แดงบุก"ปปช." ทวงคดีปรส.

ข่าวสดรายวัน วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2556




นปช.นนท์-เสื้อ แดงปทุมฯ กว่า 300 คน ฮือบุกยื่นหนังสือประธานป.ป.ช.สนามบินน้ำ ทวงถามความคืบหน้าคดี ปรส. หวั่นคนผิดลอยนวล เพราะจะหมดอายุความในเดือนมิ.ย.นี้ ด้านป.ป.ช.ส่งเจ้าหน้าที่ออกมาชี้ยืนยันคดีเสร็จทันก่อนหมดอายุความแน่นอน เสื้อแดงภาคเหนือ 17 จังหวัดนัดชุมนุมใหญ่วันนี้ที่พิจิตร ย้ำจุดยืนต้องการระบอบประชาธิปไตย คาดพรึบ 2 หมื่นคนร่วมแสดงพลัง แกนนำเสื้อแดงขึ้นเวทีพร้อมหน้าทั้ง ณัฐวุฒิ-จตุพร-วีระ เผยอดีต นายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็จะมาร่วมด้วย ส่วนทักษิณก็เตรียมโฟนอินให้กำลังใจ ไต่สวนคดี 6 ศพวัดปทุมฯ อัยการเบิกตัวช่างบั้งไฟเมืองอุบลฯ ประจักษ์พยานในวัดอ้างมีชุดดำยิงต่อสู้ทหาร ทนายซักค้านทันทีหลังพบพิรุธให้การไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

เมื่อ เวลา 09.00 น. วันที่ 21 มี.ค.ที่ห้องพิจารณา 402 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลไต่สวนคำร้องชันสูตรการเสียชีวิต คดีหมายเลขดำที่ ช.5/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิตของนายสุวัน ศรีรักษา อายุ 30 ปี เกษตรกร ผู้เสียชีวิตที่ 1 นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้เสียชีวิตที่ 2 นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผู้เสียชีวิตที่ 3 นายรพ สุขสถิต อายุ 66 ปี พนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน ผู้เสียชีวิตที่ 4 น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี พยาบาลอาสา ผู้เสียชีวิตที่ 5 และนายอัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง ผู้เสียชีวิตที่ 6 ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตภายในวัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 ในช่วงสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

นายโชค ชัย อ่างแก้ว ทนายความญาติผู้ตายกล่าวว่าพนักงานอัยการนำพยาน ซึ่งเป็น เจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร.31 พัน.2 จ.ลพบุรี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่บริเวณแยกปทุมวัน-สยามสแควร์ ในช่วงเกิดเหตุรวม 3 ปาก เข้าเบิกความ ซึ่งศาลเห็นว่าก่อนหน้านี้พนักงานอัยการก็ได้นำพยาน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดดังกล่าวเข้าเบิกความแล้วจำนวนหลายปาก ทำให้ได้ข้อเท็จจริงจากพยานกลุ่มนี้เพียงพอแล้ว และเพื่อให้การพิจารณาคดีมีความรวดเร็วขึ้น จึงให้นำคำให้การของเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 3 นายที่เคยให้การไว้ในชั้นพนักงานสอบสวนมาประกอบแทนการไต่สวน โดยศาลนัดไต่สวนพยานครั้งต่อไปวันที่ 28 มี.ค. โดยจะนำพยานกลุ่มพนักงานสอบสวนและ ผู้เชี่ยวชาญการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ เข้าเบิกความ

ต่อมาช่วงบ่ายพนักงานอัยการได้นำตัวนาย อภิสิทธิ์ แสงแก้ว ประจักษ์พยานขึ้นเบิกความอีกปาก สรุปว่าพยานกับเพื่อนรวม 6 คน ถูกชักชวนให้ไปทำบั้งไฟหลังเวที นปช. บริเวณแยกราชประสงค์เพื่อเป็นอาวุธใช้ยิงใส่ทหาร โดยได้รับค่าจ้างวันละ 500 บาท แต่เมื่อทำไปกลับไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้จึงตัดสินใจเลิกทำ และไปอาศัยอยู่ในวัดปทุมวนาราม โดยเห็นกลุ่มชายชุดดำเดินอยู่บริเวณภายในวัด ซึ่งช่วงกลางวันจะไม่พกอาวุธ แต่เวลากลางคืนจะถืออาวุธปืนเอ็ม 16 ขณะที่วันเกิดเหตุพยานยังเห็นปากกระบอกปืนบนชั้น 2 ของกุฏิพระ ยิงใส่กลุ่มทหารที่เดินตรวจตราอยู่บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสด้วย นอกจากนี้ ในวันเกิดเหตุขณะที่พยานและกลุ่มเพื่อนเดินออกจากวัดเพื่อกลับภูมิลำเนา เพื่อนของพยานทั้ง 5 คนถูกยิงจนเสียชีวิต ส่วนพยานตกใจกลัวจึงวิ่งกลับเข้าวัดและได้ออกจากวัดทางบริเวณด้านหลัง แต่พบเจ้าหน้าที่ทหารก่อนจะถูกควบคุมตัวส่งตำรวจ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพยานได้ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ และกรมสอบสวนคดีพิเศษเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาแล้ว

