
ส.ส.เพื่อไทย ร่วมสังเกตการณ์ชันสูตรศพ 'อากง' เบื้องต้นพบเนื้องอกบริเวณตับ ลุกลามลำไส้-ปอดด้านขวา คาดมะเร็งระยะสุดท้าย ตำหนิราชทัณฑ์ปล่อยอาการลุกลาม เล็งชง 'ปคอป.' ขอเงินเยียวยา
ภรรยาอากงรอรับศพแต่เช้า
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 9 พฤษภาคม ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางรสมาลิน (ขอสงวนนามสกุล) หรือป้าอุ๊ ภรรยาของนายอำพล (ขอสงวนนามสกุล) หรือ อากง วัย 61 ปี ผู้ต้องขังคดีหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (2), (3) ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความ มั่นคงแห่งราชอาณาจักร โดยศาลตัดสินจำคุกรวม 20 ปี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยอาการป่วยเป็นโรคมะเร็ง ขณะรับการรักษาในโรงพยาบาลภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังจากมีอาการกำเริบ ท้องบวม เดินทางมารับศพนายอำพล พร้อมด้วยลูกและญาติ รวมถึงกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 20 คน ซึ่งถือพวงหรีดและป้ายเรียกร้องความยุติธรรมให้กับอากง โดยที่บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า
บำเพ็ญกุศลวัดด่านสำโรง
นางรสมาลิน กล่าวว่า ตนเองเดินทางมารับศพสามี เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดด่านสำโรง ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เนื่องจากสามีได้สั่งเสียไว้ก่อนเสียชีวิตว่า ให้นำศพมาบำเพ็ญกุศลที่วัดแห่งนี้ เนื่องจากเป็นห่วงลูกหลาน และยังไม่ได้กำหนดวันฌาปนกิจศพ ส่วนที่ถามว่าโกรธแค้นอะไรหรือไม่นั้น โกรธที่โชคชะตาทำให้เป็นแบบนี้ โดยจะนำศพไปรดน้ำศพบริเวณฟุตปาธ ถนนรัชดาภิเษก หน้าศาลอาญา และเมื่อทราบผลชันสูตรเสร็จเรียบร้อยจะนำศพออกจากสถาบันนิติเวช พร้อมกับกลุ่มคนเสื้อแดง โดยจะแห่ศพจากสถาบันนิติเวชตำรวจไปทำพิธีรดน้ำศพที่หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯต่อไป
ส.ส. 'พท.' สังเกตการณ์ชันสูตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการชันสูตรศพนายอำพลนั้น พ.ต.อ.พรชัย สุธีรคุณ รรท. ผบก.นต. ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการชันสูตรศพ ประกอบด้วย พล.ต.ต.นพ.ณรงศักดิ์ เสาวคนธ์ รองนายแพทย์ใหญ่ (สบ 7) เป็นที่ปรึกษา พ.ต.อ. ภวัต ประทีปวิศรุต นายแพทย์ (สบ 5) พ.ต.อ. สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ นายแพทย์ (สบ 4) และ พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ หงส์แก้ว นายแพทย์ (สบ 2) เป็นกรรมการและผู้ผ่าชันสูตร โดยมี นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.แบบระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล และ นพ.กิติภูมิ จุฑาสมิต ร่วมสังเกตการณ์การ ชันสูตรศพ
นพ.เชิดชัย กล่าวภายหลังการชันสูตรศพว่า จากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย ขณะที่การผ่าชันสูตรศพภายในช่องท้องพบเนื้องอกบริเวณตับ ซึ่งได้ลุกลามยังลำไส้และปอดด้านขวา มีน้ำในช่องท้องจำนวนมาก มีอาการสมองตายเล็กน้อย ซึ่งอาจพอสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของนายอำพลได้ว่า น่าจะมาจากมะเร็งระยะสุดท้าย แต่จะเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตในทันที คงไม่สามารถบอกได้ อย่างไรก็ตาม การสรุปสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการต้องรอแพทย์นิติเวชเป็นผู้สรุป ทั้งนี้ ได้มีการส่งตัวอย่างชิ้นเนื้อ เลือด อาหาร ในกระเพาะอาหาร น้ำในช่องท้องและปัสสาวะ ไปตรวจทางพิษวิทยาว่า มีสารพิษอะไรหรือไม่ คาดว่าจะรู้ผลภายใน 1 สัปดาห์
ตำหนิราชทัณฑ์ปล่อยอาการลุกลาม
นพ.เชิดชัย กล่าวต่อว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่าอาการป่วยของนายอำพลน่าจะเป็นมาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน แพทย์ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์น่าจะมีการตรวจรักษา ไม่น่าจะปล่อยให้เป็นเรื้อรังจนลุกลาม ซึ่งเป็นเรื่องของมนุษยธรรม เพราะนักโทษก็เป็นมนุษย์ ควรได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้ กรณีของนายอำพลตนมองว่าเป็นความบกพร่องในระบบการทำงาน ซึ่งแพทย์ต้องรักษาตามหลักวิชาการ หากเห็นว่ารักษาไม่ได้หรือต้องใช้เครื่องมือตรวจพิเศษต้องส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาภายนอก ส่วนประเด็นที่ว่ากลัวผู้ต้องขังจะหลบหนี เรื่องนี้สามารถควบคุมได้ ซึ่งตนจะยื่นกระทู้ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้มีการปรับปรุงต่อไป
