
รายงานพิเศษ
"กลุ่มชายที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นล่างยกปืนประทับไหล่
โดยเล็งปลายกระบอกปืนชี้ต่ำลงไปยังวัดปทุมฯ ขณะนั้นเวลา 17.00 น.เศษ ได้ยิน
เสียงปืนเป็นระยะ เป็นเสียงของ กระสุนจริง"คดี 99
ศพแม้มีความคืบหน้าไปมาก
โดยมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับการออกคำสั่งไปบ้างแล้ว
แต่ภาพความโศกเศร้าสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่วันนี้ผ่านมาเกือบ 3 ปี ยังฝังอยู่ในใจประชาชน
ในจำนวนนี้มีคดี 6 ศพที่วัดปทุมฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนในชั้นศาล นับเป็นอีกเหตุการณ์ ?สังหารหมู่ประชาชนกลางเมืองหลวง? อันโหดเหี้ยมทารุณ
เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวในช่วงเกิดเหตุประกาศเป็นเขตอภัยทาน ให้ผู้ชุมนุมที่ยังไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ทันที เข้าไปหลบพักอาศัยชั่วคราวจนกว่าเหตุการณ์จะสงบ
แต่สุดท้ายก็เกิดการยิง กระทั่งมีผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต ประกอบด้วย1.นายสุวัน ศรีรักษา อายุ 30 ปี เกษตรกร
2.นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
3.นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
4.นายรพ สุขสถิต อายุ 66 ปี พนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน
5.น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี พยาบาลอาสา
6.นายอัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง
แต่ละศพถูกนำมานอนเรียงกันโดยมีเสื่อคลุมตรงลานวัด สร้างความเศร้าสลดใจแก่ผู้พบเห็นอย่างยิ่ง
แต่ภาพความโศกเศร้าสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่วันนี้ผ่านมาเกือบ 3 ปี ยังฝังอยู่ในใจประชาชน
ในจำนวนนี้มีคดี 6 ศพที่วัดปทุมฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนในชั้นศาล นับเป็นอีกเหตุการณ์ ?สังหารหมู่ประชาชนกลางเมืองหลวง? อันโหดเหี้ยมทารุณ
เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวในช่วงเกิดเหตุประกาศเป็นเขตอภัยทาน ให้ผู้ชุมนุมที่ยังไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ทันที เข้าไปหลบพักอาศัยชั่วคราวจนกว่าเหตุการณ์จะสงบ
แต่สุดท้ายก็เกิดการยิง กระทั่งมีผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต ประกอบด้วย1.นายสุวัน ศรีรักษา อายุ 30 ปี เกษตรกร
2.นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
3.นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
4.นายรพ สุขสถิต อายุ 66 ปี พนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน
5.น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี พยาบาลอาสา
6.นายอัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง
แต่ละศพถูกนำมานอนเรียงกันโดยมีเสื่อคลุมตรงลานวัด สร้างความเศร้าสลดใจแก่ผู้พบเห็นอย่างยิ่ง
เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 บันทึกไว้ในหนังสือ "ความจริงเพื่อความยุติธรรม : เหตุการณ์และผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เมษา-พฤษภา 53" โดยศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมกรณี เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.) ไว้ว่า
เวลา 13.45 น. หลังจากนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำบนเวทีราชประสงค์ ประกาศยุติการชุมนุมแล้ว ได้เดินเข้าไปมอบตัวกับตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ในส่วนของผู้ชุมนุมมีบางส่วนยังคงอยู่บริเวณแยกราชประสงค์ บางส่วนไปที่สนามกีฬาแห่งชาติเพื่อขึ้นรถที่รัฐบาลจัดเตรียมไว้กลับภูมิลำเนา
ขณะที่บางส่วนแยกออกไปทางถนนพระราม 1 เพื่อเข้าไปพักพิงหลบอาศัยในวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร
จากนั้นประมาณ 15.30 น. เหตุการณ์โกลาหลขึ้นเรื่อยๆ มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงปืนใส่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คนที่อยู่แถวนั้นต้องหลบหนีเข้าตัวอาคาร
กระทั่ง 16.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ขณะนั้น ประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันที่ 19 พ.ค.2553 จนถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 20 พ.ค.2553

ต่อมาเกิดเพลิงไหม้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ มีเสียงปืนและระเบิดดังขึ้นเป็นระยะๆ
ยิ่งทำให้ผู้ชุมนุมที่ยังอยู่บนถนนพระราม 1 เข้าไปหลบในวัดปทุมฯ
จำนวนมาก
เวลา 18.00 น. กลุ่มการ์ดภายในวัดปทุมฯ ประกาศเตือนผู้ชุมนุมที่อยู่ข้างนอกให้เข้ามาในวัด พร้อมระบุจะปิดประตูเวลา 20.00 น.
