า ในฐานะคนให้ข้อมูลไม่มีความเชื่อว่า ผลวิจัยจะทำให้ประเทศปรองดองได้ แต่สิ่งสำคัญต้องทำให้ทุกภาคส่วนเข้าใจเรื่องความยุติธรรมก่อน วันนี้ความยุติธรรมยังไม่เท่าเทียม เพราะคดีที่นายอภิสิทธิ์ สั่งฆ่าประชาชนเมื่อสองปีที่แล้ว ยังอยู่กับที่ แกนนำของประชาธิปัตย์ไม่ต้องการให้ประเทศปรองดอง เพราะประชาธิปัตย์ขี้แพ้ แพ้มาเกือบ 20 ปี เรียกว่า แพ้จนบรรลุนิติภาวะ และจะแพ้ถึงวัยเบญจเพส พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความดีเป็นของตัวเอง จึงใช้สถาบันมาเป็นข้ออ้าง และใช้วิธีโจมตีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เหมือนที่ขึ้นป้ายโจมตีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ภาคใต้เพราะเป็นความหวังเดียวของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะทราบดีว่า หากให้รัฐบริหารประเทศครบวาระ จะแพ้หนักกว่าเดิม จึงต้องออกมาตีโพยตีพายเพื่อหวังส้มหล่นเป็นนายกฯด้วยวิธีพิเศษ ขอเตือนว่า ไม่มีทาง
ส่วนกระบวนการปรองดองนั้น ขณะเสือสองตัว คือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ยังอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ประเทศก็หาความปรองดองยาก หากพล.อ.สนธิ และพล.ต.สนั่นต้องการปรองดองจริงก็ควรจับเข่าคุยกัน เรื่องเบื้องหลังการยึดอำนาจสำคัญน้อยกว่าอนาคตข้างหน้าว่าประเทศจะเดินไปอย่างไร ถ้าเรายังอยู่กับเบื้องหลัง เบื้องหน้าก็รอความหายนะ ตนปรารถนาให้เกิดการปรองดองบนพื้นฐานของความเสมอภาค
เมื่อถามว่า ไม่ติดใจพล.อ.สนธิ ที่ทำรัฐประหารแล้วใช่ไหม นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าตนอาฆาต คงแสดงปฏิกิริยาต่อต้าน แต่บ้านเมืองนี้ไม่มีใครทำถูกทุกเรื่อง ชีวิตทุกคนมีถูกและผิด เมื่อพล.อ.สนธิต้องการแก้ปัญหาที่ก่อไว้ แต่เมื่อยึดอำนาจแล้ว ความแตกแยกมีมากกว่าเดิม ตนมีน้ำใจนักกีฬา หากยังอยู่ท่ามกลางความอาฆาต พล.อ.สนธิก็จะแก้ไขสิ่งที่ก่อไว้ไม่ได้ พระพุทธเจ้ายังให้โอกาสองคุลีมาร การที่มนุษย์ทำผิด แล้วต้องการแก้ไข ควรได้รับการสรรเสริญมากกว่าคนทำผิดซ้ำซากและไม่เคยแก้ความผิดของตัวเอง
เมื่อถามว่า ไม่อยากรู้เบื้องหลังการปฏิวัติแล้วใช่ไหม นายจตุพร กล่าวว่า คิดว่าทุกฝ่ายมีคำตอบหมดแล้ว คำถามและคำตอบของพล.ต.สนั่น ตนทราบมาปีกว่าแล้ว ขณะนี้ทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว แต่บ้านเมืองต้องเดินหน้า ไม่ใช่ว่าต้องการลืมอดีต หากถามกันต่อไปก็จะเป็นวังวนเช่นนี้ ถามไปก็ไม่มีข้อมูลเพิ่มมากขึ้น คำตอบรัฐประหารคงไม่มีมากกว่าที่ปรากฏจากนี้ เดินหน้าไปก็ไม่ได้ข้อมูลมากว่านี้ จะเดินหน้าไปหาความขัดแย้งจนเกิดสงครามการเมืองหรือ เมื่อถามว่า เชื่อในคำรับรองของพล.ต.สนั่นใช่หรือไม่ว่า พล.อ.เปรม ไม่เกี่ยวข้องในการทำรัฐประหาร นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งที่พล.ต.สนั่นพูดทุกคนมีคำตอบในหัวใจหมดแล้ว แต่จะทำอย่างไรให้เดินหน้าได้มากกว่านี้ ประวัติศาสตร์เมื่อถึงเวลาความจริงก็จะเปิดเผย การรุกในขณะนี้มากไป ก็ไม่ได้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
เมื่อถามว่าการต่อสู้ของคนเสื้อแดงห้าปีที่ผ่านมาถือว่า ผิดเป้าหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า การทำหน้าที่ของคนเสื้อแดงมาจากสถานการณ์ที่เรามีความเข้าใจในขณะการต่อสู้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปมนุษย์แต่ละคน ไม่เคยไม่มีใครทำผิด คนทำผิดที่แก้ไข จะไม่ให้อภัยเขาหรือ
นายจตุพร กล่าวต่อถึงกรณีการบิดเบือนการแก้รัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า ทำเพื่อระบอบทักษิณและจะแก้ไขทั้งฉบับนั้น เป็นความเท็จร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะไม่แก้หมวดสถาบัน จะแก้ร้อยเปอร์เซ็นต์ได้อย่างไร อีกทั้งเวลานี้ยังไม่มีการแก้ไขอะไร จนกว่าจะฟังความเห็นประชาชน ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์บิดเบือนว่า ตนกล่าวว่า คนใต้โง่ที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ในการลงพื้นที่ของตนไปอบรมเรื่องยาเสพติดที่จ.นครศรีธรรมราช ยืนยันว่า ตนไม่ได้พูดว่า คนใต้โง่ เพราะมีสติมากพอในการพูด ตนจะเอาเทปในการพูดคุยไปเปิดในรายการชูธง ทางสถานีเอเชียอัพเดท วันที่ 27 มี.ค.เวลา 20.00 น. เพื่อยืนยันว่าไม่ได้พูด หากใครก็ตามรวมถึงสื่อบางฉบับยังไม่หยุดกุข่าวเรื่องนี้ จะดำเนินคดีฟ้องร้อง คนพวกนี้เห็นตนลงพื้นที่ภาคใต้ ก็กลัวจะเสียสถานะ เลยกุข่าวหลอกลวง ตนยังมีกิจการมลงภาคใต้อีกหลายครั้ง ขอให้อย่าใช้วิธีกุข่าว