"เราต้องแยกกันให้ออกระหว่างมนุษยธรรมกับเรื่องคดี หากผู้ต้องขังถูกตรวจพบว่าป่วยเป็นมะเร็ง ควรได้รับการประกันตัวหรือไม่ เพื่อมารักษาภายนอก นอกจากนี้ กรณีของนายอำพลเท่าที่ดูไม่พบร่องรอยการดำเนินการใดๆ ของแพทย์ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการกู้ชีพหรือช่วยเหลือ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะการดูแลผู้ต้องขังที่จะต้องปรับปรุง" นพ.เชิดชัย กล่าว
เล็งชง 'ปคอป.' ขอเงินเยียวยา
นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีผู้ต้องหาที่ถูกคุมขังในเรือนจำ เนื่องจากทำผิดมาตรา 112 ทั่วประเทศว่า ขณะนี้มีนักโทษในคดีดังกล่าวทั้งหมด 55 ราย แบ่งเป็นถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 13 ราย เรือนจำพิเศษหลักสี่อีก 42 ราย ซึ่งทางทีมกฎหมายได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยดูลำดับจากง่ายไปหายากของแต่ละรายไป เพื่อดำเนินการขอประกันตัว ส่วนกรณีของอากงนั้นจะมีการแยกเป็น 2 ประเด็น ระหว่างตายโดยธรรมชาติ หรือตายแบบผิดธรรมชาติ หรือตายด้วยฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ หากผลการตรวจชิ้นเนื้อออกมาว่า ตายด้วยฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ ก็จะนำเรื่องเสนอคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) พิจารณาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากอาจเข้าข่ายการขอเงินเยียวยาได้ โดยเฉพาะกรณีอากงมีรายชื่ออยู่ในผู้ถูกจำคุกจากเหตุขัดแย้งทางการเมืองของ ปคอป. อยู่แล้วด้วย
ด้าน รศ.ดร.สุดา รังกุพันธุ์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นนักวิชาการเคลื่อนไหวให้แก้กฎหมายอาญา มาตรา 112 กล่าวว่า การเรียกร้องเรื่องคดีความของนายอำพลจะไม่ดำเนินการใดๆ แล้ว เนื่อง จากคดีได้ถึงที่สุดแล้ว แต่จะมีการเรียกร้องแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของมวลชนอย่างสันติวิธี ทั้งนี้ ในวันที่ 10 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. จะรวมตัวกันเพื่อร่วมไว้อาลัยแก่อากง และจะแห่ศพไปยังรัฐสภาและทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้คุ้มครองนักโทษการเมืองและแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
เคลื่อนศพทำพิธีหน้าศาลอาญา
ต่อมาเวลา 13.00 น. ได้มีการเคลื่อนศพนายอำพลออกจากสถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อไปทำพิธีรดน้ำศพและสวดพระอภิธรรมศพที่ด้านหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เป็นเวลา 1 คืน จากนั้นจะเคลื่อนศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลต่อที่วัดด่านสำโรงต่อไป
กระทั่งเวลา 14.00 น. รถจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้นำโลงศพนายอำพลเคลื่อนมาถึงหน้าศาลอาญา จากนั้นสัปเหร่อจากวัดลาดปลาเค้าได้เคลื่อนย้ายโลงศพของนายอำพลมาภายในเต็นท์ จากนั้นเวลา 14.45 น. นางรสมาลินเริ่มรดน้ำศพเป็นคนแรก โดยรดน้ำใส่พานที่ตั้งอยู่หน้าโลงศพ ก่อนที่ญาติและกลุ่มคนเสื้อแดงจะทยอยรดน้ำศพ และได้นิมนต์พระจากวัดลาดปลาเค้ามาสวดศพต่อ
แห่ทำเนียบ-รัฐสภาก่อนไปวัด
นางรสมาลินกล่าวว่า กำหนดการหลังจาก พิธีสวดศพเสร็จแล้วจะตั้งศพไว้หน้าศาลอาญา 1 วัน และในวันที่ 10 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. จะเคลื่อนศพไปที่ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และไปยังวัดด่านสำโรง เพื่อทำพิธีทางศาสนาต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สวมชุดดำมาร่วมไว้ทุกข์และรดน้ำศพนายอำพล ได้ทยอยมา ร่วมงานตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน 50 นาย และจาก บก.น.2 อีก 1 กองร้อย คอยเฝ้าดูแลความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบศาลอาญา และระหว่างรอรดน้ำศพนายอำพล กลุ่มผู้ชุมนุมได้หมุนเวียนกันขึ้นกล่าวปราศรัย โดยใช้พื้นที่ล้นออกมาที่ถนนจนต้องปิดการจราจรไป 2 ช่องทาง ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนักตลอดทั้งวัน
