มองต่างมิติพาสปอร์ต 'แม้ว'

ข่าวสด 17 กันยายน 2555 >>>


การคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีก หลังผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาคำร้องเรื่องดังกล่าวแล้วชี้ว่าขัดกฎหมาย พร้อมส่งหนังสือไปถึงกระทรวงการต่างประเทศให้ทบทวน ผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างไรกับเรื่องนี้ มีความเห็นจากนักวิชาการ และภาคประชาชน

สุรชัย ศิริไกร
คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

การออกพาสปอร์ตต้องว่ากันตามหลักเกณฑ์ มีกฎระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศซึ่งเป็นรายละเอียดอยู่แล้ว
ที่กระทรวงการต่างประเทศระบุการออกพาสปอร์ตให้อดีตนายกฯ ทำได้ โดยอ้างว่าไม่ได้รับข้อมูลยืนยันจากหน่วยงานด้านยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงยุติธรรม หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักโทษอาญา หนีคดี อย่างนี้ถือว่าโยนให้กระทรวงยุติธรรมเป็นคนผิดหรือเปล่า
ขณะเดียวกัน เมื่อมีการยื่นร้องต่อผู้ตรวจฯ และผู้ตรวจฯ ทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ จากนี้กระทรวงการต่างประเทศก็จะอ้างไม่ได้แล้วว่าไม่มีข้อมูล จึงต้องทบทวนและยึดคืนพาสปอร์ต
ส่วนที่ระบุการยึดคืนพาสปอร์ต พ.ต.ท.ทักษิณ ของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผลมาจากการเมือง รัฐบาลที่แล้วก็อ้างว่าที่ต้องยึดคืนพาสปอร์ตอดีตนายกฯ เพราะเป็นนักโทษหนีคดี
ดังนั้นที่บอกว่าเป็นเรื่องการเมืองเท่ากับหมิ่นศาลหรือเปล่า จึงอ้างเช่นนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องรื้อคดีกันหมด ยกเว้นมีการไปต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อเปลี่ยนคำตัดสิน
พรรคการเมืองใหม่ที่ร้องต่อผู้ตรวจฯ สามารถนำข้อมูลไปยื่นต่อกระทรวงการต่างประเทศได้ ส่วนจะรับดำเนินการหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และพิจารณาตามข้ออ้างของกระทรวงการต่างประเทศก็สามารถร้องเอาผิดกระทรวงยุติธรรมได้ด้วย และหากกระทรวงการต่างประเทศไม่ทบทวนตามที่ผู้ตรวจการฯ มีหนังสือมา พรรคการเมืองใหม่ที่เป็นต้นเรื่องน่าจะเป็นคนนำข้อมูลหลักฐานต่างๆ ไปร้องต่อศาลปกครองเอง

สมบัติ บุญงามอนงค์

บ.ก.ลายจุด แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง

เรื่องพาสปอร์ตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนตัวคิดว่าพาสปอร์ตก็เหมือนบัตรประชาชน ที่ไม่มีสิทธิ์ยึดของประชาชนแม้ว่าเขาจะมีความผิดอะไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีการสั่งยึดพาสปอร์ตเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้คิดได้ว่าถ้าอย่างนี้ก็ควรจะยึดบัตรประชาชนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปด้วยเลย
การคืนพาสปอร์ตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มองว่ากระทรวงการต่างประเทศ คงยึดหลักว่ารัฐไม่มีสิทธิ์ยึดพาสปอร์ตของประชาชนจึงคืนให้
ที่ผู้ตรวจฯ ออกมาชี้ว่าการคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องที่ผิดระเบียบนั้น เป็นประเด็นทางการเมืองอย่างแน่นอน และที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยึดคืนพาสปอร์ต และการคืนพาสปอร์ตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ล้วนเป็นเรื่องทางการเมืองที่ผู้ตรวจฯ ต้องระวัง
ส่วนตัวคิดว่าผู้ตรวจฯ ควรมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของหน่วยงานต่างๆ มากกว่าการเข้ามาเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนไปถึงที่มาของผู้ตรวจฯ ก็จะเข้าใจได้ว่าองค์กรอิสระต่างๆ ทั้ง ส.ว.สรรหา, กกต., ศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็นผลพวงของการรัฐประหารวันที่ 19 ก.ย. 2549 และผลพวงของรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2550 ซึ่งมีปัญหา มักจะกระตือรือร้นกับเรื่องที่เป็นประเด็นทางการเมือง มากกว่าการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐขององค์กรต่างๆ
จุดเริ่มของการยึดพาสปอร์ตเป็นผลพวงต่อเนื่องมาจากการทำรัฐประหาร ซึ่งการทำแบบ นี้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้คนที่เป็นกลางไม่ฝักใฝ่ทางการเมืองมองว่าทำไมถึงต้องทำกันในลักษณะเช่นนี้ ทำไมไม่ใช้วิธีการพูดคุยกันโดยตรง เช่น หาก พ.ต.ท.ทักษิณ กระทำความผิดจริง ก็ควรนำ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่ในขณะนี้ ถ้าผล ออกมาอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น ถ้าผิดจริงก็ว่าไปตามผิด และลงโทษดำเนินคดีตามกฎหมายที่มีอยู่ ไม่ใช่ใช้กระบวนการพิเศษจัดการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เช่นนี้ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายมองว่าไม่เป็นธรรม 

