ทีมข่าว นปช.
9 พฤษภาคม 2555
วานนี้ (8 ก.ค.) ผมเข้าไปทัณฑสถานหญิงกลางและเรือนจำพิเศษกรุงเทพเพื่อเยี่ยมเยียมผู้ถูกคุมขังเสื้อแดงเหมือนอย่างที่ผมได้ทำมาก่อนหน้านี้ เวลานั้นเป็นเวลา 8.30 น. โดยกะว่าจะเข้าเยี่ยม ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล (ดา ตอปิโด) แต่เนื่องจากผมลืมหยิบบัตรประจำตัวประชาชนออกมาด้วย จึงต้องให้พี่นิดเข้าไปเยี่ยมแทนผม โดยผมเปลี่ยนมาเยี่ยม ทองสุข หลาสพ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพแทน (ทองสุข เพิ่งเข้าเรือนจำฯเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 55 จากข้อหา พรก.ฉุกเฉิน และครอบครองสิ่งเทียมอาวุธ ซึ่งศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา แถมยังไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวจึงต้องเข้ามาอยู่ในเรือนจำแห่งนี้กว่า 1 เดือนแล้ว)
หลังจากผมเยี่ยมเยียนทองสุขแล้วได้พบเพื่อนเสื้อแดงที่กำลังจะตีตั๋วเข้าเยี่ยม อ.สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ จึงพูดคุยกับเขา เพราะกะว่าจะเข้าเยี่ยม สมยศ พฤกษาเกษมสุข และ อ.สุรชัย พร้อมกัน
ระหว่างนั้นผมได้พบเพื่อนเสื้อแดงอีกคนหนึ่ง เธอกำลังจะเข้าไปเยี่ยม ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล (หนุ่ม) และ สุริยันต์ กกเปลือย (หมี) จึงถือโอกาสเข้าเยี่ยมทั้งสองพร้อมกันกับเธอ
ระหว่างเยี่ยมเยียนทั้งสอง มีผู้หญิงเสื้อแดงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องเยี่ยม เธอร้องไห้โฮพร้อมตะโกนเสียงดัง
"อากงตายแล้ว อากงตายแล้ว"
วินาทีนั้นผมช็อก อึ้ง พูดอะไรไม่ออกซักคำ ชาไปหมดทั้งตัว และทนไม่ได้จนต้องเดินออกมาจากห้องเยี่ยมท้้ังทียังเหลือเวลาเยี่ยมอีก
ผมเดินไปหา รสมาลิน ตั้งนพกุล (ป้าอุ๊) ภรรยาของ อำพล ตั้งนพกุล (อากง) ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ม้าหินหน้าล็อกเกอร์ (ผมในฐานะตัวแทน นปช. ที่ได้ประสานงานกับป้าอุ๊มาตลอด) วินาทีนั้นแม้เธอจะยังไม่ร้องไห้ออกมา แต่สีหน้าเธอหมองเศร้าอย่างเห็นได้ชัด
ผมคุกเข่าต่อหน้าเธอ และสวมกอดเธออย่างไม่ลังเล ผมพยายามให้กำลังใจเธอ หลายคนเข้ามาสวมกอดเธอ บางคนก็ร้องไห้ เธอก็ร้องไห้ไปด้วย
เธอบอกกับทุกคนว่า เธอกำลังจะไปเยี่ยมอากงตอนเช้า แต่พอไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่กลับบอกเธอว่า อากงเพิ่งเสียชีวิตไปเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่เธอจะมาถึง
