เจาะใจ "จ่าประสิทธิ์" ว่าด้วยเรื่อง ตำรวจ พยาบาล รังสิมา ทักษิณ และป๋า เขาสีแดงทุกส่วน แม้กระทั่ง...

มติชน 12 พฤษภาคม 2555 >>>




"น้ำตาจ่าประสิทธิ์" คือเพลงที่ "จ่าประสิทธิ์" หรือ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ร้องปิดท้ายการให้สัมภาษณ์กับ "มติชนออนไลน์"
"จ่าประสิทธิ์" เป็นอดีตนายตำรวจ ที่ฝักใฝ่กลุ่มเสื้อแดง และ "ทักษิณ" โดยให้เหตุผลว่า รักประชาธิปไตย รักประชาชน และรักประเทศไทย
นอกจากนี้ "จ่าประสิทธิ์" ยังบอกว่า รักนายกฯ ทุกคนที่มาจากประชาธิปไตย
"จ่าประสิทธิ์" รับราชการใน จ.สมุทรสาคร มา 20 กว่าปี ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า เป็นตำรวจที่แปลกกว่าคนอื่น เพราะมีอุดมการณ์ของตำรวจ ซื่อสัตย์ ไม่เคยรีดไถประชาชน และรับไม่ได้กับตำรวจที่แสวงหาประโยชน์เพื่อส่วนตัว
"ผมไม่ใช่คนดี แต่จะทำดีมากกว่าทำชั่ว" คือ ประโยคที่ "จ่าประสิทธิ์" พูดย้ำเสมอตลอดการให้สัมภาษณ์
มากกว่านั้น "จ่าประสิทธิ์" ยังพูดถึงการแก้ปัญหาคนสุรินทร์กินสุราอีกว่า เป็นเรื่องของอดีตที่คนสุรินทร์คู่กับสุรา เพราะคนในพื้นที่เมื่ออยู่ด้วยกันเกิน 2 คน ก็ต้องมีเหล้า แต่ผมไม่กินเหล้าตั้งแต่เกิด แต่ไปหาชาวบ้านเมื่อไหร่เสียค่าเหล้าตลอด
   "ทำอย่างไรได้ละนะ เพราะคนสุรินทร์ชอบสุราจริงๆ แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นเยอะ" เป็นประโยคที่ "จ่าประสิทธิ์" พูดไปด้วย ยิ้มไปด้วย
ก่อนจะบอกว่า แต่ก่อนคนสุรินทร์กินสุราเขาเรียกว่าหมาสุรินทร์ แต่เดี๋ยวนี้คนสุรินทร์ไม่กินสุราเขาเรียกว่าเทวดาสุรินทร์ เปลี่ยนเยอะแล้วนะ
"จ่าประสิทธิ์" เป็นคนอีสาน จ.สุรินทร์ เป็นคนบ้านนอก พ่อเป็นผู้ใหญ่บ้าน และมีโอกาสเดินตามพ่อตั้งแต่เด็กๆ พบปะเพื่อนฝูง ก็เลยซึมซับอุดมการณ์จากพ่อ พ่อเป็นคนที่รักประชาชน
ขณะเดียวกัน "จ่าประสิทธิ์" ยังย้อนอดีตอีกว่า เมื่อตนเองมีโอกาสได้เรียน ก็เลยอยากทำอาชีพที่ได้รับใช้ประชาชน ซึ่งมีหลายอาชีพ สุดท้ายก็เลยเลือกอาชีพตำรวจ และด้วยความที่เรียนเก่งก็เลยได้เลือกรับราชการในพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ นั่นก็คือ จ.สมุทรสาคร
   "ครั้งหนึ่งเคยอยู่ฝ่ายจราจรแต่ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะรับไม่ได้กับการที่ตำรวจส่วนใหญ่แสวงหาประโยชน์ จึงขอเปลี่ยนหน้าที่ แม้เงินเดือนจะน้อย ก็อาศัยเวลานอกราชการมาค้าขายตามตลาดนัด แต่ก็ฟลุ๊คไปทำนายหน้าขายที่ดิน ทำให้ตนเองอยู่ได้ เป็นคนจนมีรายได้แค่นี้ก็อยู่ได้" จ่าประสิทธิ์ เล่าอย่างมีความสุข

แล้วมาอยู่เสื้อแดงได้อย่างไร ?

