
"ทนายเล็ก" ชี้ศาลลงโทษ "อากง" สมน้ำสมเนื้อแล้ว ย้ำมาตรา 112 ไม่ใช่ตัวปัญหา หากโทษต้องโทษโจกแดงเป่าหูจนทำให้ชาวบ้านต้องมาตาย ติดคุก พร้อมยกเหตุผลซัด "โด่ง อรรถชัย" ทำเป็นสอน "ตั๊ก บงกช" แต่แถแทนอากงทุกประเด็น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความเคลื่อนไหวทางแวดวงโซเชียลเน็ตเวิร์ก แสดงความคิดเห็นโต้ตอบกันถึงกรณี นายอำพล ตั้งนพคุณ (อากง) กับบทลงโทษ ม.112 คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยนายสุวินัย ภรณวลัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Suvinai Pornavalai ความว่า..
"ผมขอพูดจากใจที่เปี่ยมไปด้วยมนุษยธรรมล้วนๆและตัดความเห็นต่างทางการเมืองและแง่มุมทางกฏหมายออกไปให้หมด ผมคิดว่าโทษที่อากงถูกตัดสินนั้นหนักเกินไปแม้เขาสมควรจะได้รับโทษบ้างก็ตาม ผมได้อ่านจดหมายที่อากงเขียนให้ทนายของเขาก่อนเสียชีวิตเพียงหนึ่งเดือนว่า "ในแต่ละวัน ผมเฝ้ารอให้อุ๊ (ภรรยา) มาเยี่ยม บางวันก็พาหลานๆมา ทำให้ผมมีกำลังใจ ยิ้มได้บ้าง...ผมคิดถึงหลานๆมากที่สุด ผมเขียนจดหมายถึงหลานทีไรก็น้ำตาไหลทุกทีเลย จนไม่อยากเขียนไปหา" อากงคือปุถุชนคนหนึ่ง มีหัวจิตหัวใจเช่นเราเช่นท่าน ถ้ามองกรณีของอากงจากมุมมองของมนุษยธรรมล้วนๆ ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าการบังคับใช้กฏหมายอาญามาตรา 112 นี้เถรตรงอย่างเหลือเชื่อเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีอาญาอื่นๆของกระบวนการยุติธรรมไทยในอดีต ปัญหาจริงๆนั้นคงอยู่ที่จะหาความสมดุลอันควรแก่เหตุของการลงโทษว่าจะอยู่ที่จุดใดดีโดยไม่ใช่การพิจารณาอย่างเถรตรงตามตัวบทกฏหมายเท่านั้นเหมือนกรณีนี้ แต่น่าเสียดายที่กรณีของอากงและการตายของเขาได้ถุกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองโดยคนบางกลุ่มจนทำให้ การถกเถียงกันด้วยเหตุด้วยผลเกี่ยวกับการปรับปรุงมาตรา 112 ยังไม่อาจทำได้ในขณะนี้"
"ความเห็นของคุณตั๊กก็แค่เป็นความเห็นของประชาชนคนหนึ่งแต่ที่กลายมาเป็นข่าวก็เพราะความเป็นดาราของเธอเท่านั้น สังคมไทยตอนนี้กลายเป็นสังคมคนเชียร์มวยกันไปแล้ว โดยเลือกข้างเพราะถูกใจมากกว่าถูกต้อง"
อย่างไรก็ดีต่อมามีบุคคลเข้ามาโพสต์ข้อความเห็นแย้ง ภายใต้ชื่อ Varapan Benjavaragul (ทนายเล็ก) ดังนี้..
ดิฉันในฐานะทนายความคนหนึ่ง....ขอตอบว่า....การลงโทษอากง มีความเท่าเทียมทางกฏหมายแล้วค่ะ...ความผิดในข้อหาอื่นๆ ก็มีการลงโทษในกรณีต่างกรรมต่างวาระเช่นกัน จำเลยบางคนถูกฟ้องหลายสิบกรรมในคดีเดียว และศาลก็ต้องลงโทษเป็นกรรมๆไป จึงมีให้เห็นไงค่ะว่า ศาลลงโทษจำเลยในคดีเดียวจำคุก ร่วม 60-70 ปี แต่ก็ลงโทษได้ไม่เกินตามที่กฏหมายกำหนดไว้ ก็อาจจะลงโทษได้เพียงไม่เกิน 20 ปีรวมทุกกระทง.....