เธอบอกว่า เวลานี้เธอช็อก เรี่ยวแรงแทบจะไม่มี พวกเราทุกคน (ประมาณเกือบ 10 คน) จึงตัดสินใจว่าจะเดินทางไปคารวะศพของอากงที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ที่อยู่ไม่ไกลจากเรือนจำแห่งนี้ เพื่อนเสื้อแดงที่ตีตั๋วเข้าเยี่ยมสมยศและ อ.สุรชัย ก็ตัดสินใจที่จะไปคารวะศพอากงเช่นเดียว โดยหวังว่าทั้งสองจะเข้าใจที่วันนี้ไม่สามารถเข้าพวกเขาเยี่ยมได้
ผมถามเธอว่าจะเอาศพอากงไปทำพิธีที่วัดไหน
"วัดด่านสำโรง จ.สมุทรปราการ ก่อนตายอากงสั่งเสียกับป้าว่า ถ้าแกตายให้เอาศพแกไปเผาที่นี่ เพราะหลานแกเรียนหนังสืออยู่ที่นี่ แกจะได้ดูแลหลาน"
พวกเราทั้งหมดเดินไปจนถึงทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้ม้าหินบริเวณด้านหน้าของโรงพยาบาลกำลังพูดคุยกับ อ.สุดา รังกุพันธ์ (อ.หวาน), เพื่อน อ.หวาน, คุณเมย์ (ทีมทนายความของอานนท์ นำภา) อยู่ เมื่อพวกเรามาถึง อ.หวาน สวมกอดป้าอุ๊ ร้องไห้เป็นเผาเต่าพอๆกับป้าอุ๊ เจ้าหน้าที่เล่าขั้นตอนการรับศพให้กับพวกเราทั้งหมดฟัง
"ศพของอากงจะต้องผ่านขั้นตอนการชันสูตรพลิกศพตามกฎหมาย วันนี้ยังรับศพไปไม่ได้ วันนี้ต้องส่งศพไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจก่อน"
พวกเราทั้งหมดเดินเข้าไปในอาคารด้านหน้าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หลานสาวคนหนึ่ง, นักข่าว (DNN) และคนเสื้อแดงบางส่วนรออยู่หน้าอาคารแห่งนี้
พวกเราทั้งหมดเดินขึ้นไปชั้น 2 ของอาคารด้านหน้าโรงพยาบาลเพื่อติดต่อกับประชาสัมพันธ์เพื่อขอเข้าคารวะศพอากง ระหว่างนั้น สรสิทธิ์ จงเจริญ ผอ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เดินทางมาถึง
นักข่าวสาวพยายามขอสัมภาษณ์สรสิทธิ์ ผมพยายามถามสาเหตุการเสียชีวิตของอากง สรสิทธิ์บอกว่า ไม่สามารถตอบได้ ต้องไปถามคุณหมอ
เจ้าหน้าที่บอกกับพวกเราว่า ต้องเขียนคำร้องขอเข้าเยี่ยมก่อน โดยจะอนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้เพียง 5 คนเท่านั้น และย้ำว่าพวกเราสามารถดูศพได้เท่านั้น ห้ามแตะต้องศพ เพราะอาจมีผลต่อการชันสูตรพลิกศพ
พวกเราตกลงกับป้าอุ๊ ป้าอุ๊ขอให้คุณเมย์, อ.หวาน และเพื่อนของ อ.หวาน เข้าไปกับป้าอุ๊ ป้าอุ๊ถามหลานสาว แต่หลานสาวปฏิเสธ ดังนั้นผมจึงขออาสาเข้าไปด้วย ซึ่งป้าอุ๊ก็ยินยอม
เจ้าหน้าที่พาพวกเราทั้ง 5 เดินเลาะออกประตูด้านข้างซึ่งเป็นลูกกรงหลายชั้น เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าประตูบอกห้ามเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด, กระเป๋าเงิน, กุญแจ เข้าไปภายในนั้น แต่อนุโลมนาฬิกาเข้าไปได้