ช่วงหัวค่ำมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดมาจากรางรถไฟฟ้าบีทีเอส ยิงมาที่ประตูทางเข้าวัด และต่อเนื่องอีกหลายชั่วโมง กระทั่งมีคนตาย 6 ศพ
ที่ผ่านมาคดี 6 ศพวัดปทุมฯ ผ่านการชันสูตรพลิกศพโดยบช.น. ต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับไว้เป็นคดีพิเศษพร้อมตั้งเป็นสำนวนคดีอาญา
ระหว่างนั้นมีการสืบสวนสอบสวนเรื่อยมา หากพบหลักฐานเพิ่มเติ่มหรือมีหลักฐานใหม่ๆ อันเชื่อได้ว่าเกิดจากฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ จะส่งไปให้บช.น. ชันสูตร เพิ่มเติม
จากนั้น บช.น.รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งอัยการ ก่อนที่อัยการจะนำส่งสำนวนชันสูตรให้กับศาลเพื่อพิจารณาออกเป็นคำสั่งคดีต่อไป
ล่าสุดคดีอยู่ในขั้นตอนการไต่สวนของศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งนัดไต่สวนทุกวันพฤหัสบดี เริ่ม 13 ธ.ค.2555 ถึง 18 ก.ค.2556
โดยการนัดไต่สวนชันสูตรพลิกศพคดีที่พนักงานอัยการ สำนักอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนการเสียชีวิตของ 6 ศพในวัดปทุมฯ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมานั้น
มีคำเบิกความของ 3 ตำรวจพยานสำคัญ ซึ่งเป็นผู้ถ่ายรูปและคลิปจาก มุมสูง ประกอบด้วย ส.ต.อ.อดุลย์ พรหมนอก สังกัดกองบังคับการตรวจคน เข้าเมือง 2, จ.ส.ต.สุชาติ ขอมปวน สังกัดกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1
และ ด.ต.อานนท์ ใจก้อนแก้ว สังกัดตชด.31 จ.พิษณุโลก ทำให้เห็นภาพเหตุ การณ์ในวันสลายการชุมนุมได้อย่างชัดเจน ดังต่อไปนี้
ส.ต.อ.อดุลย์ เบิกความว่า วันเกิดเหตุประจำอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นหน่วยปราบจลาจล กองกำลังสนับสนุน
เวลา 17.00 น. เศษ เห็นไฟไหม้ที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ จึงขึ้นไปดูบนดาดฟ้าชั้น 12 อาคาร 19 พร้อมกับ จ.ส.ต.สุชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่คนอื่นกว่า 10 คนอยู่บนนั้นด้วย
สักพักได้ยินเสียงปืนดังขึ้น พวกตนจึงหมอบลงและฟังว่าเสียงปืนมาจากทิศทางใด ทราบว่าดังมาจากทางวัดปทุมฯ จึงใช้กล้องถ่ายรูปที่พกติดตัวไปบันทึกภาพจุดที่ได้ยินเสียงปืน โดยมองผ่านจอมอนิเตอร์ของกล้อง
เวลา 18.00 น. กลุ่มการ์ดภายในวัดปทุมฯ ประกาศเตือนผู้ชุมนุมที่อยู่ข้างนอกให้เข้ามาในวัด พร้อมระบุจะปิดประตูเวลา 20.00 น.
