รายงานการไต่สวนการเสียชีวิต: มานะ อาจราญ



ทีมข่าว นปช.
13 กันยายน 2555


วันนี้ (13 ก.ย. 55) ห้อง 808 ศาลอาญา (ถ.รัชดาภิเษก) ศาลนัดไต่สวนการเสียชีวิตของ มานะ อาจราญ พนักงานสวนสัตว์ดุสิต ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตภายในบริเวณสวนสัตว์ดุสิตเมื่อคือวันที่ 10 เม.ย. 53
สุทัศน์ สุทธิวงศ์ (หัวหน้าฝ่ายพัฒนาสวนสัตว์ดุสิต) ให้การว่า ปกติสวนสัตว์ดุสิตเปิดทำการช่วงเวลา 6.00-18.00 น. ของทุกวัน ก่อนเวลา 18.00 น. หากยังมีใครอยู่ในสวนสัตว์ก็จะเชิญออกจนหมด หลังจากนั้นสวนสัตว์ก็จะปิดทำการ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอดทั้งคืน เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ใดลักลอบเข้ามาในสวนสัตว์
ในวันดังกล่าวสวนสัตว์ยังคงเปิดทำการตามปกติ ซึ่งในเวลา 23.00 น. มีทหารจำนวนหนึ่งบุกเข้ามาในสวนสัตว์ดุสิตโดยไม่ได้ขออนุญาต เนื่องจากมีการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน
ก่อนเวลา 23.00 น. ตนเองได้ขี่มอเตอร์ไซด์ออกจากสวนสัตว์เพื่อเดินทางกลับที่พัก สักพักมีโทรศัพท์จาก เสรี จัตุรัส แจ้งว่า มีคนถูกยิงอยู่ในสวนสัตว์ ตนเองจึงได้ขี่มอเตอร์ไซด์ย้อนกลับมาที่สวนสัตว์อีกครั้ง โดยเข้าทางประตูฝั่งพระราชวังสวนจิตรลดาเพื่อเข้าสู่ลานจอดรถ
เมื่อตนเองจะเข้าไปในสวนสัตว์กลับถูกทหารกลุ่มใหญ่ขวางไว้ และจับตนเองหมอบกับพื้น โดยอ้างว่า อันตรายห้ามเข้า ระหว่างที่ตนเองกำลังหมอบลงกับพื้นได้สังเกตุเห็นมีทหารบางส่วนซุ่มอยู่ตามเสาต่างๆ โดยทั้งหมดหันหน้าไปทางรัฐสภา
ระหว่างนั้นตนเองเห็นรถกระบะคันหนึ่งวิ่งมาจากรัฐสภา หลังจากนั้นก็มีทหารจำนวนหนึ่งวิ่งกรูเข้าไปในลานจอดรถ ช่วงนั้นมีโทรศัพท์จาก สพญ (สัตวแพทย์หญิง) ขวัญใจ (ไม่ทราบนามสกุล) บอกให้ตนเองไปดู มานะ อาจราญ ซึ่งมีเลือดออกจากปาก จมูก และศีรษะ แต่ตนเองได้ปฏิเสธไป และวางสาย เนื่องจากตนเองยังคงถูกล็อกตัวอยู่ ตนเองโดนทหารล็อกตัวเป็นเวลาประมาณ 15-20 นาที
ต่อมาทหารอนุญาตให้ตนเองเข้าไปภายในสวนสัตว์ ตนเองตามหามานะที่โรงเก้งหม้อ (ใกล้บ่อเต่า) ในเวลานั้นบริเวณดังกล่าวมีแสงไฟน้อยตนเองจึงได้ใช้แสงจากโทรศัพท์มือถือตามหา และได้พบมานะนอนคว่ำหน้า มีเลือดออกจากจมูก ปาก และเสียชีวิตแล้ว จึงได้แจ้งเรื่องนี้ต่อ ผอ.สวนสัตว์ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของตนเอง
หลังจากนั้นตนเองได้โทรศัพท์ไปเรียกรถพยาบาลจาก รพ.วชิรพยาบาล เมื่อรถพยาบาลมาถึงได้แจ้งกับตนเองว่า ไม่สามารถรับศพของมานะได้ เนื่องจากโรงพยาบาลรับเฉพาะผู้ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น จึงได้ประสานต่อไปยังมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเพื่อมารับศพ