พวกเราเดินเข้าไปภายใน ประตูด่านมีหลายบาน จนเข้าไปถึงตัวของโรงพยาบาลซึ่งอยู่ภายใน มองจากภายนอกมีหลายชั้น (น่าจะ 9 ชั้น) ชั้นล่างตกแต่งคล้ายกับโรงพยาบาลเอกชน ติดเครื่องปรับอากาศ
เจ้าหน้าที่พาพวกเราขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 5 ออกจากลิฟท์ก็พาพวกเราเดินลัดเลาะไปจนถึงห้องพักคนไข้ ชั้นนี้ต่างจากชั้นล่างโดยสิ้นเชิง ทุกห้องมีแต่ลูกกรง ไม่มีเครื่องปรับอากาศ มีพัดลมติดอยู่บนเพดานจำนวนมาก ห้องขนาดค่อนข้างใหญ่คลายกับเรือนจำพิเศษกรุงเทพที่พวกเขาเคยอยู่ แต่มีเตียงนอนคนไข้เรียงเป็นแถวคล้ายห้องอนาถาตามโรงพยาบาลรัฐสมัยก่อน
เจ้าหน้าที่พาเรามาถึงห้องที่อากงอยู่ เตียงของอากงเป็นเตียงแรกด้านซ้ายของห้อง (ประตูอยู่กลางห้อง โดยมีเตียงอยู่ 2 ด้านเรียงเป็นแถว) อยู่ติดลูกกรง
ในห้องมีคนไข้อยู่เป็นจำนวนมาก พวกเราเดินเข้าไปที่เตียงแรก มีม่านบังเตียงของอากงอยู่ ศพอากงถูกคลุมด้วยผ้าห่มสีเทาแบบเดียวกับผ้าห่มที่นักโทษใช้ในเรือนจำฯ
พวกเราหยูดอยู่ที่หน้าเตียงอากง ป้าอุ๊คุกเข่าลงกับพื้น ผมคุกเข่าลงกับพื้น ทุกคนคุกเข่าลงกับพื้นและยกมือไหว้ศพ
พวกเราลุกขึ้นมา เจ้าหน้าที่เปิดผ้าคลุมศพครึ่งตัว ไม่สวมเสื้อ ทำให้เห็นท้องของอากงอย่างชัดเจน ร่างกายผอมแห้ง แต่ท้องโตมาก ตัวไม่เหลือง เล็บไม่ดำ อากงเหมือนคนที่กำลังนอนหลับอยู่
ป้าอุ๊ร้องไห้คร่ำครวญหน้าศพอากง เธอยื่นมือมาปิดตาของอากงที่เหลือกอยู่เล็กน้อย
"หลับให้สบายนะ ป้าจะดูแลหลานเอง"
คำพูดนี้ทำให้คุณเมย์และ อ.หวาน ร้องไห้ คุณเมย์ร้องไห้เล็กน้อย แต่ อ.หวาน ร้องไห้หนักพอๆกับป้าอุ๊
ป้าอุ๊พูดคร่ำครวญอยู่พักหนึ่ง เอามือจับที่ตัวและหน้าของอากง ไม่มีใครห้าม แต่ก็ไม่มีใครกล้าจับศพอากง (เจ้าหน้าที่สั่งห้ามก่อนหน้านี้) อ.หวาน เข้าพูดต่อ คร่ำครวญไม่แพ้ป้าอุ๊ ผมเองก็รู้สึกเสียใจไม่แพ้พวกเขา เพียงแต่พูดไม่ออก ร้องไห้ไม่ออก
ผมกับเพื่อนของ อ.หวาน ช่วยกันเอาผ้าคลุมศพอากงอีกครั้ง ป้าอุ๊จับเท้า-ขาของศพอากงและคร่ำครวญต่อ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพาพวกเราทั้งหมดออกมาจากห้อง เพื่อไปรอคุยกับพยาบาล ระหว่างที่รอพยาบาลป้าอุ๊เล่าด้วยเสียงสั่นเครือให้ผมฟัง
"เมื่อวันที่ 5 ที่ผ่านมา (5 พ.ค. 55) เป็นวันครบรอบ 44 ปีของการแต่งงาน"
เมื่อพยาบาลมาถึง ผมไม่ลังเลที่จะถามสาเหตุการเสียชีวิตของอากง พยาบาลแจ้งว่า โรงพยาบาลรับตัวอากงเข้ามาเมื่อวันศุกร์ที่ 4 พ.ค. 55 เวลา 15.30 น. (ป้าอุ๊บอกว่า วันที่ 4 พ.ค. 55 เธอตีตั๋วเข้าเยี่ยมอากงก่อนเที่ยง แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า อากงถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลแล้ว เธอจึงอดเยี่ยม หลังจากนั้นก็ติดวันหยุดหลายวัน จนกระทั่งวานนี้เธอจะเข้าเยี่ยมอากงที่โรงพยาบาลแต่เจ้าหน้าที่บอกว่า อากงเสียชีวิตแล้ว)
