มาตรฐานสิทธิประกันตัว

โลกวันนี้ 10 พฤษภาคม 2555 >>>


การเสียชีวิตของ “อากง” หรือนายอำพล ตั้งนพกุล นักโทษคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 คงให้ข้อคิดและเป็นเครื่องเตือนสติให้กับใครได้หลายคน หากคนคนนั้นเป็นผู้ที่มีจิตใจเมตตา และรักความเป็นธรรม
แต่การเสียชีวิตของอากง ชายวัย 61 ปี คงไม่สร้างความสำนึกหรือความรู้สึกรู้สาอะไรกับพวกที่มีจิตใจเหี้ยมอำมหิตบางคน บางกลุ่ม และบางฝ่าย
ประเด็นที่เราต้องพูดกันอย่างตรงไปตรงมาสำหรับเรื่องนี้คือ เรื่อง “สิทธิการประกันตัว” เพราะดูเหมือนว่าเราจะหามาตรฐานและหลักการพิจารณาเรื่องนี้ไม่ได้เลย ปล่อยให้เป็นเพียงดุลยพินิจของศาลเท่านั้น
แม้กฎหมายของไทยจะเขียนไว้อย่างสวยหรูในรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ได้สวยหรูเหมือนตัวหนังสือที่เขียนกันไว้
มีคำถามมากมายเกี่ยวกับเรื่องสิทธิการประกันตัวว่า ทุกวันนี้เราใช้หลักเกณฑ์อะไรในการพิจารณา
บางคดีทำผิดเหมือนกัน ตามตัวบทกฎหมายเดียวกัน แต่คนหนึ่งได้รับการประกันตัว เดินเชิดฉายไปไหนมาไหนก็ได้ แต่อีกคนหนึ่งกลับไม่ได้รับสิทธินั้น
ยกตัวอย่างเช่น กรณีของดา ตอร์ปิโด นักโทษตามมาตรา 112 ที่ไม่ได้รับสิทธิการประกันตัวตั้งแต่วันแรกที่ถูกจับกุม แต่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ลอกเอาคำพูดของดา ตอร์ปิโด ไปพูดบนเวทีปราศรัยแทบจะทุกถ้อยคำ แถมมีการแปรความเพิ่มด้วย กลับได้รับการประกันตัวแม้จะถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกัน
หรืออย่างกรณีคดีที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมือง คนเสื้อแดงจำนวนมากที่ยังอยู่ในคุก ไม่ได้รับสิทธิการประกันตัว แต่แกนนำที่ถูกตั้งข้อหาร้ายแรงกว่า มีโทษถึงประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต กลับได้รับการประกันตัวกันทุกคน
เช่นเดียวกันกับแกนนำเสื้อเหลืองที่ถูกตั้งข้อหาร้ายแรงจากการชุมนุมก็ ยังไม่มีใครเข้าไปใช้ชีวิตในคุกแม้แต่วินาทีเดียว
คำถามคือ “หลักการ”หรือ “มาตรฐาน” ของการพิจารณาจะให้ใครได้รับการประกันตัวหรือไม่ เป็นอย่างไร
ทำไมนักโทษบางคดีที่มีอัตราโทษหนักกว่าได้รับการประกันตัว แต่นักโทษบางคดีที่มีอัตราโทษน้อยกว่ากลับต้องนอนอยู่ในกรงขังไม่ได้รับสิทธินั้น
เรื่องสิทธิการประกันตัวและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจึงเป็นเรื่องลำดับต้นๆที่ควรจะสังคายนากันใหม่ หากเราต้องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้โปร่งใส เป็นที่ยอมรับ ซึ่งแน่นอนว่ายังมีเรื่องอื่นที่ต้องสังคายนากันอีกเยอะนอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว