เนชั่นแชนแนลทันข่าว
11 ธันวาคม 2555
นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 11 ธ.ค.2555 ว่า ที่ประชุม ครม.ได้พิจารณาถึงข้อเสนอแนะเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรม สำหรับผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง (พ.ศ.2548-2553) ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงาน ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) โดยที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงิน ให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางการเมือง ตั้งแต่เหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประมาณปลายปี พ.ศ. 2548 จนถึงเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 จำนวน 500 ราย ประมาณการงบประมาณในวงเงิน 300 ล้านบาท และอนุมัติให้ใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นต่อไป โดยมอบหมายให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาและเป็นหน่วยเบิกจ่ายงบประมาณ
ส่วนกรณีของผู้ถูกควบคุมหรือคุมขังระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน จะได้รับการเยียวยา 37,030 บาท จำนวน 250 ราย ใช้งบประมาณ 9,257,500 บาท ขณะที่ผู้ถูกคุมขังเกิน 90 วัน ไม่เกิน 180 วัน จะได้รับเงินเยียวยาค่าคุมขัง 74,060 บาท ด้านจิตใจ 750,000 บาท จำนวน 150 ราย วงเงิน 123,609,000 บาท และผู้ถูกคุมขังเกินกว่า 180 วัน ได้รับเงินเยียวยาค่าคุมขัง 74,471 บาท เยียวยาด้านจิตใจ 1,500,000 บาท จำนวน 500 ราย วงเงิน 164,894,200 บาท ทั้งนี้ ได้มอบหมายกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาและเป็นหน่วยเบิกจ่ายงบประมาณ
น.พ.ทศพร กล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังเห็นชอบเยียวยาสำหรับผู้ที่ทรัพย์สินเสียหายจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง (พ.ศ. 2548-2553) ในวงเงิน 2,000 ล้านบาท โดยหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือเยียวยานั้น ให้ผู้เป็นเจ้าของ หรือมีกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิในสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งได้รับความเสียหายทั้งหมดหรือบางส่วน อันเป็นผลโดยตรงมาจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง (พ.ศ. 2548-2553) ที่ได้มีการลงทะเบียนไว้แล้ว ถือเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาในอัตราเงินเยียวยาที่กำหนดตามระดับมูลค่าความเสียหาย โดยจำแนกระดับมูลค่าความเสียหายสำหรับคำนวณอัตราเงินเยียวยาเป็น 8 ระดับ คือ 1. น้อยกว่า 100,000 บาท 2. ตั้งแต่ 100,000-500,000 บาท 3. มากกว่า 500,000-1,000,000 บาท 4. มากกว่า 1-2 ล้านบาท 5. มากกว่า 2-3 ล้านบาท 6. มากกว่า 3-4 ล้านบาท 7. มากกว่า 4-5 ล้านบาท และ 8. มากกว่า 5 ล้านบาท
สำหรับระดับมูลค่าความเสียหายมากกว่า 5 ล้านบาท ได้กำหนดให้ค่าเฉลี่ยมูลค่าความเสียหายเป็น 5 ล้านบาท และกำหนดกรอบอัตราเงินเยียวยาในสัดส่วนร้อยละ 40 ของค่าเฉลี่ยมูลค่าความเสียหายในแต่ละระดับตามฐานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบที่มีการลงทะเบียนไว้แล้ว โดยกำหนดอัตราเงินเยียวยาสูงสุดซึ่งผู้ที่ทรัพย์สินเสียหายมีสิทธิได้รับในวงเงินไม่เกินจำนวน 2 ล้านบาท/ราย ทั้งนี้ ผู้เสียหายที่เคยได้รับเงินเยียวยาจากรัฐจะถูกหักออก อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานคร (กทม.) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยา และเป็นหน่วยเบิกจ่ายงบประมาณ