ช่วงหัวค่ำมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดมาจากรางรถไฟฟ้าบีทีเอส ยิงมาที่ประตูทางเข้าวัด และต่อเนื่องอีกหลายชั่วโมง กระทั่งมีคนตาย 6 ศพ
ที่ผ่านมาคดี 6 ศพวัดปทุมฯ ผ่านการชันสูตรพลิกศพโดยบช.น. ต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับไว้เป็นคดีพิเศษพร้อมตั้งเป็นสำนวนคดีอาญา
ระหว่างนั้นมีการสืบสวนสอบสวนเรื่อยมา หากพบหลักฐานเพิ่มเติ่มหรือมีหลักฐานใหม่ๆ อันเชื่อได้ว่าเกิดจากฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ จะส่งไปให้บช.น. ชันสูตร เพิ่มเติม
จากนั้น บช.น.รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งอัยการ ก่อนที่อัยการจะนำส่งสำนวนชันสูตรให้กับศาลเพื่อพิจารณาออกเป็นคำสั่งคดีต่อไป
ล่าสุดคดีอยู่ในขั้นตอนการไต่สวนของศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งนัดไต่สวนทุกวันพฤหัสบดี เริ่ม 13 ธ.ค.2555 ถึง 18 ก.ค.2556
โดยการนัดไต่สวนชันสูตรพลิกศพคดีที่พนักงานอัยการ สำนักอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนการเสียชีวิตของ 6 ศพในวัดปทุมฯ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมานั้น
มีคำเบิกความของ 3 ตำรวจพยานสำคัญ ซึ่งเป็นผู้ถ่ายรูปและคลิปจาก มุมสูง ประกอบด้วย ส.ต.อ.อดุลย์ พรหมนอก สังกัดกองบังคับการตรวจคน เข้าเมือง 2, จ.ส.ต.สุชาติ ขอมปวน สังกัดกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1
และ ด.ต.อานนท์ ใจก้อนแก้ว สังกัดตชด.31 จ.พิษณุโลก ทำให้เห็นภาพเหตุ การณ์ในวันสลายการชุมนุมได้อย่างชัดเจน ดังต่อไปนี้
ส.ต.อ.อดุลย์ เบิกความว่า วันเกิดเหตุประจำอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นหน่วยปราบจลาจล กองกำลังสนับสนุน
เวลา 17.00 น. เศษ เห็นไฟไหม้ที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ จึงขึ้นไปดูบนดาดฟ้าชั้น 12 อาคาร 19 พร้อมกับ จ.ส.ต.สุชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่คนอื่นกว่า 10 คนอยู่บนนั้นด้วย
สักพักได้ยินเสียงปืนดังขึ้น พวกตนจึงหมอบลงและฟังว่าเสียงปืนมาจากทิศทางใด ทราบว่าดังมาจากทางวัดปทุมฯ จึงใช้กล้องถ่ายรูปที่พกติดตัวไปบันทึกภาพจุดที่ได้ยินเสียงปืน โดยมองผ่านจอมอนิเตอร์ของกล้อง

พบคนแต่งกายคล้ายทหารใส่ชุดสีเขียวลายพรางและสวมหมวก 5-6 คน
ประจำการอยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นล่าง บริเวณป้ายวัดปทุมฯ ด้านหน้า
ห่างจากจุดที่พวกตนอยู่ประมาณ 100 เมตร
และเห็นอีก 2 คน อยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นบน ทั้งหมดถือวัตถุคล้ายอาวุธปืน
โดยบุคคลที่แต่งกายคล้ายทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นล่าง อยู่ในลักษณะย่อตัว ลงและยกปืนประทับบ่า ชี้ปลายกระบอกปืน ไปทางวัดปทุมฯ
แต่ไม่ทราบว่ายิงหรือไม่ เพราะไม่เห็นควันและประกายไฟออกจากปากกระบอกปืน เนื่องจากขณะนั้นยังมีแสงสว่างอยู่ และหากจะเห็นได้ชัดต้องอยู่ในระยะน้อยกว่า 50 เมตร แต่ถ้าเป็นเวลากลางคืนจะมองเห็นได้
ทั้งนี้ ขณะที่ถ่ายภาพอยู่นั้น กลุ่มคนดังกล่าวเคลื่อนตัวไปมาระหว่างหน้าวัด แต่ไม่เห็นว่าหลบการตอบโต้จากฝั่งตรงข้ามแต่อย่างใด ขณะนั้นมีเสียงปืนดังอย่างต่อเนื่อง
จากประสบการณ์มั่นใจว่าเป็นเสียงปืนที่ยิงโดยใช้กระสุนจริง
ในบริเวณดังกล่าวนอกจากเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมแล้ว บุคคลอื่นไม่สามารถเข้าออกได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารปิดล้อมพื้นที่ไว้ทั้งหมด
พวกตนอยู่บนชั้นดาดฟ้าจนกระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. จึงลงมาด้านล่าง
ส่วน จ.ส.ต.สุชาติ เบิกความว่า เป็นผู้ถ่ายคลิปวิดีโอเมื่อ 19 พ.ค.2553 วันดังกล่าวออกเวรแล้ว แต่ไม่สามารถออก ไปได้ เนื่องจากทหารปิดล้อมด้านนอกไม่ให้เข้าออก ส่วนภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ปิดไม่ให้เข้าออกจากสำนักงาน