ภายหลัง พยานเบิกความแล้วเสร็จ ศาลนัดไต่สวนพยานของอัยการครั้งต่อในวันที่ 25 เม.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นพยานกลุ่มพนักงานสอบสวนและผู้เชี่ยวชาญการตรวจพิสูจน์ หลักฐาน

ด้านนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความของกลุ่มญาติผู้เสียชีวิต 6 ศพวัดปทุมวนารามกล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ทนายความฝ่ายตนก็ได้ซักถามนายอภิสิทธิ์ แสงแก้ว ตนเห็นว่าพยานยังมีข้อพิรุธสงสัยอยู่พอสมควร ไม่น่าจะมีน้ำหนักให้รับฟัง เพราะเมื่อถามถึงลักษณะบั้งไฟมีขนาดเท่าใด ก็ทราบเพียงว่าความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้หากจะอ้างว่าใช้ยิงทหาร และเมื่อถามรายละเอียดเกี่ยวกับเพื่อนทั้ง 5 คนที่ว่าเสียชีวิตก็ไม่สามารถตอบได้ชัดเจน อีกทั้งที่มีการระบุถึงเวลาสลายชุมนุมเวลา 18.00 น.นั้นก็ยังไม่ถูกต้อง ดังนั้น ก็จะต้องไต่สวนพยานต่อไป

เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ศาลนัดไต่สวนคดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องให้ไต่สวนชันสูตรพลิกศพพลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ อดีตทหารสังกัด ร.พัน 2 พล.ร.9 จ.กาญจนบุรี ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ชุดลาดตระเวนเคลื่อนที่เร็ว ในเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และเจ้าหน้าที่ทหาร บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2553 อัยการนำพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นเบิกความ 4 ปาก คือ พ.ต.ท.สุพจน์ เผ่าถนอม พ.อ.นพ.เสกสรรค์ ชายทวีป พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ เฉลิมสุขสันต์ และ พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ อาภรณ์รัตน์

พ.ต.ท.สุพจน์ เบิกความโดยสรุปว่า ปฏิบัติหน้าที่รองผกก.ฝ่ายสรรพาวุธ กองพลาธิการและสรรพาวุธ เกี่ยวกับคดีนี้พยานได้รับคำสั่งให้มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธปืนและกระสุน สำหรับอาวุธปืนเอ็ม 16 เป็นปืนเล็กยาว มี ใช้ในราชการทหารและตำรวจ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เอ 1 และ เอ 2 ลักษณะภายนอกของปืนทั้ง 2 ชนิดใกล้เคียงกัน แต่ชนิดเอ 2 จะยิงได้ไกลกว่า ส่วนปืนเอชเค 33 มีใช้ทั้งทหารและตำรวจเช่นเดียวกัน โดยใช้กับกระสุนขนาด 5.56 ม.ม. ลักษณะภายนอกต่างกับปืนเอ็ม 16 แต่ประสิทธิภาพการยิงใกล้เคียงกัน ขณะที่ปืนทราโวมีใช้ในราชการทหารเท่านั้น แต่ใช้กระสุนขนาดเดียวกันกับสองชนิดแรก

พ.ต.ท.สุพจน์เบิก ความอีกว่า กระสุนความเร็วสูงชนิดเอ็ม 855 และเอ็ม 199 ที่ใช้กับปืนทั้ง 3 ชนิด เมื่อยิงไปกระทบของแข็งจะแตกเป็นสะเก็ด ถ้ากระทบของอ่อนจะบุบหรือเปลี่ยนรูปทรงเล็กน้อย ในความเห็นของพยานหมวกเคฟล่าที่ทหารใช้ กระสุนที่ใช้กับปืนทั้ง 3 ชนิดนี้สามารถทะลุได้ถ้ายิงในระยะหวังผล และปืนทั้ง 3 ชนิดนี้ ถ้าเป็นปืนชนิดเดียวกันสามารถถอดเปลี่ยนอุปกรณ์ระหว่างกันได้ ซึ่งจะมีผลทำให้รอยเกลียวที่กระสุนเปลี่ยนไป นอกจากนี้ การยิงด้วยกระสุนความเร็วสูง ผู้ถูกยิงสามารถล้มลงไปในทิศทางเดียวกับกระสุนและทางตรงกันข้าม เนื่องจากกระสุนชนิดนี้มีแรงปะทะไม่มาก