"จ่าประสิทธิ์" กล่าวว่า อย่างที่บอกว่าผมเป็นคนมีอุดมการณ์ รักประชาชน รักประชาธิปไตย และที่รักพ.ต.ท.ทักษิณ ก็เพราะว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ให้ประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ในบรรดานายกรัฐมนตรีของไทย ผมกล้าพูดอย่างนี้ ไม่ได้บอกว่านายกรัฐมนตรีคนอื่นไม่ดีนะ แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ให้ประชาชน พ.ต.ท.ทักษิณ มีมากกว่าคนอื่น มากกว่านั้น คนจนที่ทุกข์ยาก เขาได้ประโยชน์จากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ มากที่สุด และหลายๆ นโยบายโดนใจคนรากหญ้าและโดนใจผมมาก โดยเฉพาะนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค

พอโดนรัฐประหารก็เลยเจ็บแค้นคุณทักษิณ ?

"ใช่ครับ" จ่าประสิทธิ์ ตอบทันที เพราะผมรักประเทศไทย ผมรักรัฐบาลทุกรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย ที่มาจากประชาชน ด้วยความที่รัก พ.ต.ท.ทักษิณ พอมีการยึดอำนาจเมื่อปี 2549 ทำให้ผมคิดหนักว่าประเทศไทยแย่แล้ว ผมเป็นตำรวจ เป็นอณูเล็กๆ ที่พยายามทำดีในวงการ แต่การทำดีก็สู้คนทำไม่ดีเพียงคนเดียวไม่ได้ เมื่อผมเห็นว่าการรัฐประหารเป็นสิ่งไม่ดี ผมก็ไม่เห็นด้วย ผมอดทนกับความเจ็บปวดนี้มานาน
เมื่อครั้งมีการชุมนุมที่ทำเนียบ เสื้อแหลืองบุกทำเนียบ ยึดสนามบิน ผมเป็นคนจัดกำลังตำรวจที่สมุทรสาครมาดูแลเสื้อเหลืองที่ทำเนียบ เบิกเบี้ยเลี้ยงต่างๆ กลับโดนเสื้อเหลืองกระทืบ ทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีตำรวจ ยอมไม่ได้ และมองว่ากลุ่มคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมมีเหตุมีผลกว่า มีอุดมการณ์กว่า ผมเลยตัดสินใจขณะที่ตัวเองทำหน้าที่เป็นตำรวจ ก็เลยชวนเพื่อนตำรวจและครอบครัวเกือบร้อยคนมาถือธง มาให้กำลังเสื้อแดงวันแรก ซึ่งคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กำลังปราศรัยอยู่บนเวที
เมื่อผมถือธงมาผ่านที่ชุมนุม ไฮไลต์ก็เลยมาอยู่ที่ผม ทุกคนปรบมือเฮมาที่ผม กลบคุณณัฐวุฒิเลย  เพราะตอนนั้นเสื้อแดงเห็นใจตำรวจที่ถูกย่ำยีเกียรติและศักดิ์ศรีของตำรวจ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะถูกสลายที่แยกดินแดง ขณะเดียวกัน มองว่ายุคที่ประชาชนรักตำรวจคือยุคของคนเสื้อแดงนี่แหละ
วันที่เข้าไป คุณณัฐวุฒิก็เลยให้คนเรียกผมขึ้นไปบนเวที จากกนั้นมาก็เลยรู้จักกัน นี่คือที่มาเกี่ยวกับการต่อสู้ของคนเสื้อแดง พอลงเวทีก็เลยถูกตั้งกรรมการสอบ แต่ผมคิดว่าไม่เป็นไร ผมสู้กับคนเสื้อแดงมาโดยตลอดทั้งที่รับราชการอยู่ เพิ่งลาออกจากราชการก่อนลง ส.ส.

คิดอย่างไรถึงมาเล่นการเมือง ?