เวลาประมาณ 17.00 น. เห็นไฟไหม้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ จึงขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า อาคาร 19 พร้อมกับส.ต.อ.อดุลย์ สักพักได้ยินเสียงปืนดังมาจากรางรถไฟฟ้า ระหว่างประตูหน้าวัดปทุมฯ
จึงนำกล้องถ่ายภาพ เลนส์ 300 ม.ม. ถ่ายได้ชัดในระยะ 300 เมตร ขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอ
ขณะนั้นเห็นชายแต่งกายคล้ายทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นล่าง ระหว่างประตูเข้าหน้าวัดปทุมฯ ประมาณ 5-6 คน และเห็นอีก 2 คน อยู่ที่รางรถไฟฟ้าชั้นบน
กลุ่มคนดังกล่าวเดินไปมาช่วงหน้าวัด ทั้งหมดถือปืนยาวไม่ทราบชนิด เล็งปากกระบอกปืนชี้ต่ำลงไปทางวัดปทุมฯ ยืนอยู่ในลักษณะเตรียมยิง แต่ไม่เห็นว่ามีลักษณะของการยิงต่อสู้ เหตุที่พยานมองเห็นได้ชัด เพราะยังมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์
ส่วนเสียงปืนที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงกระสุนจริง คาดว่าเกิดจากกลุ่มคนที่แต่งกายคล้ายทหาร เพราะเห็นคนในวัด 2 คน เคลื่อนไหวคล้ายหลบเสียงปืนที่ดังมาจากด้านหน้าวัด และหันหน้าขึ้นมามองทางรางรถไฟฟ้า
ขณะที่มีเสียงปืนนั้น กลุ่มชายที่แต่งกายคล้ายทหารไม่มีท่าทีหลบกระสุนจากฝ่ายตรงข้ามแต่อย่างใด ทั้งนี้ พวกตนอยู่บนดาดฟ้ากระทั่งดวงอาทิตย์ตกดินจึงลงมาด้านล่าง
ขณะที่ ด.ต.อานนท์ เบิกความว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2553 ได้รับคำสั่งให้มาปฏิบัติหน้าที่อยู่ในชุดควบคุมฝูงชน โดยเป็นผู้บันทึกภาพในวันเกิดเหตุ
เวลาประมาณ 16.00 น. มีการจุดไฟเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ จึงขึ้นไปดูที่ตึกชั้นดาดฟ้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับเจ้าหน้าที่หลายคน
เมื่อมองไปตรงตึกที่เกิดไฟไหม้ เห็นคนวิ่งไปมาบริเวณถนนหน้าวัดปทุมฯ และได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะจากทาง หน้าวัด
ขณะนั้นเวลา 17.00 น.เศษ จึงใช้กล้องที่ซูมภาพได้ประมาณ 100 เมตร บันทึกภาพตั้งแต่ไฟไหม้และคนวิ่งไปมา โดยจุดที่อยู่นั้นห่างจากหน้าวัดปทุมฯ ประมาณ 100 เมตร
จากนั้นเห็นคนแต่งกายชุดลายพรางคล้ายทหารและสวมหมวกเดินไปมาอยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นล่าง บริเวณหน้าประตูวัดปทุมฯ 3-4 คน และเห็นอีก 2 คน นั่งซุ่มอยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นบน แต่ไม่ได้เคลื่อนไหว ทั้งหมดถืออาวุธปืนยาว
กลุ่มชายที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นล่างยกปืนประทับไหล่ โดยเล็งปลายกระบอกปืนชี้ต่ำลงไปยังวัดปทุมฯ ขณะนั้นเวลา 17.00 น.เศษ ได้ยินเสียงปืนเป็นระยะ เป็นเสียงของกระสุนจริง ดังมาจากบุคคลที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นล่าง
และเห็นกลุ่มคนในวัดจำนวนมากพยายามวิ่งหลบกระสุนปืน มีลักษณะหันหน้ามองขึ้นมาบนรางรถไฟฟ้า
ขณะที่มีเสียงปืนดังขึ้นนั้น กลุ่มชายดังกล่าวที่อยู่บน รางรถไฟฟ้าไม่มีท่าทางหลบกระสุนปืนจากฝ่ายตรงข้ามแต่อย่างใด ตนอยู่บนชั้นดาดฟ้าประมาณ 18.00 น. จึงลงมา ด้านล่าง
ต่อมาวันที่ 20 พ.ค. เวลา 09.00 น.เศษ ได้รับคำสั่งให้เข้าไปในวัดปทุมฯ เพื่อนำผู้ชุมนุมที่หลบอยู่ไปไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็พบผู้ชุมนุมหลบอยู่ตามตึกภายในวัด
ในเหตุการณ์การชุมนุม ตนเป็นผู้บันทึกภาพการควบคุมตัวแกนนำหลังการสลายการชุมนุม ภาพบุคคลที่อยู่บนรางรถไฟฟ้า และภาพขณะที่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เข้าไปชันสูตรพลิกศพภายในวัดปทุมฯ
พบผู้เสียชีวิต 6 ศพ โดยทราบจากคนที่อยู่ในวัดว่า ถูก เจ้าหน้าที่ยิงเมื่อเย็นวันที่ 19 พ.ค.2553
ภายหลังการไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลนัดไต่สวนครั้งต่อไปวันที่ 14 ก.พ. เวลา 09.00 น.
