ดร.โสภณ พรโชคชัย: สำรวจแล้ว . . . ราคาอาหารไม่ได้แพงขึ้น

ประชาไท 5 พฤษภาคม 2555 >>>




นักข่าวพลเมืองกิตติมศักดิ์ “ดร.โสภณ พรโชคชัย” เปิดเผยผลการลงสำรวจ “สีลม” กับประเด็นที่สื่อหลักประโคมว่าข้าวของแพงขึ้นจริงหรือ ? ชี้ควรส่งเสริมการรณรงค์ทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองด้วยข้อมูลที่เป็นจริง แทนที่จะใช้ความรู้สึก โดยได้รายละเดียดดังต่อไปนี้ ...
ผู้สำรวจเห็นข่าวนักการเมืองหลายท่านของพรรคหนึ่งออกมาแถลงว่าราคาอาหารแพงขึ้นมาก แต่จากข้อมูลที่ผู้สำรวจสัมผัสอยู่ทุกวัน ผู้สำรวจไม่รู้สึกเช่นนั้น ผู้สำรวจจึงออกสำรวจง่าย ๆ เพื่อยืนยันข้อมูลว่าราคาอาหารไม่ได้แพงขึ้นแต่อย่างใด
การนำเสนอผลการสำรวจนี้อาจจะส่งผลบวกและลบต่อพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง แต่ผู้สำรวจขอเรียน (หรือสาบานก็ได้) ว่าผู้สำรวจไม่ได้เป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองใด ไม่ได้ทำเพราะได้รับผลประโยชน์จากพรรคการเมืองใด แต่ที่นำเสนอนี้ก็เพียงเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ ประชาชนจะได้ไม่ตื่นตกใจ และทำให้ผู้ค้าไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาอาหารจากการโหมโฆษณาดังกล่าว
ผู้สำรวจสำรวจในพื้นที่สีลมซึ่งเป็นศูนย์ธุรกิจอันดับหนึ่งของประเทศไทยและตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยเดินเท้าสำรวจในวันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2555 เวลา 11:40-13:00 ซึ่งในวันดังกล่าวยังมีบริษัทห้างร้านหลายแห่งเปิดดำเนินการ ผู้สำรวจได้ถ่ายภาพร้านอาหารพร้อมตัวเลขราคาอาหารมาประกอบไว้ด้วย ร้านเหล่านี้เป็นร้านที่ประชาชนทั่วไปใช้รับประทานอาหารเที่ยง ซึ่งอาจเป็นร้านข้างถนน ร้านที่ตั้งอยู่ในศูนย์อาหาร ร้านที่ตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ หรือร้านที่ตั้งอยู่เป็นเอกเทศ ยกเว้นร้านอาหารปรับอากาศ ร้านกาแฟ หรือภัตตาคาร
ผลการสำรวจเบื้องต้นพบว่า
1. ราคาอาหารไม่ได้แตกต่างจากพื้นที่อื่นทั้งที่เป็นที่ตั้งศูนย์ธุรกิจของประเทศ และผู้ทำงานน่าจะมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าคนทั่วไป กล่าวคือในกรณีข้าวแกง ยังมีขายในราคา 25 บาท อย่างไรก็ตามราคาอาหารทั่วไปเริ่มต้นที่ราคา 30 บาท จากการสังเกตปริมาณอาหารที่มีผู้รับประทานอยู่ในร้าน ก็มีปริมาณปกติเช่นเดิมหรือเช่นร้านอาหารทั่วไป ไม่ใช่ว่าขายในราคาเดิม แต่ปริมาณลดลงแต่อย่างใด สำหรับคุณภาพของอาหารเท่าที่สังเกต ก็น่าจะใกล้เคียงกัน แต่ผู้สำรวจไม่สามารถที่จะตรวจสอบในกรณีนี้ได้
2. ราคาอาหารที่สูงกว่านั้น เช่น ราคา 40-45 บาท จะเป็นขนาดพิเศษ โดยมีปริมาณมากเป็นพิเศษ หรือใส่วัตถุดิบที่มีคุณภาพหรือขนาดใหญ่กว่าปกติ เช่น เกี๊ยวกุ้ง เป็นต้น
3. จากการสัมภาษณ์ผู้ขายในศูนย์อาหารในซอยสีลม 5 พบว่า ราคาขั้นต่ำขายอยู่ที่ 30 บาท แต่หากเป็นสาขาอื่น ราคาจะเริ่มต้นที่ 25 บาท ทั้งนี้ราคาอาหารขึ้นอยู่กับค่าเช่าที่ขายอาหาร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ เพราะวัตถุดิบไม่ได้ขึ้นราคาแต่อย่างใด
4. ในระหว่างเดินสำรวจ พบภาพที่น่าประทับใจ เช่น มีร้านหนึ่งติดป้ายเป็นภาษาต่างประเทศให้รู้ว่าขายราคาเดียวกับคนไทย อีกร้านหนึ่งก็ให้ดื่มน้ำโดยไม่คิดเงิน ไม่ต้องสั่งอาหาร ร้านที่ดูค่อนข้างหรู คือ เชียงการีลาคิทเช่น ยังมีขายโจ๊ก 30 บาท เกาหลาเลือดหมู และข้าวต้มกุ้งราคาเพียง 40 บาท นอกจากนี้ร้านในอาคารพาณิชย์ที่ต้นทุนค่าพื้นที่ขายสูงกว่า ก็ยังขายได้ราคาเริ่มต้นที่ 35 บาท
ข้อเสนอแนะเบื้องต้นจากการเดินสำรวจนี้ก็คือ สิ่งที่ควรจะมีในประเทศไทยก็คือการส่งเสริมการรณรงค์ทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองด้วยข้อมูลที่เป็นจริง แทนที่จะใช้ความรู้สึก หรือความเห็นต่างทางการเมือง นอกจากนี้ สิ่งที่รัฐบาลสามารถสนับสนุนค่าครองชีพของประชาชน รวมทั้งผู้ค้าก็คือ การจัดสถานที่ที่มีค่าเช่าย่อมเยาในการขายอาหาร ซึ่งจะทำให้ผู้ค้าสามารถยืนหยัดขายอาหารในราคาที่ถูกได้