ผมไม่เคยคิดเล่นการเมือง เพราะการเมืองระดับชาติ คนจนอย่างผมไม่มีฐานเสียง สูงสุดได้เป็นแค่กำนันก็บุญแล้ว ไม่เคยคิดเรื่องการเมืองระดับชาติ แต่ด้วยการที่ผู้ใหญ่เห็นผมเป็นคนกล้าแสดงออก เป็นคนกล้าคิดในสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นคนมีอุดมการณ์ ก็เลยให้โอกาสผม ซึ่งตอนนั้นก็เป็นภาพที่ดี เพราะคนรู้จักทั่วประเทศ คนใน จ.สุรินทร์ ก็หนีไปอยู่พรรคอื่นหมด วันที่เลือกตั้งก็ชนะขาด กล้าพูดได้เลยว่าเป็น ส.ส. คนแรกที่มาจากชาวนาคนจน ไม่มีฐานเสียง ไม่เสียเงินซื้อเสียงแม้แต่บาทเดียว แค่เงินค่าป้ายโฆษณาก็ยังไม่มี ขับรถหาเสียงน้ำมันหมดบ้าง เข็นเอาก็มี แต่แรงส่งก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะเขาเห็นผมต่อสู้กับคนเสื้อแดงมาโดยตลอด

เมื่อครั้งปราศรัยต่อต้านรัฐประหารก็เสี่ยงที่ไปต่อว่า พล.อ.เปรม ?

ผมพูดตรงไปตรงมา แม้กระทั่งเพลงยังแต่งด่าพล.อ.เปรม ถามว่าหมิ่นเหม่หรือไม่นั้น ผมเป็นตำรวจถึงโดนย้าย ผมก็ไม่กลัว ผมบอกว่าย้ายผมไปไหนก็ได้ แต่หัวใจผมยังอยู่กับประชาชนและเสื้อแดง ย้ายประเทศไทยไปที่ไหน ยังมีธงชาติ ยังมีตำรวจอยู่ที่นั่น แต่ตอนนี้ไม่ได้มีอะไรกับป๋าเปรมแล้ว คือผมไม่ได้โกรธเป็นการส่วนตัว แต่อุดมการณ์ต้องตรงไปตรงมา ผมนับถือและชื่นชมท่านมาโดยตลอดด้วยซ้ำไป เมื่อสังคมทำให้ผมเข้าใจด้วยข้อเท็จจริงอะไรหลายๆ อย่างนั้น "ไม่มีใครดีที่สุดในโลกครับ" จ่าประสิทธิ์ กล่าวย้ำ

ต่อสู้เพื่อเสื้อแดงมานาน "ทักษิณ" โทรมาหาบ้างหรือไม่ ?

ผมโทรไปหา แต่ก็มีบางครั้งที่ท่านโทรมาให้กำลังใจ โดยเฉพาะช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ท่านชมว่าลงพื้นที่ได้ดี ชนะแน่ ทำต่อไป ชมในเรื่องความกล้าในการต่อสู้ และตอนที่ท่านมากัมพูชาผมก็ไปพบท่านทุกครั้ง สงกรานต์นี้ไม่รู้ว่าท่านมาที่ไหน ถ้ามาใกล้ๆ เช่น ที่กัมพูชา ผมก็จะไปหาท่าน แต่จริงๆ งานพื้นที่เยอะมาก เพราะต้องพบปะประชาชน ที่สำคัญผมเป็น ส.ส. ที่ถูกเชิญมาก เนื่องจากไปง่าย ไม่ต้องเป็นทางการ เจอคนที่ไหนเยอะก็แวะ แม้จะเชิญหรือไม่เชิญก็ตาม หรือขอแค่โทรมาบอกก็ไปหมดทุกงาน ซึ่งดีเพราะจะได้ใกล้ชิดประชาชน

เชื่อหรือไม่ว่าถ้า "ทักษิณ" ได้กลับบ้านจะเกิดความวุ่นวาย ?