ขยับเข้าใกล้วันที่ศาลจะมีคำสั่ง
และเห็นอีก 2 คน อยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นบน ทั้งหมดถือวัตถุคล้ายอาวุธปืน
โดยบุคคลที่แต่งกายคล้ายทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นล่าง อยู่ในลักษณะย่อตัว ลงและยกปืนประทับบ่า ชี้ปลายกระบอกปืน ไปทางวัดปทุมฯ
แต่ไม่ทราบว่ายิงหรือไม่ เพราะไม่เห็นควันและประกายไฟออกจากปากกระบอกปืน เนื่องจากขณะนั้นยังมีแสงสว่างอยู่ และหากจะเห็นได้ชัดต้องอยู่ในระยะน้อยกว่า 50 เมตร แต่ถ้าเป็นเวลากลางคืนจะมองเห็นได้
ทั้งนี้ ขณะที่ถ่ายภาพอยู่นั้น กลุ่มคนดังกล่าวเคลื่อนตัวไปมาระหว่างหน้าวัด แต่ไม่เห็นว่าหลบการตอบโต้จากฝั่งตรงข้ามแต่อย่างใด ขณะนั้นมีเสียงปืนดังอย่างต่อเนื่อง
จากประสบการณ์มั่นใจว่าเป็นเสียงปืนที่ยิงโดยใช้กระสุนจริง
ในบริเวณดังกล่าวนอกจากเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมแล้ว บุคคลอื่นไม่สามารถเข้าออกได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารปิดล้อมพื้นที่ไว้ทั้งหมด
พวกตนอยู่บนชั้นดาดฟ้าจนกระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. จึงลงมาด้านล่าง
ส่วน จ.ส.ต.สุชาติ เบิกความว่า เป็นผู้ถ่ายคลิปวิดีโอเมื่อ 19 พ.ค.2553 วันดังกล่าวออกเวรแล้ว แต่ไม่สามารถออก ไปได้ เนื่องจากทหารปิดล้อมด้านนอกไม่ให้เข้าออก ส่วนภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ปิดไม่ให้เข้าออกจากสำนักงาน
เวลาประมาณ 17.00 น. เห็นไฟไหม้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ จึงขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า อาคาร 19 พร้อมกับส.ต.อ.อดุลย์ สักพักได้ยินเสียงปืนดังมาจากรางรถไฟฟ้า ระหว่างประตูหน้าวัดปทุมฯ
จึงนำกล้องถ่ายภาพ เลนส์ 300 ม.ม. ถ่ายได้ชัดในระยะ 300 เมตร ขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอ
ขณะนั้นเห็นชายแต่งกายคล้ายทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นล่าง ระหว่างประตูเข้าหน้าวัดปทุมฯ ประมาณ 5-6 คน และเห็นอีก 2 คน อยู่ที่รางรถไฟฟ้าชั้นบน
กลุ่มคนดังกล่าวเดินไปมาช่วงหน้าวัด ทั้งหมดถือปืนยาวไม่ทราบชนิด เล็งปากกระบอกปืนชี้ต่ำลงไปทางวัดปทุมฯ ยืนอยู่ในลักษณะเตรียมยิง แต่ไม่เห็นว่ามีลักษณะของการยิงต่อสู้ เหตุที่พยานมองเห็นได้ชัด เพราะยังมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์
ส่วนเสียงปืนที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงกระสุนจริง คาดว่าเกิดจากกลุ่มคนที่แต่งกายคล้ายทหาร เพราะเห็นคนในวัด 2 คน เคลื่อนไหวคล้ายหลบเสียงปืนที่ดังมาจากด้านหน้าวัด และหันหน้าขึ้นมามองทางรางรถไฟฟ้า
