ข่าวสด 4 ธันวาคม 2555
รายงานพิเศษ
คําสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.เพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง ที่ต่อเนื่องจากคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัว นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ที่มีก่อนหน้านี้ ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง จากนี้หรือไม่ มีความเห็นจากประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. รวมถึงระดับแกนนำและคนเสื้อแดงแถวหน้า
ธิดา โตจิราการ
ประธาน นปช.
ที่ ผ่านมาเราให้เสรีภาพแกนนำในการปราศรัย มากพอสมควร คงไม่สามารถกำหนดได้ว่าแกนนำคนใดจะมีสิทธิ์ขึ้นปราศรัยบนเวที หรือแกนนำคนใดไม่มีสิทธิ์ขึ้นปราศรัย เพราะเวที นปช.เป็นเวทีของประชาชน บาง ครั้งเป็นการเปิดเวทีที่ต่างจังหวัดเป็น เจ้าภาพเขาก็เชิญคนที่ขึ้นพูดเป็นการเฉพาะเจาะจง บางครั้งไม่ใช่แกนนำ บางคราวอาจเป็นกลุ่มอื่นที่มาเป็นวิทยากร
แต่ปัญหาคือ ในส่วนของเวทีทั่วไปที่ไม่มีหัวข้อที่ชัดเจน คนที่ขึ้นปราศรัยส่วนใหญ่จะพูดอะไรก็ได้ บางครั้งจึงออกนอกกรอบไปบ้าง แต่เราให้เสรีภาพมานานแล้ว ดังนั้นการจะไปกำหนดคนขึ้นพูดคงเป็นไปไม่ได้ จาก นี้ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคนมากกว่าว่าพูดแล้วจะเกิดประโยชน์ต่อตนเอง หรือโทษ หรือเป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือไม่ แกนนำเองต้องมีความระมัดระวังในการพูดมากขึ้น อาจส่งผลให้ รูปแบบการพูดเป็นไปในลักษณะของหลักและเหตุผลมากกว่าการใช้อารมณ์เพียงอย่าง เดียว ทำให้มีความสุภาพ เป็นการยกระดับแกนนำอีกด้านหนึ่งในการระมัดระวังคำพูด
ส่วน ตัวเห็นว่าเป็นเรื่องดีและไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคในการสื่อสารกับมวลชน ยกตัวอย่างกรณีของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่มีสไตล์การพูดแบบอารมณ์ขัน ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดรุนแรง ประชาชนก็ยังชอบฟัง หรือ จะเป็นนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่พูดดุดันแต่อยู่ในประเด็นก็เป็นลักษณะเฉพาะตัว จึงถือได้ว่าเป็นการยกระดับทั้งผู้พูดและผู้ฟัง และหากเป็นไปได้ก็จะมีการหารือกันก่อนขึ้นเวทีทุกครั้งให้มากขึ้น เพื่อให้ทุกคนพูดอยู่ในหัวข้อ คงจะมาดูเรื่องเนื้อหาการพูด ภาษาที่ใช้มากขึ้น ลดการใช้อารมณ์เวลาพูดให้น้อยลง เพื่อไม่ให้เข้าข่ายหมิ่นตามที่ศาลสั่ง แต่ อยากฝากว่ากลุ่มคนแต่ละชนชั้น มีภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันในการพูด ลักษณะการปราศรัยคงไม่สามารถห้ามได้ เพราะแกนนำที่ขึ้นเวทีมีความหลากหลายเราจะเปลี่ยนให้คนที่พูดแบบชาวบ้าน แบบฮาร์ดคอมาพูดแบบผู้ดีคงไม่ได้
คงไม่สามารถที่จะไปชี้ แนะได้ว่าให้แกนนําคนนั้นคนนี้ พูดอย่างนั้นอย่างนี้ได้ ทุกคนมีความคิดและมีสไตล์การพูดเป็นของตัวเอง เมื่อพูดอะไรออกไปก็ต้องรับผิดชอบในคําพูดนั้นๆ
อยากให้ ทุกฝ่ายมองอย่างเข้าใจว่าการปราศรัยบางครั้งเป็นภาษาชาวบ้าน ไม่ได้เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามบุคคลใด วันที่ 22 ธ.ค.นี้ ก็จะมีการชุมนุมใหญ่ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ คงมีแกนนํานปช.มาร่วมงานครบทุกคน คงมาหารือกันเกี่ยวกับเนื้อหาการปราศรัยของแต่ละคน แน่นอนว่าต่อไปต้องระวังในส่วนของเนื้อหามากขึ้นโดยพยายามไม่ให้กระทบกระเทียบใคร
ขวัญชัย ไพรพนา
ประธานชมรมคนรักอุดร
