12 กุมภาพันธ์ 2556
ในเรื่องคดีความของ ปรส. ที่ขายทรัพย์สินมูลค่า 851,000 ล้าน ประมูลขายไปเพียง 190,000 ล้าน
เรื่องนี้เกิดขึ้นสมัยที่พลเอกชวลิตเป็นนายกรัฐรัฐมนตรี ช่วงที่ค่าเงินบาทลอยตัวนั้น และปัญหาเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ในขณะกำลังวิกฤต พลเอกชวลิตก็ได้สั่งปิดสถาบันการเงิน 56 ไฟแนนซ์ แล้วตั้ง ปรส. ขึ้นมาเพื่อที่จะให้มาดูแล 56 ไฟแนนซ์ เพื่อที่จะแยกหนี้ดีและหนี้เสียออกจากกัน แต่ยังไม่ทันทำเสร็จ รัฐบาลพลเอกชวลิตก็พ้นไป และได้รัฐบาล ปชป. มาเป็นรัฐบาล โดยมีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกและมีนายธานิน นิมมานเหมินท์ เป็น รมว.คลัง และได้มีการประมูลขายทรัพย์สินของ ปรส. โดยให้เอกชนเข้ามาประมูลทรัพย์สิน มูลค่าทรัพย์สิน 851,000 ล้าน เอกชนประมูลไปแค่ 190,000 ล้าน โดยไม่แยกว่าหนี้ดีมีอยู่เท่าไร หนี้เสียมีอยู่เท่าไร โดยให้เหมาเข่งไปเลย ผิดกับนโยบายของพลเอกชวลิต ที่ตั้ง ปรส. ให้แยกหนี้ออกมาก่อน ในส่วนหนี้ดีก็จะประมูลขายได้ราคา หนี้เสียก็แยกไว้ ประเทศจะได้ไม่เสียหายเป็นแสนๆ ล้าน ยกตัวอย่างเคสหนึ่ง ยอดค้างทางบัญชีอยู่ 115,890.96 ล้าน - ประมูลขายไปเพียง 22,454.87 ล้านพฤติกรรมแบบนี้เป็นที่เข้าใจได้ว่ามีขบวนการฮั้วประมูลกันใน ปรส. และผู้ประมูลรวมไปถึงนักการเมืองผู้มีอำนาจในขณะนั้น ได้ร่วมกันวางแผนในการประมูล
นี่เอาแค่เคสเดียว ขาดทุนไป 93,436 ล้าน คดีนี้อยู่ที่ ปปช. และจะหมดอายุวันที่ 21 มิถุนายน 2556 นี้ เหลือเวลาอีก 3 เดือนกว่า ก็จะหมดอายุความ ถ้า ปปช. ไม่ทำอะไรและปล่อยให้คดีนี้หมดอายุ ปปช. จะรับผิดชอบอย่างไร ประชาชนกำลังกังวลว่าจะไปเหมือนคดี 258 ล้าน ของTPI และ 29 ล้าน จะปล่อยให้หมดอายุความโดยเป็นการช่วย ปชป. แบบไร้ยางอายและสังคมรับไม่ได้