"ช่วงหลายวันนี้ที่อยู่โรงพยาบาลอากงสามารถกินข้าว พูดคุยได้ตามปกติ เมื่อเช้ามีคนเห็นว่า อากงยังกินข้าวได้อยู่เลย พอ 9.10 น. ก็เสียชีวิต"
"เราได้ทำการเจาะเลือดของอากงเพื่อตรวจความเข้มของเกลือแร่ บลา บลา บลา"
สักพักคุณหมอเจ้าของไข้ นพ.กิตติบูลย์ เตชะพรอนันต์ เข้ามา พยาบาลแนะนำตัวเขาให้กับพวกเรารู้จัก พวกเราซักถามข้อสงสัยจากคุณหมอ เริ่มด้วยคุณเมย์ ตามด้วยผม ผมซักคุณหมอราวกับทนายความซักพยานกลางศาล
"เบื้องต้นทราบสาเหตุการตายของอากงหรือไม่"
"จากการตรวจสอบเบื้องต้นเราพบว่า อากงมีอาการท้องโตเนื่องมาจากตับโต และมีน้ำในท่้องจำนวนมาก"
"นั่นใช่สาเหตุการเสียชีวิตหรือไม่"
"ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะอากงอาจจะเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นได้ ก่อนหน้านี้อากงเป็นมะเร็งที่ช่องปาก เป็นไปได้ที่มะเร็งอาจลามมาถึงตับ"
"ช่วงที่อากงอยู่ที่นี่ เขาสามารถทานอาหารได้ตามปกติ แต่ก็มีบางครั้งที่อาเจียน" คุณหมอกล่าวต่อ
สักพัก พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์เดินทางมาถึง อ.หวาน ยกมือไหว้ ก่อนที่ พ.ต.อ.สุชาติ จะเดินเข้าไปคารวะศพอากง จึงทำให้การสนทนาต้องหยุดลงชั่วขณะ
"นอกจากการตรวจเลือด และการตรวจอื่นๆแล้ว มีการ X-Ray หรือไม่"
"อากงเข้ามาเรือนจำวันศุกร์ เวลา 15.30 น. เราจึงไม่สามารถส่งตัวแกไป X-Ray ได้ทัน ต้องรอวันหยุดหลายวันจนถึงวันนี้ แต่แกมาเสียชีวิตซะก่อน"
"คุณหมอคิดว่า อะไรเป็นสาเหตุให้อากงอาเจียน"
"เป็นไปได้ว่า น้ำในท้อง และตับที่โตไปบีบกระเพราะจนทำให้อาเจียนออกมา"
"คุณหมอคิดว่า อะไรคือสาเหตุการเสียชีวิตของอากงอย่างฉับพลัน"
"น้ำในช่องท้องอาจไปดึงน้ำในกระแสเลือดจนทำให้หัวใจขาดน้ำจนเสียชีวิตก็ได้"
หลังจากซักถามอย่างดุเดือด เจ้าหน้าที่บอกว่าให้พวกเราลงไปคุยกันต่อในห้องประชุมชั้น 3 พวกเราลงลิฟท์มาที่ห้องประชุมชั้น 3
ในห้องประชุมมีทั้งคุณหมอเจ้าของไข้, พยาบาล, อธิบดีกรมราชทัณฑ์, ผอ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และเจ้าหน้าที่อื่นอีก 2-3 คน ระหว่างนี้ อ.หวาน และเพื่อนที่มาด้วยกันขอตัวกลับก่อนเพื่อไปดำเนินกิจกรรมที่หน้าศาลอาญา
พ.ต.อ.สุชาติ บอกกับป้าอุ๊ว่า เธอสามารถแต่งตั้งคนอื่นเข้ามาร่วมเป็นกรรมการชันสูตรศพได้ อ.หวาน บอกว่า จะพาทนายมาดู ส่วนผมบอกว่าจะพาหมอมาตรวจ