ผมว่าคนที่ไม่ชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องแสดงอาการต่อต้าน แต่ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่รัก พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนไทย ไม่ได้ทำผิด เขาอิจฉา พ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่า ก็รู้ๆ กันอยู่ ผมไม่ได้บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนที่ดีที่สุดในโลก ไม่มีใครไม่เคยทำผิด แต่สิ่งที่ท่านทำไปแค่ไปทำให้คนที่มีผลประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้องเสียผลประโยชน์เท่านั้นเอง เช่น หวยใต้ดิน หรือแม้กระทั่งเรื่องยาเสพติด เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เอาจริงเอาจัง และก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะมาเป็นรัฐบาล ผมก็เป็นตำรวจ การปราบปรามยาเสพติดจับแล้วจับอีก ซ้ำซาก ผลประโยชน์เยอะ

แล้วข้อกล่าวหาที่ว่า "ทักษิณ" ทุจริตเชิงนโยบายล่ะ ?

คือทุกอย่างถ้าไม่มีนโยบายบริหารไม่ได้ อยู่ๆ ทำเลยก็ไม่ได้ หากไม่มีการนำไปปรับปรุงหรือแก้ไขกฎระเบียบบางอย่าง ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถไปจัดการกับคนบางกลุ่มที่มีอิทธิพล เพราะฉะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องแก้ไขตรงนี้ พอแก้ไขแล้วก็เลยทำให้คนเสียผลประโยชน์ เป็นรัฐบาลจะไปปฏิบัติเองได้อย่างไร ต้องมีการแก้ไขบางอย่างเพื่อนำไปสู่สังคมที่ดีขึ้น คนที่ไม่พอใจก็เลยเอานโยบายมาโจมตี ถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จนหรือรวยมาก่อนเป็นนายกฯ ท่านรวยเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน ก็ไปยึดของเขาหมด ถ้าผิดคำสาบานแล้วตาย คนที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ โกงคงต้องตายชักดิ้นชักงอ ถ้าคำสาบานศักดิ์สิทธิ์นะ และอย่างที่บอก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่คนที่ดีที่สุด

ไม่มี "ทักษิณ" ยังจะต่อสู้เพื่อเสื้อแดงอยู่หรือไม่ ?

"สู้ครับ" เพราะผมมาด้วยอุดมการณ์ รักประชาชน รักประชาธิปไตย รักประเทศชาติ อย่างที่พูดตั้งแต่แรก แต่ตอนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน เลยทำให้ผมรัก พ.ต.ท.ทักษิณ และก็รักนายกฯ ทุกคนที่เป็นคนดี มาจากประชาธิปไตย เมื่อรัฐบาลที่มาแล้วทำให้ประชาชนตายเป็นร้อย บาดเจ็บเป็นพัน คำว่าเสียใจสักคำก็ไม่มี แล้วจะให้ผมรักได้เหรอ ผมไม่รักหรอกครับคุณอภิสิทธิ์ ผมพูดตรงๆ ในทางการเมืองนะ
ส่วนตัวแล้วไม่ได้มีเรื่องอะไรที่จะไปโกรธท่าน แต่พูดถึงเรื่องประโยชน์ของประชาชน เรื่องบ้านเมือง ผมรับคุณอภิสิทธิ์ไม่ได้ คุณจะสั่งหรือไม่สั่งไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่คุณเป็นผู้นำประเทศ เมื่อเป็นประชาชนของคุณ คุณต้องดูแลและปกป้อง ต้องแสดงความเสียใจ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของฝ่ายใดก็ตาม อย่างน้อยก็ออกมาพูดบ้าง ไม่ได้มีใครบอกว่าคุณเป็นคนทำ ขอโทษก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แต่นี่คำว่าเสียใจจากปากผู้นำประเทศซักคำก็ไม่มี แถมมากล่าวให้ร้ายอีกต่างหาก

อยู่สมุทรสาครรู้จัก "รังสิมา" ซึ่งเป็น ส.ส. จังหวัดใกล้เคียง (สมุทรสงคราม) มาก่อนหรือไม่ ?

ผมเคยรู้จักคุณรังสิมามาก่อน แต่ไม่เคยคุยกัน เขาก็คงไม่รู้จักผมหรอก แต่ที่รู้จักเขาเพราะเคยไปช่วยราชการที่ จ.สมุทรสงคราม เขาเป็น ส.ส. ผมรู้จักเขาดี รู้จักความเป็นมาของเขา ถามว่าเป็นตำรวจอยู่ที่สมุทรสาครมา 20 ปี ทำไมไม่ลง ส.ส. ในเขตนั้น ผมคิดว่าผมอยากรับใช้บ้านเกิด รับใช้คนสุรินทร์มากกว่า เพราะที่นั่นยังด้อยโอกาส

การที่ไปพูดในสภาฯ และว่าคุณรังสิมา "ฉี่ฉุน" จ่าประสิทธิ์เสียเยอะเหมือนกันนะ ?

