18 มีนาคม 2556

ศาลรัฐธรรมนูญต้องรับผิดชอบใน “คำวินิจฉัย” ที่ผิดพลาดสองครั้งของตน
โดยพิจารณาขอโทษประชาชน และลาออกทั้งคณะด้วยตนเอง
ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่างๆ เมื่อ วันที่ 16 มีนาคม 2556
ที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ได้พูดโดยเป็นส่วนหนึ่งการสัมมนาหัวข้ อ"การรักษาดุลยภาพทางการเมืองของ ศาลรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไต ย" ที่โรงแรมนาน่ารีสอร์ท แอนด์สปา จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ดังมีข้อความบางตอนว่า (จากมติชนออนไลน์ วันที่ 16 มีนาคม 2556)
กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรร คพลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมา ว่าในช่วงเวลาดังกล่าวบ้านเมือง กำลังวุ่นวาย กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชา ธิปไตย (พธม.) ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บุกบ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หากขณะนั้นบ้านเมืองเป็นไปด้วยค วามเรียบร้อย รัฐบาลและฝ่ายค้านจับมือกัน บ้านเมืองสามารถเดินหน้าต่อไปได้นั้น เชื่อว่าตุลาการเสียงข้างมากคงจ ะใช้ดุลพินิจไม่สั่งยุบพรรค เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไป ได้
แต่ขณะนั้นบ้านเมืองวุ่นวาย หาทางออกไม่เจอ ศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องวินิจฉัยเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ยืนยันว่าการวินิจฉัยครั้งนั้นไ ม่ได้เป็นไปตามกระแสหรือตามอำนา จที่ใครกล่าวหา ทั้งนี้ก่อนการพิจารณาครั้งนั้น ศาลได้มีการย้ายสถานที่ในการพิจ ารณาวินิจฉัยจากสำนักงานศาลรัฐธ รรมนูญ (เดิม) เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าของ มวลชนที่มาปิดล้อมศาลเพื่อไม่ให้พิจารณาคดีดังกล่าวโดยอาศัยอำน าจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 35 เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไป ได้
เท่ากับเป็นการยอมรับว่า การวินิจฉัย "ยุบสามพรรคการเมือง" นั้น "วินิจฉัยเพื่อรักษาความสงบเรีย บร้อย" "หากขณะนั้นบ้านเมืองเต็มไปด้วย ความเรียบร้อย รัฐบาลและฝ่ายค้านจับมือกันบ้าน เมืองสามารถเดินหน้าต่อไปได้นั้ น เชื่อว่าตุลาการเสียงข้างมากคงจ ะใช้ดุลพินิจไม่สั่งยุบพรรค เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไป ได้" ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ วินิจฉัยบนรากฐานของความยุติธรร ม ของหลักการนิติธรรม หลักการแห่งนิติรัฐ นิติธรรม ไม่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยรัฐธรรมนูญ หรือกฏหมายทั้งมวลแต่ประการใด และยังเป็นการบ่งชี้ว่า เรื่องการยุบพรรคการเมืองสามพรร คนั้น สามารถทำได้ทั้งยุบหรือไม่ยุบแล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะเห็นเหมาะส มตามความคิดเห็นของตน(ไม่ใช่หลั กนิติธรรม)เช่นนี้แล้ว มาตรฐานของความยุติธรรม มาตรฐานของความถูกต้องตามรัฐธรร มนูญตามหลักกฏหมายของบ้านเมืองอ ยู่ตรงไหนครับ
และที่กล่าวอ้างว่าในช่วงเวลาดั งกล่าวบ้านเมืองกำลังวุ่นวาย กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชา ธิปไตย (พธม.) ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บุกบ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ก็เป็นเรื่องที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์กล่าวอ้างอย่างผิด ๆ เพราะ วันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบ พรรค คือวันที่ 2 ธันวาคม 2551