"ผมเคยได้ยินว่า อากงเคยทำเรื่องขอออกจากเรือนจำไปหาหมอที่โรงพยาบาลข้างนอกหลายครั้งใช่ไหม"
"ก่อนหน้านี้เคยมีหนังสือขอส่งตัวอากงไป X-Ray ข้างนอกเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2554 และเราได้ส่งตัวไปทำ MRI เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2554 เพื่อตรวจมะเร็งช่องปากที่ รพ.ราชวิถี" พยาบาลตอบ
"ตอนเช้าเกิดอะไรหลังจากที่อากงทานข้าวแล้ว ทำไมถึงเสียชีวิตรวดเร็วขนาดนี้"
"ตอนเช้าหลังจากอากงทานข้าว อากงก็อาเจียนและสลบไป พยาบาล และเพื่อนนักโทษพยายามช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ทัน"
หลังจากการสนทนาเสร็จ ตอนนั้นเป็นเวลาเที่ยงกว่า พวกเราที่เหลือออกจากเรือนจำเพื่อกลับไปที่อาคารหน้าโรงพยาบาลอีกครั้ง นักข่าวจากสำนักข่าวต่างมารอเป็นจำนวนมาก อ.หวาน และเพื่อนของเธอกำลังให้สัมภาษณ์อยู่
ทันทีที่นักข่าวเห็นป้าอุ๊ ทุกคนพุ่งเข้าหาป้าอุ๊เพื่อขอสัมภาษณ์ ป้าอุ๊ที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันขอนั่งที่เก้าอี้ และให้สัมภาษณ์อย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนที่จะเลี่ยง
"วันนี้ป้ายังช๊อกอยู่ ป้ายังไม่อยากให้สัมภาษณ์อะไร"
สักพัก พ.ต.อ.สุชาติ ก็เดินออกมา นักข่าวกรูเข้าไปเพื่อสัมภาษณ์ พ.ต.อ.สุชาติ ให้สัมภาษณ์ว่าเบื้องต้น อากงน่าจะเสียชีวิตจากโรงมะเร็ง
ผมสังเกตุเห็นเพื่อนๆที่คุ้นเคยหลายคนมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นคุณปลา (ประชาไท), คุณประวิตร (The Nation), เจียม ทองมาก-อาทิตย์ ทรงเดช (นักโทษเสื้อแดง) , จ๋า ยิง ฮ, คุณเค-คุณเก๋ (ทีมมนายความ อานนท์ นำภา), พะเยาว์ อัคฮาด (แม่น้องเกด) และคนอื่นๆ
เกือบทุกคนเข้าสวมกอดป้าอุ๊ เกือบทุกคนร้องไห้ คนเสื้อแดงไม่ค่อยมีใครอยากถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอากงถึงตาย มีแต่นักข่าวสารพัดสำนักเท่านั้นที่พยายามถาม แต่ป้าอุ๊ตอบบ้าง ไม่ตอบบ้าง
หลานๆของอากงมารอป้าอุ๊อยู่เกือบ 10 คน (เกือบทั้งหมดอายุไม่ถึง 15 ปี) ทุกคนเข้าสวมกอดป้าอุ๊ ป้าอุ๊ร้องไห้
"ไม่ต้องห่วงนะ ป้าจะดูแลหลานๆเอง"
ผมถามป้าอุ๊ว่าอยากกินอะไรไหมผมจะซื้อให้ แต่ป๊าอุ๊ปฏิเสธ "วันนี้ป้ากินอะไรไม่ลง"
"งั้นป้ากินน้ำไหม แค่น้ำเอง เดี๋ยวผมจะไปซื้อให้" ผมพยายามคะยั้นคะยอ
คนเสื้อแดงได้ยินผม เธอบอกว่าผมไม่ต้องไปซื้อ เดี๋ยวเธอจะไปซื้อมาให้เอง สักพักเธอก็หิ้วถุงใบใหญ่พร้อมน้ำดื่มหลายแก้ว ป้าอุ๊ยอมรับน้ำ นี่เป็นครั้งแรกของวันนี้ที่มีอะไรตกถึงท้องของเธอ