ดิฉันเห็นจำเลยที่น่าสงสาร ตกอยู่ในสภาพเดียวกับอากง นับไม่ถ้วน แต่เป็นคดีอื่นๆเช่น ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย ฆ่าคนตายโดยเจตนาฯลฯ....และก็มีมากมาย ที่เชื่อได้ว่าเขาไม่ได้กระทำความผิด แต่ต้องติดคุก......
มาตรา 112 ไม่ได้เป็นปัญหาค่ะ.......แต่ปัญหา อยู่ที่ คน มากกว่า.....เริ่มตั้งแต่การยัดเยียดข้อหา และการสร้างเรื่อง แต่งนิยาย
แม้ดิฉันจะยังไม่มั่นเสียด้วยซ้ำไปว่าอากง เป็นผู้ส่งข้อความเองหรือไม่ แต่ก็เชื่อว่า อากง เป็นก๊วนกลุ่มก้อนกับคนไม่ดีเหล่านั้น เข้าร่วมชุุมนุมกับคนเสื้่อแดง เพราะอันนี้มีหลักฐานปรากฏว่าอากง สนิทและเป็นเนื้อเดียวกันกับกลุ่มก้อนคนเสื้อแดง ดิฉันก็มีบ้านอยู่สมุทรปราการ และก็ได้รู้พฤติกรรมชาวบ้านในละแวกนั้นดีพอควร ว่ามีกลุ่มคนก้าวร้าวมาก จาบจ้วงสถาบันฯ จนน่าเกลียดมาก จนดิฉันคิดว่า ไม่น่าจะเกิดเป็นคนไทยเสียด้วยซ้ำไป บ้านดิฉันก็อยู่ใกล้ๆกับ วัดที่นำอากง ไปเมื่อวันก่อน
แม้อากง จะจำต้องรับว่าอากงเป็นเจ้าของมือถือและใช้มือถือนั้นแต่ผู้เดียว โดยไม่บอกความจริงทั้งหมด....แต่คดีนี้ จะไม่เป็นอย่างนี้....ถ้าไม่ใช่เพราะ อากง ถูกนำไปทางนี้เอง......
ขอย้ำว่า มาตรา 112 ไม่ใช่ปัญหาแน่นอนค่ะ.
ที่ดิฉัน ก็มีส่วนสงสารอากง...ก็ตรงที่ เห็นอากง ร้องไห้ ด้วยสายตาที่ดิฉันมองได้ว่า....อากง อยากถอย แต่ถอยไม่ได้ ...อากง อยากได้มีใครสักคนที่จะช่วยให้อากง ได้มีหนทางที่ดีกว่าที่เดินอยู่ แต่อากง ก็ไม่มีใคร.....สายตา ของอากง มันบอกเช่นนั้นจริงๆค่ะ....
ดิฉันจึงโกรธ พวกคนที่ ทำให้อากง ต้องตายในสภาพนี้...ตายโดยยังห่วงคนข้างหลัง ห่วงครอบครัว ห่วงหลาน..... อย่าโทษมาตรา 112 ค่ะอาจารย์......ต้องโทษคนพวกนั้นที่ทำให้อากงต้องตกอยู่ในสภาพนี้ ตั้งแต่การให้ข้อมูลที่ผิดและบิดเบือน พูดกรอกหูล้างสมองชาวบ้าน จนชาวบ้านก้าวร้าว มีอารมณ์รุนแรง.....และก็ทำให้อากง กับ อีกหลายๆคนต้องมาตาย มาติดคุก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ทนายน้อย ยังได้วิจารณ์จดหมายของ นายอรรถชัย อนันตเมฆ ดารานักแสดงที่โพสต์ข้อความถึง "ตั๊ก" บงกช คงมาลัย ที่ถูกนำมาโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊ก “สยามประชาภิวัฒน์” ตามข้อความดังนี้..