แต่เหตุการณ์ ปราศรัยหน้าสี่เสาเทเวศร์(หรือที่เรียกกันว่าหน้าบ้านป๋า)นั้นเ กิดขึ้น ในเดือนกรกฏาคม 2550 เหตุการณ์จบไปนานแล้ว ก่อนหน้าเหตุการณ์ยุบพรรค 1 ปี 4 เดือนเศษ และในระหว่างเหตุการณ์ช่วงนั้นไ ม่มีทีท่าว่า นปก.(ไม่ใช่นปช.ครับ)จะมีการชุม นุมกันอีกแต่อย่างไร มีเพียงแต่การชุมนุมยึดสนามบินด อนเมืองและสุวรรณภูมิของพันธมิต รเท่านั้น ที่สร้างความเสียหายแก่บ้านเมือ ง ทำให้ข้อกล่าวหาลอยๆที่ว่าว่าศา ลรัฐธรรมนูญรีบทำการวิจิฉัยเพื่ อหาทางลงให้กับการยึดสนามบินของ พันธมิตรในห้วงเวลานั้น มีน้ำหนักชวนให้น่าสงสัยมากยิ่ง ขึ้น ส่วนเรื่องการย้ายสถานที่ในการอ่านคำวินิจฉัยแม้ว่าจะสามารถทำไ ด้ตามรัฐธรรมนูญ แต่การแจ้งอย่างกระทันหัน และไม่ให้โอกาสในการทำคำแถลงปิด คดีอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ก็เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่สมควรทำอย่างยิ่ง
เพราะเท่ากับเป็นการปิดหนทางของ ผู้ถูกกล่าวหาที่จะต่อสู้ได้อย่ างถึงที่สุดเพื่อรักษาความชอบธร รมของตนเองตามที่กำหนดไว้ในรัฐธ รรมนูญ แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้ แถลงปิดคดีด้วยวาจาก็ตาม
ส่วนกรณี "สมัคร สุนทรเวช" นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ก็ได้กล่าวไว้ดังนี้
โดยพิจารณาขอโทษประชาชน และลาออกทั้งคณะด้วยตนเอง
ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่างๆ
ที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ได้พูดโดยเป็นส่วนหนึ่งการสัมมนาหัวข้
กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรร
แต่ขณะนั้นบ้านเมืองวุ่นวาย หาทางออกไม่เจอ ศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องวินิจฉัยเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ยืนยันว่าการวินิจฉัยครั้งนั้นไ
เท่ากับเป็นการยอมรับว่า การวินิจฉัย "ยุบสามพรรคการเมือง" นั้น "วินิจฉัยเพื่อรักษาความสงบเรีย
และที่กล่าวอ้างว่าในช่วงเวลาดั
แต่เหตุการณ์ ปราศรัยหน้าสี่เสาเทเวศร์(หรือที่เรียกกันว่าหน้าบ้านป๋า)นั้นเ
เพราะเท่ากับเป็นการปิดหนทางของ
ส่วนกรณี "สมัคร สุนทรเวช" นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ก็ได้กล่าวไว้ดังนี้
"อย่างคำวินิจฉัยในคดีของนายสมั
นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ยอมรับว่า นำเอาข้อกฏหมายขึ้นมาวินิจฉัยก่
แม้ต่อมาจะอธิบายในภายหลังว่า "เป็นความผิดพลาดในรูปแบบของการ
ดังนั้น เท่ากับ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ก่อให้เกิดความผิดพลาดอย่างฉ
เพราะเท่ากับนายกรัฐมนตรีที่มาจ
ศาลรัฐธรรมนูญ สมควรรับผิดชอบต่อความผิดพลาดขอ
1.กล่าวขอโทษ ยอมรับความผิดพลาดของตนต่อประชา
2.คืนเกียรติยศให้แก่อดีตนายกรั
3.กล่าวขอโทษยอมรับความผิดพลาดข
และเมื่อกล่าวให้ถึงที่สุดแล้ว ก็ควรที่จะพิจารณา “ลาออก”ทั้งคณะด้วยตนเอง ทั้งหมดนี้ย่อมขึ้นอยู่กับ มโนธรรมสำนึกของศาลรัฐธรรมนูญ เองว่าจะดำเนินการอย่างไรหรือไม่ วันนี้สังคมถึงเวลาที่ควรจะทบทว
ในความเห็นส่วนตัวของผม เห็นว่าควรยกเลิกองค์กรอิสระตาม
นพ.เหวง โตจิราการ 18 มีนาคม 2556