คนด่าไม่เป็นไร เพราะผมไม่ได้ไปใส่ร้ายคุณรังสิมา เพราะส่วนตัวก็เคารพซึ่งกันและกันดี แต่โดยหน้าที่ก็ทำไป เพราะการกระทำของคุณรังสิมาทำเกินหน้าที่ด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะท่าทาง กริยา และคำพูด เขาไม่ได้ว่าผม แต่ในภาพของคุณรังสิมาและพรรคประชาธิปัตย์ บางครั้งเล่นการเมืองมากเกินไป ไม่จบไม่สิ้น คุณรังสิมาเป็น ส.ส. มาหลายสมัยเขาน่าจะรู้กฎระเบียบดี แต่ไม่เคารพกฎ มากกว่านั้น ยังไม่ให้เกียรติประธานสภาฯ คือ เมื่อประท้วงทีไรด่าประธานสภาฯ ทุกครั้ง ด่าสารพัด ไล่ ปธ. สภาฯ บ้าง และบอกว่าเดี๋ยวดิฉันจะขึ้นไปนั่งเอง ซึ่งดูแล้วไม่ถูกต้อง วาจาเกินขอบเขต
แล้วการที่บอกว่าคุณรังสิมา "ฉี่ฉุน" นั้น ผมไม่ได้ก้าวร้าวและใส่ร้ายคุณรังสิมา ข้อเท็จจริงก็คือ ผมไปนั่งรับประทานอาหารข้างๆ ห้องประชุม และวันนั้นที่นั่งก็เต็ม ก็เลยได้ไปนั่งโต๊ะใกล้ห้องน้ำผู้หญิง ส.ส.หญิง หลายก็เดินเข้าห้องน้ำ แต่ช่วงจังหวะที่คุณรังสิมาเข้าห้องน้ำแล้วออกมา กลิ่นมันฉุนพร้อมกับตัวคุณรังสิมาที่เดินออกมา มันฉุนจริงๆ จนผมต้องหยิบจานข้าวไปนั่งที่อื่น นี่เป็นข้อเท็จจริง หลังจากนั้น ก็เลยเอาคำนี้มาว่าคุณรังสิมา แต่ "ฉี่ฉุน" ไม่ใช่คำที่ไม่สุภาพ เพราะฉี่ไม่มีกลิ่นหอมเลย ถามว่าถูกประธานสภาฯ เตือนหรือยังนั้น ยังไม่มี ในทางกลับกันท่านชมผมว่าผมกล้าพูด กล้าแสดงออก และการที่ใส่สูทแดงก็ไม่ได้ผิดระเบียบข้อบังคับด้วย ผมโทรมาถามท่านก่อนด้วยซ้ำ ท่านก็ไม่ได้บอกว่าผิด แต่ขอแค่สุภาพ
ส่วนกรณีที่คุณรังสิมากับกลุ่ม ส.ส.หญิง ที่ออกมาแถลงข่าวต่อว่าผมก็เป็นสิทธิของเขา แต่คุณรังสิมาต้องดูตัวเอง การจะกล่าวหาว่าผมไม่ให้เกียรติผู้หญิง คุณรังสิมาต้องดูตัวเองก่อน โดยเฉพาะบทบาทของคุณรังสิมาในสภาฯ การที่คุณพูดจาสองแง่สามง่ามกับนายกฯ หญิง คุณรังสิมาควรจะให้เกียรติผู้หญิงด้วยกัน มากกว่าที่ผู้ชายจะให้เกียรติ หรือทำไมผู้ชายต้องให้เกียรติฝ่ายเดียว ผมพูดแค่นี้
"ผมก็ไม่ได้ผิด และคำว่าฉี่ฉุนไม่ใช่คำที่ไม่สุภาพด้วย" จ่าประสิทธิ์ กล่าวอย่างตั้งใจและว่า ผมแปลกอยู่อย่างหนึ่ง คือผิดแล้วยอมรับผิด ต่อให้ก้มกราบก็กราบ แม้แต่วัวแต่ความก็ก้มกราบได้ แต่ถ้าไม่ผิด ขอโทษทีเถอะ ไม่ยอม

สูทแดงได้มาอย่างไร ?

