ข่าวสด 17 ธันวาคม 2555
ที่ห้องพิจารณา 612 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 17 ธ.ค.55 ศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพครั้งแรก คดีหมายเลขดำ อช.10/2555 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 16 ส.ค.55 ขอให้ศาลไต่สวนหาสาเหตุการตาย ของนักโทษชาย ( น.ช.) อำพล ตั้งนพกุล หรือ อากง อายุ 61 ปี เพื่อทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุ และพฤติการณ์ที่ตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา ม.150 นายอำพล เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 พ.ค.55 ระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำในคดีหมิ่นเบื้องสูง ที่ศาลอาญามีคำพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 20 ปี ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
นายอานนท์ นำภา ทนายความของญาตินายอำพล หรืออากง กล่าวภายหลังการไต่สวนว่า เมื่อมีการเสียชีวิตที่ไม่ใช่เป็นการเสียชีวิตตามธรรมชาติ แต่เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ก็ต้องมีการทำสำนวนส่งให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อไต่สวนหาสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งญาติผู้ตายได้ขอร่วมเข้ามาซักถามพยานในคดีด้วย โดยพยานที่อัยการ ผู้ร้อง นำมาไต่สวนวันนี้มี 2 ปาก คือแพทย์และพยาบาล ประจำโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ที่ทำการรักษาอาการป่วยของอากงระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ ซึ่งศาลอาญา นัดไต่สวนพยานปากต่อไปในวันที่ 23 -24 เม.ย.56 เวลา 09.00 น.
โดยในวันนี้พนักงานอัยการได้นำ นางรัชนี หาญสมสกุล พยาบาลประจำทัณฑสถานโรงพยาบาล เบิกความสรุปว่าได้รับตัวผู้ป่วยมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพตอนส่งมาตัวนายอำพล สามารถเดินได้ด้วยตนเอง จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นทราบว่าเคยเป็นมะเร็งในช่องปากตอนที่ส่งมาเป็นช่วงสายของวันศุกร์ที่ 4 พ.ค.55 ซึ่งต่อมาจะเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่องกัน3วัน เปิดทำการอีกทีวันที่ 8 พ.ค. วันนั้นตนมาทำงานในช่วงเช้ามีพยาบาลที่เป็นลูกทีมเป็นคนเจาะเลือดนาย อำพล เพื่อนำไปส่งตรวจที่ห้องแล็ป ตอนที่เจาะเลือดนายอำพลมีอาการสงบนิ่ง ต่อมาได้รับรายงานว่านายอำพลได้เสียชีวิตลง ซึ่งจากการสอบถามพยาบาลผู้ช่วยได้ความว่าก่อนที่จะเสียชีวิต นายอำพลมีอาการอาเจียน ส่วนที่ก่อนเสียชีวิตนายอากง จะกินอะไรไปนั้นไม่ทราบเพราะเป็นการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ดูแลในช่วงวันหยุด แต่ทราบเฉพาะว่าก่อนหน้านั้นนายอำพลอากการปกติทานข้าวได้ แต่ท้องตึงมีอาการโต ส่วนเรื่องของการส่งตัวไปรักษาที่สถาบันมะเร็งภายนอกเรือนจำนั้นต้องดูด้วยว่าที่สถาบันมีเตียงว่างหรือไม่
ต่อมา น.พ.กิตติบูลย์ เตชะพรอนันต์ แพทย์เจ้าของไข้ เบิกความสรุปว่าช่วงที่นายอำพลถูกส่งตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมามีอาการปวดท้อง ท้องโต แต่ไม่มีแฟ้มจากทางสถานพยาลของเรือนจำมาด้วย แต่ที่ทราบมาว่านาย อำพลเคยเป็นมะเร็งที่โคนลิ้นนั้นทราบจากปากของนายอำพลเอง แต่ยังไม่มีการตรวจชี้ชัดว่าอาการท้องโตนั้นเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งที่เคยเป็นหรือไม่ แต่ตนได้รับไว้เป็นเจ้าของไข้ซึ่งส่วนหนึ่งเพราะว่าทางผบ.เรือนจำขอมาให้ช่วยอนุเคราะห์ ซึ่งหลังจากวันที่รับเป็นเจ้าของไข้วันต่อมาเป้นวันหยุด 3วันติดกันตนก็ได้เดินทางมาตรวจคนไข้ติดกัน 2 วันวันแรกพบว่านายอำพลได้บอกว่าอากการดีขึ้นและเดินมาพูดคุยกับตน ส่วนวันที่ 2 เห็นนายอำพลนั่งอยู่บนเตียงนอนมีอาการอาเจียนจึงได้ให้กินน้ำเกลือซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ได้พบกันอีกทราบข่าวอีกทีวันที่ 8 พ.ค.ว่านายอำพลเสียชีวิต แต่ก่อนหน้านั้นคือวันที่ 4 พ.ค. ได้เคยตรวจร่างกายไม่พบร่องรอยการทำร้าย
ภายหลังพยานเบิกความเสร็จสิ้น อัยการได้แถลงต่อศาลจะนำพยานเข้าเบิกความในครั้งหน้าอีก 5 ปากอาทิเช่น ภรรยานายอำพล เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ที่ชันสูตรพลิกศพ ส่วนทนายความญาติผู้ตายจะนำพยานเข้าเบิกความ4ปากประกอบด้วย ผุ้ต้องขังที่สังเกตุอาการอากงจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ แพทย์ที่ร่วมสังเกตการณ์ชันสูตรพลิกศพ ทนายความที่ยื่นหนังสือถึงเรือนจำขอตัวจำเลยมารักษาข้างนอก ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตและให้นัดไต่สวนพยานอีกทีในวันที่23-24 เม.ย.56 เวลา 09.00น.