ขณะที่มีเสียงปืนนั้น กลุ่มชายที่แต่งกายคล้ายทหารไม่มีท่าทีหลบกระสุนจากฝ่ายตรงข้ามแต่อย่างใด ทั้งนี้ พวกตนอยู่บนดาดฟ้ากระทั่งดวงอาทิตย์ตกดินจึงลงมาด้านล่าง
ขณะที่ ด.ต.อานนท์ เบิกความว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2553 ได้รับคำสั่งให้มาปฏิบัติหน้าที่อยู่ในชุดควบคุมฝูงชน โดยเป็นผู้บันทึกภาพในวันเกิดเหตุ
เวลาประมาณ 16.00 น. มีการจุดไฟเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ จึงขึ้นไปดูที่ตึกชั้นดาดฟ้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับเจ้าหน้าที่หลายคน
เมื่อมองไปตรงตึกที่เกิดไฟไหม้ เห็นคนวิ่งไปมาบริเวณถนนหน้าวัดปทุมฯ และได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะจากทาง หน้าวัด
ขณะนั้นเวลา 17.00 น.เศษ จึงใช้กล้องที่ซูมภาพได้ประมาณ 100 เมตร บันทึกภาพตั้งแต่ไฟไหม้และคนวิ่งไปมา โดยจุดที่อยู่นั้นห่างจากหน้าวัดปทุมฯ ประมาณ 100 เมตร
จากนั้นเห็นคนแต่งกายชุดลายพรางคล้ายทหารและสวมหมวกเดินไปมาอยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นล่าง บริเวณหน้าประตูวัดปทุมฯ 3-4 คน และเห็นอีก 2 คน นั่งซุ่มอยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นบน แต่ไม่ได้เคลื่อนไหว ทั้งหมดถืออาวุธปืนยาว
กลุ่มชายที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นล่างยกปืนประทับไหล่ โดยเล็งปลายกระบอกปืนชี้ต่ำลงไปยังวัดปทุมฯ ขณะนั้นเวลา 17.00 น.เศษ ได้ยินเสียงปืนเป็นระยะ เป็นเสียงของกระสุนจริง ดังมาจากบุคคลที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าชั้นล่าง
และเห็นกลุ่มคนในวัดจำนวนมากพยายามวิ่งหลบกระสุนปืน มีลักษณะหันหน้ามองขึ้นมาบนรางรถไฟฟ้า
ขณะที่มีเสียงปืนดังขึ้นนั้น กลุ่มชายดังกล่าวที่อยู่บน รางรถไฟฟ้าไม่มีท่าทางหลบกระสุนปืนจากฝ่ายตรงข้ามแต่อย่างใด ตนอยู่บนชั้นดาดฟ้าประมาณ 18.00 น. จึงลงมา ด้านล่าง
ต่อมาวันที่ 20 พ.ค. เวลา 09.00 น.เศษ ได้รับคำสั่งให้เข้าไปในวัดปทุมฯ เพื่อนำผู้ชุมนุมที่หลบอยู่ไปไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็พบผู้ชุมนุมหลบอยู่ตามตึกภายในวัด
ในเหตุการณ์การชุมนุม ตนเป็นผู้บันทึกภาพการควบคุมตัวแกนนำหลังการสลายการชุมนุม ภาพบุคคลที่อยู่บนรางรถไฟฟ้า และภาพขณะที่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เข้าไปชันสูตรพลิกศพภายในวัดปทุมฯ
พบผู้เสียชีวิต 6 ศพ โดยทราบจากคนที่อยู่ในวัดว่า ถูก เจ้าหน้าที่ยิงเมื่อเย็นวันที่ 19 พ.ค.2553
ภายหลังการไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลนัดไต่สวนครั้งต่อไปวันที่ 14 ก.พ. เวลา 09.00 น.
ขยับเข้าใกล้วันที่ศาลจะมีคำสั่ง
