(ชมคลิป) นปช.แถลงข่าวประกาศจุดยืน "รวมพลปราบกบฎ" ณ ถนนอักษะ 11 พ.ค.







 เมื่อเวลา 18.00น. ที่เวทีชุมนุม นปช. ถนนอักษะ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า ขณะนี้นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. กำลังหวังให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองฝ่ายของตัวเองดำเนินการเพื่อให้มีนายกฯมาตรา7  ซึ่งผู้ใหญ่ฝ่ายนายสุเทพได้ปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อนมานานแล้ว จึงบอกว่าหากทำไม่สำเร็จในวันที่12พ.ค.นี้ นายสุเทพจะออกมาจัดการเอง จึงต้องย้ายเวทีไปอยู่ที่หน้าองค์การสหประชาชาติดังนั้นจึงอยากให้พี่น้องเสื้อแดงติดตามสถานการณ์นี้ให้ดีทราบว่าเบื้องต้นจะมีตัวจักรสำคัญที่เข้ามาดำเนินการคือนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย  รองประธานวุฒิสภา ที่เพิ่งได้รับการเลือกให้เป็นประธานวุฒิสภาคนใหม่  ซึ่งกรณีนี้ในวันที่ 12พ.ค. จะมีคนจำนวนมากไปแจ้งความเอาผิดฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพราะการเลือกประธานวุฒิสภาเข้าข่ายความผิดผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะในระเบียบวาระที่เปิดประชุมวุฒิสภาไม่มีวาระให้เลือกประธานวุฒิสภา แต่นายสุรชัย ที่ทำหน้าที่รองประธานวุฒิสภากลับดำเนินการให้มีการเลือกประธานวุฒิ และคนที่ได้รับเลือกก็คือตัวนายสุรชัยเองจึงเข้าข่ายความผิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เรื่องนี้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาลรักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ส่งให้กฤษฎีกาศึกษาแล้วว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่   อย่างไรก็ดีเรื่องนี้สุดท้ายก็ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราก็ไม่หวังผลการตัดสินว่า  จะออกมาเป็นบวกสำหรับเราอยู่แล้ว

นายจตุพร กล่าวว่า การเร่งรีบเลือกประธานวุฒิสภาก็เพราะว่ามีแผนให้ประธานวุฒิเป็นผู้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีมาตรา 7 มีการวางแผนเป็นขบวนการมาตั้งแต่ต้น ดังนั้น จึงขอให้พี่น้องคนเสื้อแดงเตรียมพร้อมในระดับสูงสุดไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก เราจะต้องพร้อมที่จะต่อสู้กับอำมาตยาธิปไตยทุกรูปแบบจนกว่าจะได้ประชาธิปไตยที่แท้จริง หากยังไม่ได้ก็ต้องสู้ต่อไปไม่หวั่นไหวและเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการประชุมกับประมุข3ศาล ประธานกกต. และว่าที่ประธานวุฒิสภาเพื่อจะเสนอนายกรัฐมนตรี มาตรา 7 นปช.จะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลทุกคนฐานก่อการกบฎ.


ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวว่า จากข้อเสนอของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.)   มีเพียงนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย  รองประธานวุฒิสภา ว่าที่ประธานวุฒิสภาคนใหม่ เท่านั้นที่มีท่าทางเหมือนจะตอบสนองข้อเสนอดังกล่าว แต่ไม่มีประมุขของ 3 ศาลที่จะมีท่าทีตอบรับ และมั่นใจว่า ทั้ง 3 ศาลก็จะไม่ตอบรับข้อเสนอ ขณะเดียวกันตัวของนายสุรชัย ก็ยังไม่ชัดเจน ในตำแหน่งประธานวุฒิสภา ดังนั้นหากยังทำตามข้อเสนอของนายสุเทพ อีกก็เกรงว่า จะเป็นปัญหายิ่งขึ้น นอกจากนี้ทราบมา ว่า มีอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ประชาชน และพระสงฆ์ เตรียมยื่นถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าประชาชนส่วนใหญ่จะไม่เอานายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 เพราะขัดรัฐธรรมนูญที่นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส.  และการเรียกร้องมาตรา 7 ก็ขัดกับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี 49 ที่จะทำให้ระคายเคืองเบื้องยุคบาท


นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวโต้ตอบกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก สนับสนุนนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 7 ซึ่งระบุว่า จะเป็นนายกฯคนกลางที่เข้ามาแก้ไขวิกฤติโดยยกตัวอย่างกรณีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ปี2535 ว่าการกระทำของนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภา ในครั้งนั้น เป็นการอาศัยช่องทางตามกฎหมาย เพราะรัฐธรรมนูญในขณะนั้นไม่ได้เขียนให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง แต่รัฐธรรมนูญปี 40 บัญญัติไว้ชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง จึงถือว่านายอภิสิทธิ์ตั้งใจบิดเบือนประวัติศาสตร์.