ยอม รับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจทำให้แกนนำเกิดความลำบาก แต่ ผมไม่ขอวิจารณ์เพราะเชื่อว่าทุกฝ่ายรู้หน้าที่ของตัวเองว่ามีเป้าหมาย อย่างไร แต่เชื่อว่ามวลชน จะยังให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจกับแกนนำอยู่เช่นเดิม ใน ส่วนของผม ยืนยันว่ายังคอนโทรลเสื้อแดง 20 จังหวัด ในภาคอีสานได้อยู่ แต่ไม่ขอไปก้าวก่ายในส่วนของ แกนนำ นปช.ส่วนกลาง เพราะการขับเคลื่อนอาจแตกต่างกันได้บ้าง ส่วนตัวผมมอง ว่าการเคลื่อนไหวนับจากนี้จะต้องระมัดระวังตัวเอง อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ต้องไม่หลงตัวเองจนปล่อยให้เกิดช่องว่าง และประมาทในการทำหน้าที่ เห็นได้จากกรณีนายก่อแก้ว และนายยศวริศ โดยเฉพาะกรณีของนายก่อแก้ว มองแล้วน่าจะเป็นสายวิชาการมากกว่า ไม่ใช่สายฮาร์ดคอร์แต่ก็ยังถูกเพ่งเล็ง จึงเป็นบทเรียนที่ เราต้องจดจำ ระวังการปราศรัยต้องไม่ไปพาดพิงในประเด็นที่เกี่ยวกับศาลและอำมาตย์ การพูดจาต้องใช้ภาษาและมีสติเป็นอย่างดี เพราะเมื่ออยู่บนเวทีต้องถูกจับจ้องอย่างแน่นอน อย่าหลงตัวเองว่าเป็นส.ส. จะมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ต้องตั้งสติ และจับมือกันทำงานให้เหนียวแน่นขึ้น ส่วน ที่ตั้งประเด็นกันว่าอาจต้องมีการเปลี่ยนตัว หรือมอบบทบาทให้แกนนำฝ่ายบุ๋น เข้ามาเดินเกมเพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าก็เป็นเรื่องภายในองค์กรที่ต้องตัดสินใจ และเมื่อมีตัวอย่างเช่นนี้ออกมาเชื่อว่าต้องทำอย่างรอบคอบไม่ผลีผลาม เหมือนอย่างที่ผ่านมา
การขับเคลื่อนจากนี้ไปก็ไม่ใช่เรื่อง ยาก ในส่วนของผมเห็นว่าการทำงานมวลชนให้มากขึ้น และลดบทบาทในเวลาปราศรัยลงบ้างก็น่าจะเป็นแนว ทางที่ดี
หันมาช่วยกันประคับประคองแนวทางปรองดองเพื่อให้ประเทศ ไทยเดินหน้า คู่ขนาน ก็น่าจะเป็นสิ่งที่นำไปดำเนินการต่อจากนี้
พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์
รองประธาน นปช.ภาคกลาง
เมื่อ ศาลถอนประกันนายก่อแก้ว ในคดีก่อการร้ายเพราะ เห็นว่าคำพูดคุกคามการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการรัฐธรรมนูญ เราก็ต้องเคารพและยอมรับในคำตัดสินของศาล
แต่เชื่อว่าจะ ไม่มีผลอะไรกับจิตวิญญาณของคนเสื้อแดง แม้จะสร้างความไม่สบายใจให้คนเสื้อแดงแต่ก็คงไม่ทำให้แกนนำ นปช.รายอื่นๆ หวาดหวั่นถึงขั้นไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆ เพราะแกนนำ นปช.ทุกคนมีความบริสุทธิ์ใจและพร้อมจะทำหน้าที่ต่อไป
การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงหลังจากนี้คงจะต้องระวังตัวมากยิ่งขึ้น จะพลาดเพียงนิดเดียวไม่ได้ การปราศรัยหรือการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงนับจากนี้ไปคงต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้นว่าอะไรที่พูดถึงได้ แตะได้ แตะไม่ได้
สุดา รังกุพันธ์
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
เป็น ไปได้ว่าอาจมีผล กระทบ เพราะถ้าสุ่มเสี่ยงต่อการพ้นสมาชิกภาพการเป็นส.ส. เพราะเราจะขาดบุคลากรที่มีบทบาททั้งการเป็นแกนนำและมีสถานภาพเป็นส.ส. ในเชิงจิตวิทยามวลชนการจะชุมนุมในที่สาธารณะครั้งต่อไปๆ ความเชื่อมั่นหรือความมั่นใจในการปราศรัยก็อาจลดลงอย่างแน่นอน ส่วน ของนปช. นั้นคาดว่าทางแกนนำอาจหลบเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ศาลหรือคำพิพากษาของศาล ที่ผ่านมาการวิพากษ์วิจารณ์อย่างลงลึกก็ลดบทบาทลงเรื่อยๆ อยู่แล้ว หรือจะเรียกว่าเป็นการเซ็นเซอร์ตัวเองก็ได้