ขณะนั้นมีตำรวจ และทหารเข้ามาตรวจที่เกิดเหตุ และพบปลอกกระสุนจำนวน 3-4 ปอก, โล่ และกระบองอยู่ด้านหลังของบล็อกขายตั๋ว ด้านหลังลานจอดรถ ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 15 เมตร
ตนเองไม่พบมีบุคคลภายนอกอยู่ในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากทหารได้ปิดถนนบริเวณนั้นไว้หมด
เสรี จัตุรัส (เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสวนสัตว์ดุสิต) ให้การว่า วันดังกล่าวตนเองเข้าเวรอยู่ที่ประตูด้านพระราชวังสวนจิตรลดา หลังเวลา 16.00 น. ตนเองออกเวร แต่ก็ได้ไปช่วยดูแลความเรียบร้อยอยู่ที่ลานจอดรถ เนื่องจากวันดังกล่าวเกิดการสลายการชุมนุมที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ทางสวนสัตว์จึงจำเป็นต้องใช้กำลังเสริม
เวลา 23.00 น. ตนเองกำลังดูแลประตูอยู่ด้านในสวนสัตว์ และได้ยินเสียงคนตะโกนมาจากด้านนอกของสวนสัตว์ว่า "มันมาแล้ว" จากนั้นก็มีทหารจำนวนหนึ่งวิ่งเข้ามาในสวนสัตว์ นอกจากนี้ตนเองยังได้ยินเสียงปืนมาจากด้านนอกของสวนสัตว์
ตนเอง และเจ้าหน้าที่คนอื่นวิ่งขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าของลานจอดรถ ช่วงนั้นมีวิทยุมาแจ้งให้ตนเองมาดูมานะ ซึ่งตนเองได้ยินเสียงปืนดังออกมาจากในของลานจอดรถด้วย
หลังจากนั้นมีมอเตอร์ไซด์มารับตนเองไปหามานะที่บริเวณบ่อเต่า (ใกล้โรงเก้งหม้อ) ซึ่งในบริเวณนั้นตนเองไม่เห็นมานะจึงตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มีใครตอบ จนกระทั่ง บุญมี แก้วไทรท้วม แจ้งกับตนเองพบศพของมานะแล้ว โดยตนเองเห็นศพของมานะจากแสงไฟของรถมอเตอร์ไซด์ ศพของมานะนอนคว่ำ มีเลือดออกจากศีรษะ เจ้าหน้าที่บอกว่า เขาถูกยิงโดยปืนความเร็วสูงที่ท้ายทอย
สำเริง สุขสมจิต (เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสวนสัตว์) วันดังกล่าวตนเองเข้าเวรตั้งแต่เวลา 8.00 น. ที่ประตูด้านลานจอดรถตรงข้ามรัฐสภา หลังจากเวลา 16.00 น. ตนเองยังคงประจำอยู่ที่ประตูลานจอดรถ
หลังจากการสลายการชุมนุมที่ ถ.ราชดำเนิน เวลา 23.00 น. มีทหารจำนวนมากวิ่งเข้ามาในสวนสัตว์จากประตูด้านรัฐสภา
ตนเองได้ยินเสียงตะโกนว่า "มันมากันแล้ว" และได้ยินเสียงปืนจากด้านนอกสวนสัตว์จึงวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของเสาของลานจอดรถ โดยหลบอยู่ด้านหลังเสาจนเสียงปืนสงบเป็นเวลาประมาณ 20 นาที ก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้าของลานจอดรถ ระหว่างนั้น เสรี จัตุรัส โทรมาหาตนเองโดยบอกว่า มานะถูกยิงเสียชีวิตอยู่ที่บ่อเต่า (ใกล้โรงเก้งหม้อ) แต่ตนเองไม่ได้ไปดูศพแต่อย่างใด