กรุงเทพธุรกิจ 28 มีนาคม 2555 >>>
กมธ. แก้รัฐธรรมนูญ ป่วนหลังฝ่ายค้านโหวตชนะ กมธ. ฝ่ายรัฐบาล 12-10 เสียง ประธาน กมธ. ต้องสั่งยุติการประชุม
นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม กล่าวถึง กรณีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมว่า ตนคาดว่าจะสามารถพิจารณาร่างแก้ไขฯ ในวาระ 2 ได้ทัน วันที่ 10-11 เมษายนนี้ โดยขณะนี้ มีผู้ขอแปรญัตติเข้ามาแล้ว 172 คน ซึ่งทางคณะกรรมาธิการจะใช้เวลาที่มีอยู่อีก 2 สัปดาห์ ในการพิจารณาเรื่องที่ค้างอยู่ให้เสร็จสิ้นทั้งหมด รวมถึงจะเชิญผู้แปรญัตติมาชี้แจง เชื่อว่าการพิจารณาในช่วงต่อไปจะไม่เกิดปัญหา เพราะได้พิจารณาในประเด็นที่สำคัญผ่านไปหมดแล้ว
นายสามารถ กล่าวยืนยันว่า การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ไม่ใช่การปูทางเพื่อนิรโทษกรรม เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่มีข้อใดที่เอื้อต่อการนิรโทษกรรม ที่ผ่านมากรรมาธิการชุดนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกรรมาธิการเสียงข้างน้อย จึงมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหากรรมาธิการลาออกเหมือนคณะกรรมาธิการปรองดอง
ส่วนประเด็นข้อสรุปแนวทางเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยข้อสรุปของ กกต.ที่เสนอให้ออกเป็น พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.ร. เป็นเรื่องที่ตรงกับความเห็นของกรรมาธิการอยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่ กกต. ขอออกพระราชบัญญัติเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ นั้นก็กำลังรอข้อเสนอของ กกต. อยู่ ซึ่งมี 2 แนวคิด คือ นำกฎหมายที่มีอยู่มาบังคับใช้โดยอนุโลม แต่ กกต. ต้องการให้มีกฎหมาย ไม่ใช่ระเบียบ หรืออีกแนวทางหนึ่ง คือออกกฎหมายเฉพาะกิจ มาเลือก ส.ส.ร. ทั้งนี้ต้องดูความเหมาะสมก่อน ซึ่งหากใช้กฎหมายโดยอนุโลมได้ก็สะดวก แต่ กกต. ห่วงว่า ต้องชัดเจนเรื่องการลงคะแนนในต่างประเทศ และการลงคะแนนล่วงหน้า
สำหรับการประชุมวันนี้นายสามารถ ได้มีการลงมติว่าเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ม.291/1 ฉบับ ครม. หรือไม่ ผลปรากฏว่ามีกรรมาธิการที่เห็นด้วยกับร่าง ครม. 10 คน ส่วนกรรมาธิการที่ไม่เห็นด้วยมีจำนวน 12 คนแต่ในระหว่างที่ลงมติในร่าง ครม. นั้นกรรมาธิการฝ่ายรัฐบาลไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ทำให้เกิดความวุ่นวาย และข้อโต้เถียงกันระหว่างกรรมาธิการฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอย่างดุเดือด ก่อนที่ประธาน กมธ. ได้สั่งยุติการประชุม และจะพิจารณาในประเด็นดังกล่าวต่อในวันพรุ่งนี้ (29 มี.ค.)