พ.อ.นพ.เสกสรรค์เบิก ความโดยสรุปว่า เป็นแพทย์นิติเวชประจำร.พ.พระมงกุฎเกล้า วันที่ 30 เม.ย.2553 พยานพร้อมแพทย์อีก 2 คนได้ร่วมกันชันสูตรศพพลฯ ณรงค์ฤทธิ์ จากการตรวจภายนอกพบแผลฉีกขาด ขอบไม่เรียบ ขนาดกว้าง 3 ซ.ม. ยาว 6 ซ.ม. ระหว่างหน้าขมับซ้ายและหางคิ้วซ้าย และมีแผลแบบเดียวกันขนาดกว้าง 0.7 ซ.ม. ยาว 1.5 ซ.ม. บริเวณหัวตาขวา ส่วนร่างกายบริเวณอื่นไม่พบความผิดปกติ จากการผ่าศีรษะเพื่อตรวจบาดแผลพบว่าใต้แผลมีรอยช้ำบริเวณกว้าง กะโหลกศีรษะแตกบริเวณหางคิ้วซ้าย เนื้อสมองซีกซ้ายถูกทำลายอย่างรุนแรง พบเศษโลหะ 6-7 ชิ้น ขนาด 0.2-0.5 ซ.ม.อยู่ภายใน และฐานกะโหลกแตกร้าว

พ.อ.นพ. เสกสรรค์เบิกความอีกว่า แผลที่ศีรษะดังกล่าวเป็นแผลจากกระสุนลูกโดด แต่เป็นกระสุนความเร็วสูงหรือไม่พยานไม่แน่ใจ วิถีกระสุนเข้าจากทางซ้ายไปขวา ไม่พบหัวกระสุนสภาพสมบูรณ์อยู่ภายใน นอกจากนี้ตรวจสอบหมวกของผู้ตายพบรูทะลุบริเวณด้านซ้ายค่อนมาขมับ ตรงกับรอยกระสุนที่ศีรษะ สำหรับบาดแผลบริเวณหัวตาขวาคาดว่าเป็นทางออกของเศษกระสุนที่แตกออกหลาย เสี้ยว
พ.ต.ท.วัชรัศมิ์เบิกความโดยสรุปว่า รับราชการที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ทำหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2553 ได้ไปตรวจจักรยานยนต์ซึ่งพลทหารณรงค์ฤทธิ์นั่งมา ที่ร.11 รอ. พบรอยกระสุนปืน 1 รอย บริเวณเบาะด้านซ้ายตรงที่นั่งของคนขับทะลุไปทางด้านขวา แสดงว่าอาจมีกระสุนที่ยิงมาทางจักรยานยนต์ไม่น้อยกว่า 2 นัด นัดหนึ่งถูกจักรยานยนต์ อีกนัดถูกพลฯ ณรงค์ฤทธิ์ รอยกระสุนที่จักรยานยนต์มีวิถีจากซ้ายไปขวาเป็นรอยกระสุนลูกโดดไม่ทราบชนิด นอกจากนี้ได้ตรวจหมวกเคฟล่าของผู้ตาย พบรอยกระสุนบริเวณด้านซ้ายบนทะลุเข้าไปในหมวกเช่นกัน

พ.ต.ท. วัชรัศมิ์เบิกความต่อว่า วันที่ 2 พ.ค.2553 นำจักรยานยนต์ไปจำลองเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุ โดยเอาบุคคลที่มีส่วนสูงใกล้เคียงกับผู้ตายและคนขับนั่งบนจักรยานยนต์ และมีเจ้าหน้าที่ที่รู้ตำแหน่งที่ถูกยิงเป็นผู้ชี้จุดเกิดเหตุ ในการตรวจสอบไม่ทราบว่าขณะเกิดเหตุผู้ตายหันศีรษะไปทางใด ทำให้ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าทิศทางการยิงมาจากทางใด จึงสรุปความเป็นไปได้ไว้ 3 แนวทางคือ หากผู้ตายมองตรงไปข้างหน้า วิถีกระสุนมาจากด้านซ้าย หาก ผู้ตายเอียงศีรษะไปด้านขวาประมาณ 45 องศา วิถีกระสุนมาจากด้านหน้า และหากผู้ตายหันศีรษะไปด้านขวาประมาณ 90 องศา กระสุนมาจากด้านขวา ทั้งนี้ ในความเห็นของพยานเชื่อว่าถูกยิงมาจากด้านซ้าย เนื่องจากเมื่อพิจารณาประกอบกับภาพวิดีโอจะเห็นว่าก่อนถูกยิงผู้ตายมองตรงไป ด้านหน้า แต่ขณะถูกยิงมองไม่เห็นเพราะในภาพมีรถคันหนึ่งบังอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลนัดไต่สวนครั้งต่อไปซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย วันที่ 22 มี.ค. เวลา 09.00-16.00 น. โดยอัยการจะนำพนักงานสอบสวนและแพทย์ขึ้นเบิกความ 4 ปาก ก่อนศาลจะนัดฟังคำสั่งต่อไป

