
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
สมิงสามผลัด
นั่งอยู่หน้าจอทีวีดูการประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 2 มาตลอด กว่าสิบวันนี้ รู้สึกได้ว่าเป็นการประชุมที่น่าเบื่อหน่าย
ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ว. บางส่วนโจมตีในประเด็นเดิมๆ พูดแบบแผ่นเสียงตกร่องว่า ส.ส. ฟากรัฐบาล "รวบรัด เร่งรีบ ลุกลี้ลุกลน" แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อใครคนหนึ่ง
กล่าวหาว่าเป็นพวกมากลากไป
ทั้งที่การประชุมรัฐสภาเป็นวาระ 2 สมาชิกรัฐสภาอภิปรายคำแปรญัตติได้เฉพาะในส่วนที่ "ขอสงวนความเห็น" ไว้
พูดนอกเหนือไปจากนี้ไม่ได้เด็ดขาด แต่อย่างที่เห็นกันอยู่ว่ามีการแหกกฎ ประวิงเวลาไปวันๆ
บางคนลุกขึ้นมาพูดซ้ำซากเป็นชั่วโมงๆ แต่ไม่มีประเด็นที่ขอสงวนความเห็นไว้เลย
พูดนอกประเด็น ราวกับเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
พาดพิงถึงคนที่ไม่เกี่ยวข้อง
เพียงแค่ล่อเป้าให้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลประท้วง เข้าทางเกม "ฆ่าเวลา" ไปเรื่อยๆ
บางคนวนเวียนอยู่กับเรื่องสภาเผด็จการ อ้างแต่เรื่องเสียงข้างมากลากไป
พูดเหมือนไม่เข้าใจหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
ฉวยโอกาสสร้างกระแสสร้างข่าว ตีกินไปวันๆ
ขนาด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านก็ยังเล่นกับเขาด้วย
ลุกขึ้นขอชี้แจงเรื่องถูกตั้งข้อสงสัยว่าให้คนกดบัตรแทนกลางสภา
ไม่ลดราวาศอก ต่อปากต่อคำกับนายประชา ประสพดี ส.ส.เพื่อไทย ราวกับนายประชาเป็นนายกรัฐมนตรี
ที่สำคัญประเด็นของนายอภิสิทธิ์ มันไม่เกี่ยวกับการประชุมแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2 เลยสักนิด สไตล์อภิปราย "ถ่วงเวลา-ลากยาว" แบบไม่รู้จบ
ประชาชนที่นั่งดูการถ่าย ทอดสดอยู่ก็จะรู้สึกเบื่อหน่ายได้
ก็แปลกใจว่าผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์หายหน้าหายตาไปไหนหมด
นายชวน หลีกภัย หรือนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจบ้างเลยหรือ ?
กับพฤติกรรม "เสียงข้างน้อย" ลากไปแบบนี้