นันทวัฒน์ บรมานันท์
คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ บ.ก.เว็บไซต์ www.pub-law.net

วันนี้ทุกอย่างไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง กระทรวงการต่างประเทศต้องทำคือ
1. แถลงว่าการใช้พาสปอร์ตมีเกณฑ์อย่างไร ไม่ว่าจะพาสปอร์ตธรรมดา หรือเล่มแดง โดยเฉพาะกรณีพาสปอร์ตแดง อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็รับรู้กันว่ายังคงใช้พาสปอร์ตเล่มแดงอยู่ และไม่ใช่แค่ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียวที่พ้นตำแหน่งแล้วยังมีพาสปอร์ตแดง
มีอีกหลายคนที่ไม่อยากระบุชื่อ โดยเฉพาะหลายคนที่มีตำแหน่งเป็นอดีตทูต อดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พ้นจากตำแหน่งแล้วก็ยังใช้พาสปอร์ต เล่มแดงอยู่ ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร
บางคนเคยเป็นรัฐมนตรี ชอบทำตัวใหญ่ที่สุดในจักรวาล ทุกวันนี้ไปต่างประเทศก็ยังใช้ พาสปอร์ตแดงอยู่ มีสถานะสูงกว่าปกติ ถามว่าคนที่พ้นจากตำแหน่งแล้วแต่ไปติดต่อธุรกิจ หรืองานของตัวเอง โดยถือพาสปอร์ตแดงสมควรหรือไม่
2. กระทรวงการต่างประเทศต้องตรวจเช็กกับหน่วยงานที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เช่น กระทรวงยุติธรรม ศาล ว่าบุคคลเมื่อต้องคำพิพากษาถูกจำคุกแล้วหนี กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานด้านยุติธรรมมีเกณฑ์อย่างไร
อย่างที่บอกไม่ใช่ พ.ต.ท.ทักษิณ คนเดียว อย่างกรณี นายปิ่น จักกะพาก ก็หนีไปอยู่ต่างประเทศเหมือนกัน พ.ต.ท.ทักษิณ เจอแค่ 2 ปี นายสมชาย คุณปลื้ม ไม่รู้โดนกี่ปี นายวัฒนา อัศวเหม ก็หนีโทษจำคุกเหมือนกัน แต่วันก่อนก็มีการให้สัมภาษณ์
มีหลายคนที่เป็นที่รู้จักแต่หนีคดีอยู่ในต่างประเทศ เป็นคนไทยก็มีสิทธิ์จะมีหนังสือเดินทาง แต่หากต้องคำพิพากษาจำคุกหรือหนีการจำคุก สามารถขอต่ออายุพาสปอร์ตได้หรือไม่
วิธีที่ดีที่สุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาให้ข้อมูล แถลงให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องมาตีความกันว่าเรื่องนี้ใครแกล้งใคร ใครจงใจช่วยใคร เพราะจะได้ว่ากันตามหลักเกณฑ์และเป็นหลักเกณฑ์เดียวกัน ไม่ใช่การคาดเดา
ผมว่าทุกคนจะพูดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ถ้ามีกฎหมายและกฎระเบียบปิดปาก ผมเรียกร้องให้สังคมหันมามองหาความจริงก่อนกล่าวหา หรือปักใจเชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ข้อเรียกร้องของผู้ตรวจฯ ที่สั่งให้กระทรวงการต่างประเทศทบทวนการคืนพาสปอร์ตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ตรวจฯ ไม่ใช่ศาล กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไปบังคับหน่วยงานปฏิบัติ
ส่วนหน่วยงานปฏิบัติจะทำตามหรือไม่ เมื่อถึงเวลาผู้ตรวจฯ ก็ทำรายงานเสนอรัฐสภา หรือแจ้งไว้ในรายงานประจำปี