ที่สำนักงานป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี กลุ่มวิทยุสื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายเล็ก บ้านดอน ประธาน รวมถึงกลุ่มสถานีวิทยุมวลชนลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี กลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดนนทบุรี รวมตัวกันกว่า 300 คน เข้ายื่นหนังสือต่อประธานป.ป.ช.พร้อมกับเรียกร้องให้ป.ป.ช. ชี้แจงถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีเอาผิดการประมูลสินทรัพย์ของคณะกรรมการ องค์การเพื่อปฏิรูประบบสถาบันการเงิน(ปรส.) โดยคดีดังกล่าวจะหมดอายุความในวันที่ 21 มิ.ย. แต่กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาสรุปคดีแล้วว่าคดี ปรส.ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขัดต่อระเบียบหลักเกณฑ์ คดีดังกล่าวเป็นคดีที่สร้างความเสียหายให้ประเทศกว่า 600,000 ล้านบาท เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี

นายเล็กกล่าวว่า คดีดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของปปช.มาเป็นเวลานาน พวกตนจึงรวมตัวกันมายื่นหนังสือเพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดีดังกล่าว เนื่องจากวันที่ 21 มิ.ย. คดีดังกล่าวก็จะหมดอายุความ

จาก นั้นนายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการป.ป.ช.ได้ออกมารับหนังสือจากแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมชี้แจงกับกลุ่ม ผู้ชุมนุมว่า คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการ ยังไม่แล้วเสร็จ โดยยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนที่คดีความจะหมดอายุในวันที่ 21 มิ.ย.นี้

วันเดียวกันพ.ต.ท.อดุลย์ บุญเสรษฐ ที่ปรึกษานปช. เปิดเผย กลุ่มนปช.ภาคเหนือเตรียมนัดชุมนุมยิ่งใหญ่ในวันที่ 23 มี.ค. โดยนัดชุมนุมที่บริเวณลานรวมพลคนเสื้อแดง ที่บริเวณสาขาพรรคเพื่อไทย สาขาตะพานหิน จ.พิจิตร โดยจะมีกลุ่มเสื้อแดงจากภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัดมา รวม 2 หมื่นคน นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองและบรรดาแกนนำจากคนเสื้อแดง เช่น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นางธิดา โตจิราการ ประธานนปช. นายยงยุทธ ติยะไพรัช มาร่วมชุมนุมด้วย การจัดงานครั้งนี้ มีจัดเวทีปราศรัย เพื่อแสดงจุดยืนกลุ่มคนรักประชาธิปไตย ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินเข้ามาให้กำลังใจกลุ่มเสื้อแดงภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัดอีกด้วย

ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ร่วมกับคนเสื้อแดงเชียงใหม่ ได้ปราศรัยบริเวณข่วงประตูท่าแพ อ.เมือง นำโดย นายวรวุฒิ รุจนาภินันท์ หรือ ดีเจ.แดง สองแคว ได้พากลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมรถขยายเสียงและรถจักรยานยนต์กว่า 50 คัน ประมาณ 200 คน แห่ไปรอบเมืองเชียงใหม่ และไปปราศรัยที่ข่วงประตูท่าแพ จากนั้นทั้งหมดก็ได้เดินทางต่อไปยัง สำนักงานป.ป.ช.ภาคเหนือเชียงใหม่ พร้อมทั้งยื่นหนังสือให้ป.ป.ช เชียงใหม่ สอบถามความคืบหน้าคดีปรส.ขายทรัพย์สิน 8 แสนล้าน ทำให้ประเทศเสียประโยชน์

นายวรวุฒิกล่าวว่า คดีนี้จะหมดอายุลงอีก 90 วัน แต่ป.ป.ช.ยังเงียบเฉยไม่มีความคืบหน้า แต่พอกรณีกู้ยืมเงิน 30 ล้านบาท ของนายกฯ ป.ป.ช.กลับออกมาดำเนินการอย่างรวดเร็ว บอกว่าอีก 2 อาทิตย์ ก็จะชี้มูลได้ ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงเห็นว่าเป็นการกระทำที่เลือกปฏิบัติ