ก่อนอื่น ขอพูดถึงน้องตั๊ก ก่อนนะคะ...น้องตั๊ก เป็นเด็กที่ตรงไปตรงมา...ไม่มีมารยา...ความตรงของคนเราเป็นสิ่งดี แต่ก็อาจมีข้อเสีย ถ้าตรง จนยั้งคิด....ดิฉันคิดว่าน้องตั๊ก เป็นคนน่าคบ คนหนึ่ง แต่เธอออกจะใจร้อน และวู่วามไปบ้าง....ส่วนความเห็นเรื่องอากง น้องเขาคิดอย่างไรก็พูดออกมาจากใจจริง....น้องเขาตัดสินอากง แล้วด้วยความรู้สึก และเพราะความที่น้องเขารักในหลวงมาก (ขอชื่นชมจริงๆ) เพราะน้องเขารักในหลวงมาก นี่เอง...ทำให้น้องเขาฟันธงเลยว่า อากง จะต้องรับกรรมในสิ่งที่อากงทำ.....ทั้งนี้น้องเขาไม่ผิดนะคะ เพราะ
(1) ศาลตัดสินแล้วแม้เป็นเพียงศาลชั้นต้นก็ตาม (ยังไม่ถึงที่สุด)
(2) จากพฤติกรรมเดิมของอากง ที่เคยเข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง เชื่อได้ว่าอากง ก็ต้องมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยอยู่บ้าง และมือถือที่พบในบ้านอากงก็มีหลายเครื่องซุกซ่อนอยู่ ตรงนี้เอง ที่ทำให้ยิ่งเป็นที่น่าจะมีอะไรเงื่อนงำชวนสงสัย
ตั๊ก รู้ไหมว่าอากงไม่ใช่คนเสื้อแดง .... ??????
คำถามนี้ของคุณโด่ง....ต้องย้อนถามกลับไปยังคุณโด่งว่า....ถ้าอากง ไม่ใช่คนเสื้อแดง เหตุใดทนายของอากง คือทนายของคนเสื้อแดง.....ดิฉันไปหาข้อมูลทนายของอากง คนนี้มาแล้ว เขาเปิดบริษัทรับทำคดีของคนเสื้อแดงโดยเฉพาะ ในเหตุเผาบ้านเผาเมือง....ใครอยากรู้ว่าจริงหรือไม่ ไปหาใน Google ดูเอง....และก็มีข่าวลงกันครึกโครมว่า อากง เคยไปชุมนุมกับคนเสื้อแดง และทนายอากง เอง ก็เคยพูดในรายการหนึ่งว่า อากงเคยร่วมชุมนุมจริง.......อากง ชอบมีส่วนร่วมกับการชุมนุม แต่ก็พยายามพูดไปทำนองว่า เสื้อเหลือง อากง ก็เคยไป(อันนี้ไม่มีหลักฐาน)
สรุปว่าอากง มีความเกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง ดังนั้นแล้วเบอร์โทรนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามหาไม่ยากในเวทีชุมนุมคนเสื้อแดง และส่งไป ทำไม เราก็ตอบยาก ...อาจส่งไปเพื่อความสะใจ เพื่อยั่วโทสะ หรือเพื่อจะให้อากงเป็นเหยื่อก็ได้ เพราะมือถือที่ซ่อนอยู่ในบ้านมีหลายเครื่อง อากงอาจร่วมมือกับพวกทำอะไรที่ไม่เหมาะอยู่แล้วก็ได้.......ดิฉันมีบ้านอยู่สมุทรปราการที่รายล้อมไปด้วยคนเสื้อแดงที่ หยาบคายมาก ถึงขนาดมีการนำรูปคนที่เรารักมาทำย่ำยี คนเสื้อแดงสมุทรปราการ ขนาดไหน ลองถามคนสมุทรปราการดูก็ได้ค่ะ