ศาลขอให้ทำพิธีอย่างสงบ
นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษา ศาลอาญา กล่าวกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงมาทำพิธีรดน้ำศพนายอำพล ริมทางเท้าหน้าศาลอาญาว่า ได้ประสานงานกับ บช.น.ให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลความสงบเรียบร้อยให้แล้ว ซึ่งการชุมนุมขอให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย เพราะ ศาลเป็นสถานที่ราชการ ขอเพียงอย่านำศพ เข้ามาในเขตศาล หากจะรดน้ำศพ สวดศพ ก็ขออย่าเกินวันนี้ เพราะวันรุ่งขึ้นศาลก็เปิดทำการ รถจะติด และถ้ายืดเยื้อก็อาจเกิดความไม่สงบหรือมีการแทรกแซง อาจทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปได้ ซึ่งได้ให้ผู้เกี่ยวข้องประสานไปยังนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้ช่วยประสานงานดูแลแล้ว
แจงเหตุ 'อากง' ไม่ได้ประกัน
นายทวีกล่าวด้วยว่า ขอชี้แจงว่าคดีของนายอำพลศาลอาญามีคำพิพากษาไปแล้ว จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาและยื่นขอประกันตัวชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลอาญาส่งคำร้องขอประกันตัวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งว่าจะอนุญาตหรือไม่ แต่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ จำเลยได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาลฎีกาอีก โดยศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวไปเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา จำเลยคงคิดว่าไม่มีโอกาสได้ประกันอีกแล้ว จึงได้ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์เมื่อวันที่ 3 เมษายน เนื่องจากจำเลยประสงค์จะใช้สิทธิยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ เพราะการยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษได้ต่อเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาศาลอาญาออกหมายคดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 4 เมษายน ดังนั้น เมื่อคดีถึงที่สุดจำเลยก็ไม่สามารถยื่นประกันตัวอีกได้ นายอำพลจึงอยู่ในการควบคุมของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีการให้การรักษาพยาบาลนักโทษอยู่แล้ว หากจะนำตัวมารักษาข้างนอกก็อาจทำได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ควบคุม ต่อมาเมื่อนายอำพลเสียชีวิตไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ก็ถือว่าตายในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150-156 กำหนดให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องไต่สวนชันสูตรพลิกศพ เพื่อหาสาเหตุการตาย ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาคดีนี้ในศาลอาญาอีกครั้ง
'มาร์ค' ห่วงเป็นข้ออ้างแก้ ม.112
ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องไปพิสูจน์เกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายอำพล เพราะเป็นการเสียชีวิตภายใต้การควบคุมของเจ้าพนักงาน จึงต้องให้ความเป็นธรรม และรัฐบาลมีหน้าที่ต้องชี้แจงทั้งหมดว่ามีอะไรเกิดขึ้น เพราะไม่อยากให้มีคนหยิบเรื่องนี้มาเป็นประโยชน์ทางการเมือง ส่วนที่เกรงจะมีการนำเรื่องเสียชีวิตของนายอำพลมาเป็นข้ออ้างในการขอแก้ไขมาตรา 112 อีกรอบนั้น เรื่องนี้รัฐบาลต้องชี้แจงด้วย เพราะเป็นผู้รักษากฎหมาย สำหรับกรณีที่กลุ่มนิติราษฎร์เตรียมจะเคลื่อนไหวเรียกร้องแก้ไขมาตรา 112 อีกครั้ง ก็มีสิทธิที่จะเคลื่อนไหว แต่รัฐบาลก็ต้องทำให้เกิดความมั่นใจ เพราะคนในรัฐบาลด้านหนึ่งยังเคลื่อนไหวอยากให้แก้กฎหมาย แต่ผู้รับผิดชอบในรัฐบาลยืนยันว่าจะไม่แก้ ตรงนี้จึงต้องทำให้เกิดความมั่นใจ โดยเฉพาะรัฐบาลประกาศเป็นนโยบายแล้วว่าจะไม่สนับสนุนให้มีการแก้ไขมาตรา 112
