ทีมข่าว นปช.
9 พฤษภาคม 2555
วันนี้ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ มีการผ่าชันสูตรพลิกศพ อำพล ตั้งนพกุล (อากง) ผู้ต้องขังคดีหมิ่นฯ โดยมี นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ (ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย), นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล และ นพ.กิติภูมิ จุฑาสมิต ร่วมเป็นแพทย์ชันสูตรพลิกศพในครั้งนี้
พ.ต.อ.สุพล จงพาณิชย์กุลธร นพ. (สบ5) โฆษก รพ.ตำรวจ เผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นมะเร็งที่ตับ และกระจายไปทั่วร่างกาย ทำให้มีภาวะการหายใจที่ล้มเหลว อย่างไรก็ตาม หลังการผ่าชันสูตรศพ ต้องรอผลการตรวจชิ้นเนื้อประกอบด้วย
นพ.เชิดชัย ระบุว่า ที่พบมีปัญหาคือช่องท้องมีเนื้องอกบริเวณตับด้านซ้ายและลุกลามไปในช่องท้อง ลำไส้ แล้วก็มีน้ำในช่องท้องจำนวนมาก มีสมองตายนิดหน่อย คาดว่าน่าจะเสียชีวิตเพราะมะเร็งระยะสุดท้าย อย่างไรก็ตาม มีการนำอาหารในกระเพาะ เลือด และน้ำในช่องท้องไปตรวจว่ามีสารพิษไหม ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะทราบผล โดยเบื้องต้นเชื่อว่าไม่น่าจะเสียชีวิตจากสารพิษแต่อย่างใด
นพ.เชิดชัย ชี้ว่า ดูลักษณะแล้วน่าจะเป็นมะเร็งอยู่นานพอสมควร คุณหมอที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์น่าจะเอาไปตรวจ ไม่ควรปล่อยให้เรื้อรังและลุกลาม อันนี้เป็นเรื่องของมนุษยธรรมนักโทษก็เป็นมนุษย์ควรได้รับการดูแลที่ดี ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยก็พยายามพูดถึงเรื่องนี้ในการประชุมพรรคทุกรอบ โดยพยายามเอาข้อเสนอของ คอป. เป็นจุดเริ่ม เช่น ย้ายผู้ต้องขังไปโรงเรียนตำรวจ แต่นักโทษคดีมาตรา 112 เป็นคนละเรื่องกัน กับอีกส่วนคือคดีที่ศาลพิพากษาไปแล้วซึ่งฝ่ายการเมืองไปยุ่งไม่ได้
นพ.เชิดชัย เผยอีกว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นความบกพร่องในระบบทำงานมากกว่า หมอต้องทำตามหลักวิชาการ ถ้าไม่มีเครื่องมือต้องส่งไปรักษาข้างนอก ส่วนหากกลัวว่าผู้ต้องขังจะหลบหนีก็สามารถให้เจ้าหน้าที่ดูแลควบคุมได้ ส่วนการนอนโรงพยาบาลรอ 3 วันก่อนจะได้ตรวจนั้นไม่สมควรแน่
“ต้องแยกให้ออกระหว่างมนุษยธรรมกับเรื่องคดี ถ้าคนไข้ได้รับการตรวจและรู้ว่าเป็นมะเร็งควรให้ประกันมารักษาข้างนอก” นพ.เชิดชัย กล่าว
นพ.พงษ์ศักดิ์ กล่าวเสริมว่า ดูจากสภาพตับแบบนี้เชื่อว่าเป็นมะเร็งมาไม่ต่ำกว่า 3-6 เดือนขึ้นไป ดังนั้นสะท้อนว่า ระบบการรักษา การประเมินคนไข้ของกรมราชทัณฑ์มีปัญหา นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อคนไข้ใกล้จะเสียชีวิต โดยปกติเราต้องมีการปั้มหัวใจหรือใช้วิธีการต่างๆ เพื่อกู้ชีวิตคืนอย่างหนักหน่วง แต่เท่าที่ดูไม่เห็นร่องรอยการช่วยเหลือคนไข้อย่างหนักหน่วง
นพ.พงษ์ศักดิ์ ยืนยันว่า หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เบื้องต้น และได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี แม้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ผู้ต้องขังน่าจะยังอยู่ได้อีกระยะหนึ่ง
นพ.กิตติภูมิ ให้ความเห็นในภายหลังว่าระบุว่า น่าจะเสียชีวิตจากมะเร็งระยะสุดท้าย ที่ช่องปากที่เคยเป็นมะเร็ง มีแผลที่เคยผ่าตัด ไม่มีต่อมน้ำเหลืองโต แสดงว่ารักษาหาย ส่วนร่องรอยสมองฝ่อนั้นเป็นเรื่องปกติของวัยชราซึ่งน่าจะเป็นผลต่อการเบิกความต่อศาลว่าจำไม่ได้ว่านำโทรศัพท์มือถือไปซ่อมที่ร้านในที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว
นพ.กิตติภูมิ ยังระบุด้วยว่า ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายน่าจะมีโอกาสได้ประกันตัวมารักษาตัวภายนอกเรือนจำ และใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตกับครอบครัว
หลังจากเสร็จกระบวนการชันสูตรพลิกศพ รสมาลิน ตั้งนพกุล (ภรรยาของอากง) พร้อมด้วยญาติรับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่หน้าศาลอาญา (ถ.รัชดาภิเษก) วันนี้ เวลา 14.00 น. ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายศพไปประกอบพิธีที่วัดด่านสำโรง (จ.สมุทรปราการ) ในวันรุ่งขึ้น