ตั๊กรู้ไหมว่า กระบวนการพิจารณาของศาลไทย เป็นระบบกล่าวหา ที่จำเลยต้องพิสูจน์เองว่า "ไม่ได้ทำ" ไม่ใช่อัยการต้องพิสูจน์ ว่า "จำเลยทำ" ดังนั้น บางเรื่องที่ยังมีข้อสงสัย หากอากงพิสูจน์ไม่ได้ว่าไม่ได้ทำ ศาลก็อาจใช้ดุลยพินิจ ตัดสินให้ติดคุกได้
อากง ได้ต่อสู้คดี โดยได้รับโอกาสมากมาย....แต่ต้องย้อนถามกลับไปว่า...อากง สู้แบบนั้น สู้ถูกทางหรือไม่ คนแนะนำเขาพาอากง สู้ถูกทางแล้วใช่ไหม นี่เป็นคำถามย้อนกลับค่ะ.....รำไม่ดี โทษปี่โทษกลอง.....มาโยนขี้ให้ศาล...มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ.....อย่างเช่นการอ้างว่า วันเวลาดังกล่าวอากงนำโทรศัพท์ไปซ่อม แต่ก็อ้างลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานว่า ซ่อมร้านไหน มีหลักฐานใบเสร็จไหม เจ้าของร้านซ่อมก็ไม่มีตัวตนมาเบิกความยืนยัน....สรุปคืออ้างแบบลอยๆ แต่ไม่มีหลักฐานมายืนยันข้ออ้างของตน....แบบนี้ใครๆก็อ้างได้ .... คงมีแต่คนบ้าเท่านั้นที่เชื่อ......
จากการตรวจวัดทางเทคนิคเกี่ยวกับคลื่นสัญญาณอะไรน่ะ.... ก็ได้ความว่าข้อความถูกส่งมาบริเวณบ้านอากง...และก็พบหลักฐานโทรศัพท์มือถือซึ่งมีเลขเครื่องตรงกับที่ส่งไปยังปลายทาง......อันนี้ก็ถือว่า จนด้วยหลักฐานไหมค่ะ....
.......ตั๊กรู้ไหม ว่า การรับสารภาพของอากง เป็นสิ่งที่ทนายแนะนำ เพราะ จะทำให้ติดคุกน้อยกว่าการยืนหยัดต่อสู้ความจริง
คุณโด่ง บอกคุณตั๊กว่า อากง รับสารภาพ....นี่ก็ผิด นะคะ...คดีนี้ อากง ไม่ได้รับสารภาพค่ะ....แต่ศาลก็ปรานีนะคะ โทษสูงสุด 15 ปี แต่ศาลลงแค่กระทงละ 5 ปีเท่านั้นเอง 4 กระทง รวม 20 ปี
คุณโด่งกล่าวว่า....กระบวนการยุติธรรมไทยปัจจุบัน ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐมาก เปิดช่องให้ ผู้มีอำนาจ ผู้มีวาสนา ผู้ถือกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐ มากมาย ด้วยคำว่า ดุลยพินิจ
.....ซึ่งบ่อยครั้ง ดุลยพินิจ ทางราชการ กับ ดุลยพินิจ ของประชาชนไม่ตรงกัน
คุณโด่ง ทำไมไม่ช่วยทำให้นักโทษหลายคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการถูกยัดข้อหาได้รับความยุติธรรมค่ะ ทำไมจึงอ้างแต่คดีอากง.....และที่บอกว่า บ่อยครั้ง ดุลยพินิจ ทางราชการ กับ ดุลยพินิจ ของประชาชน ไม่ตรงกัน ดิฉันคิดว่า ก็เพราะปัญญาคุณโด่งมีเท่านี้ จึงพูดเช่นนี้ เอาเป็นว่า ถ้าคุณโด่งถูกฟ้องเป็นคดีอาญาเมื่อไหร่ จะให้ชาวนา ชาวไร่ มาตัดสินคุณโด่งนะคะ ไม่ต้องมีศาล ...ใครก็ได้ ไม่รู้กฏหมายก็ตัดสินคุณโด่งได้ เพราะคุณโด่งเชื่อว่าดุลพินิจของประชาชน ดีกว่าการให้มีศาลมาตัดสินคดี.....