ผมตั้งใจจะตัดตั้งนานแล้ว และตั้งใจว่าถ้าได้เป็น ส.ส. ก็ตั้งใจจะใส่สูทสีแดงเข้าสภาฯ ขณะเดียวกันก็มีคนใจดีตัดให้ และผมตัดเองอีกชุดหนึ่ง

ทำไมต้องแดงทุกชิ้น ? แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ

ผมแดงแน่นอน เพราะผมเป็นเหลือง เป็นสีน้ำเงิน หรือเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ผมบอกได้เลยว่าแดงล้านเปอร์เซ็นต์ จะบอกว่ายืนข้างแดง ฝักใฝ่แดงก็ถูก ผมไม่ได้เป็นกลาง แดงถูกก็คือถูก แดงผิดก็ต้องผิด

เชื่อหรือไม่ว่าการประชุม ส.ส. มีการกินเหล้า ?

ไม่มีนะ ไม่มี... ส.ส. กินเหล้าได้อย่างไร เวลาประชุมเอาเวลาที่ไหนไปกินกัน จะเห็นได้ว่าด้านหลังมีบริการอาหารว่าง และมีน้ำแดงอยู่ คำว่าน้ำแดงก็ต้องมีโซดา เพราะคนชอบกิน พอเห็นขวดโซดาก็เลยคิดว่ากินเหล้า ขณะเดียวกัน วันนั้นผมเป็นคนอยู่หลังรองนายกฯ เฉลิม ท่านไม่ได้เมาเหล้า ผมไม่ได้โกหก ผมรับรองได้ และวันนั้น รองนายกฯ เฉลิมก็ไม่พอใจที่มีคนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ด่าเรื่อยมา รองนายกฯ เฉลิมก็คงอดไม่ไหว

จากนี้ไปเสื้อแดงจะเป็นอย่างไร ?

เป็นข้อเท็จจริงก็คือ เสื้อแดงหลายกลุ่มก็ยังมีปัญหา แต่ส่วนใหญ่แล้วยังยึดโยงกันอยู่ เมื่อมีงานของกลุ่มคนเสื้อแดงยังมารวมตัวกันอยู่ แม้กระทั่งกลุ่มที่ขัดแย้งกัน ต้องยอมรับว่ามีบางคนพอมาอยู่ตรงนี้ ใช้ตำแหน่งของเสื้อแดงไปแสวงหาประโยชน์ใส่ตัวเอง ทำให้คนที่มีอุดมการณ์ตรงไปตรงมาไม่พอใจ เช่น บางคนได้เป็นประธานระดับอำเภอหรือจังหวัดแล้วไปแสวงหาประโยชน์
เช่นเดียวกับการเลือกตั้งนายกฯ อบจ. ที่มีความขัดแย้งกันนั้น อยากจะบอกว่า ไม่ว่าการเลือกตั้งทุกระดับชั้น หรือที่มีการแข่งขันกัน ล้วนแล้วสร้างความแตกแยกทั้งนั้น เลือกตั้งครั้งหนึ่งมีการแบ่งฝ่ายกันไม่ต่ำกว่า 2-3 ฝ่าย กว่าจะเข้ากันได้ต้องใช้เวลานาน บางคนก็เข้ากันไม่ได้ ต้องยอมรับ ทั้งที่เป็นแดงหรือเป็นกลุ่มเดียวกัน และจะเป็นทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ผมมองว่าการเลือกตั้งสร้างความขัดแย้งนะ แต่ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า
ถ้าถามผมว่าสมัยหน้าจะลง ส.ส. อยู่หรือไม่นั้น ก็คงแล้วแต่ประชาชนจะให้โอกาสผม หรือถ้าพรรคยังให้โอกาสผมเป็นตัวแทนผมก็จะลง