.......ในกรณีของอากง ศาลใช้ดุลยพินิจ ว่า กลัวอากงหลบหนี จึงไม่ให้ประกัน ในขณะเวลาเดียวกัน สนธิ ลิ้มทองกุล ศาลให้ประกัน ทั้งที่อัตราโทษ 85 ปี มากกว่า อากง ถึง 70 ปี (อากงโทษจำคุก 15 ปี)
คดีของคุณสนธิ กฎหมายกำหนดให้ลงโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 20 ปี จึงลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 20 ปี เท่านั้นค่ะ โดยไม่มีเหตุให้รอการลงโทษจำเลยทั้ง 4
และคดีของคุณสนธิ เป็นความผิดเกี่ยวกับ ก.ม.หลักทรัพย์....ส่วนคดีอากง เป็นความผิดเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ทั้งพฤติกรรมการกระทำความผิดเป็นการกระทำซึ่งใช้ถ้อยคำที่แสดงถึงความอาฆาตมาดร้ายรุนแรง.....การที่ศาลจะให้ประกันหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์แห่งคดีด้วยค่ะ และทีสำคัญคดีหมิ่นพระบรมฯในระยะนี้ก็มีการกระทำความผิดเป็นแฟชั่นก็ว่าได้ มีการยุยง ปลุกปั่น มีความจงใจที่จะให้กล้ากระทำความผิดอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฏหมาย ดิฉันคิดว่านี่คืออีกสาเหตุหนึ่งที่ศาล จะต้องนำมาเป็นดุลพินิจเพื่อยับยั้งมิให้ มีการกระทำความผิดกันเป็นวงกว้างขยายออกไป
หวังว่าตั๊กคงได้อ่านที่พี่เขียน และทบทวนสิ่งที่ตัวเองคิดให้ดี เชื่อพี่ รักประชาชน กตัญญูต่อประชาชน รับใช้ประชาชน อยู่ข้างประชาชน แล้วจะเจริญอย่างมีเสรีภาพ ครับ
ประชาชน ที่ถูกชักนำไปในทางที่ผิด เราต้องดึงเขากลับคืนมาค่ะคุณโด่ง.....พวกเราทุกคนอยู่ข้างประชาชนอยู่แล้ว แต่อยู่อย่างมีสติ และใช้่ปัญญา.....ส่วนคุณโด่ง จะใช้ปัญญา มากน้อยแค่ไหน ดิฉันก็ไม่อาจทราบได้ค่ะ
พี่โด่งบอกว่า ให้เชื่อพี่โด่ง ให้รักประชาชน กตัญญูต่อประชาชน รับใช้ประชาชน อยู่ข้างประชาชน แล้วจะเจริญอย่างมีเสรีภาพ......แล้วฝ่ายตรงข้ามประชาชนคือใครค่ะ ....พี่โด่ง.....(พี่โด่งพูดว่าให้อยู่ข้างประชาชน แสดงว่าต้องมีอีกฝ่าย เป็นใครค่ะ ????)
สุดท้าย อยากให้ตั๊กรู้ว่า คนที่ออกมาต่อสู้เรื่องอากง ไม่ได้มีแต่คนเสื้อแดง แต่มีนักวิชาการ อาจารย์ มากมาย ที่ไม่ใช่คนเสื้อแดง ตั๊กรู้ไหมว่าพวกเขาไม่ได้มาต่อสู้พียงเพื่ออากง แต่เขามาต่อสู้เพื่อ ตั๊ก และ ครอบครัวด้วย
นักวิชาการ อาจารย์ มากมาย เขามาต่อสู้เพื่อตั๊กและครอบครัวด้วย....จริงหรือค่ะพี่โด่ง ไม่ใช่ต่อสู้เพื่อตัวเขาเองหรือค่ะ....(ฮา)