ระหว่างรอเจ้าหน้าที่เพื่อมาตรวจชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น (ตรวจเฉพาะว่าศพมีร่องรอยการถูกทำร้ายหรือไม่ ส่วนการชันสูตรจริงต้องส่งสถาบันนิติเวชเท่านั้น) ซึ่งกินเวลายาวนานพอสมควร เจ้าหน้าที่ทยอยมาเรื่อยๆ ป้าอุ๊, ญาติสนิม และทนายความได้เข้าร่วมประชุมเจ้าหน้าที่บนชั้น 2 (ห้องประชาสัมพันธ์)
เจ้าหน้าที่บอกว่าอนุญาตให้เฉพาะญาติสนิท และทนายความเข้าเยี่ยมเท่านั้น ครั้งนี้ผมจึงหมดสิทธิ
คนที่อยู่ในอาคารต่างออกมารอที่หน้า "ประตูผี" ที่ใช้สำหรับส่งศพของนักโทษ ระหว่างนั้น นฤมล วรุณรุ่งโรจน์ (จ๋า ยิง ฮ) ตะโกนด่าด้วยความคับแค้นใจ ผมเดินเข้าหา และสวมกอดเธอ เธอตะโกนเสียงดังยิ่งกว่าเดิม และร้องไห้
"กูโดนจำคุกข้อหายิง ฮ ทหารจับกูพร้อมอาวุธร้ายแรง 25 รายการ ศาลตัดสินยกฟ้อง กูต้องติดคุกฟรีๆ 1 ปี 4 เดือน 2 วัน อากงทำอะไรผิด ทำไมต้องติดคุก แต่ฆาตกรทำผิด ทำไมไม่ต้องติดคุก บลา บลา บลา"
นักข่าวที่รออยู่หน้าประตูผีมองดูเธอ บางคนถ่ายรูปเธอ เธอร่ายยาวอีกหลายนาที เจียม ทองมาก ร่วมแจมด้วยเป็นบางครั้ง
หลังจากจ๋าระบายอารมณ์เสร็จ นักข่าวฝรั่งพยายามถามนักข่าวคนไทยว่า จ๋าเป็นใคร นักข่าวไทยส่ายหน้า ผมจึงเข้าไปตอบให้แทน
ผมบอกฝรั่งว่า เธอโดนข้อหายิง ฮ ทหารกล่าหาว่า เธอครอบครองอาวุธร้ายแรง แต่ศาลยกฟ้อง ฝรั่งถามผมต่อว่า เธอเกี่ยวข้องอะไรกับอากงไหม ผมตอบว่า "ไม่" ฝรั่งจึงเลิกสนใจ และไปยืนรออยู่หน้าประตูผีเพื่อรอถ่ายรูป
คุณปลา (ประชาไท) บอกกับผมว่า ป้าอุ๊จะกลับบ้าน ไม่อยากไปสถาบันนิติเวชแล้ว เธอล้าเต็มทน
เวลานั้นผมกำลังสับสน หน้าที่หนึ่งผมต้องไปสถาบันนิติเวช อีกหน้าที่หนึ่งต้องไปส่งป้าอุ๊ที่บ้าน ผมแยกร่างไม่ได้ พอดีเห็นคุณเมย์ (แดงอียู) จึงร้องขอให้เธอไปส่งป้าอุ๊แทนผม ซึ่งคุณเมย์ตกลง
ผมร้องขอให้คุณประวิตร (The Nation) ติดรถผมไปด้วย เพราะผมไปสถาบันนิติเวชไม่เป็น ซึ่งเขายินยอม
สุดท้ายร่างไร้วิญญาณของอากงก็ออกมาจากประตูผีด้วยรถปิคอัพของมูลนิธิปอเต็กตึ้ง และตรงไปสถาบันนิติเวช ผมขับรถตามไปที่สถาบันนิติเวช โดยโอนหน้าที่ส่งป้าอุ๊ไปที่บ้านให้กับคุณเมย์ (แดง อียู) ทำแทน
ผมขับรถไปตามคำแนะนำของคุณประวิตร จนถึงสถาบันนิติเวช ที่จอดรถหายากมาก แต่โชคดีที่เวลานั้นใกล้เลิกงานแล้ว จึงมีที่จอดเหลือบ้าง
ผมจอดรถที่ประตูฝั่งตรงข้ามโรงแรมเอราวัณ ถาม รปภ. ว่าสถาบันนิติเวชอยู่ เขาถามผมว่าผมจอดรถอยู่ไหน และชี้ทางว่าขับรถไปตามทาง โธ่ !!! น้องเอ๋ย กว่าพี่จะหาที่จอดได้เลือดตาแทบกระเด็นจะให้พี่ทิ้งที่จอดตรงนี้ ไปหาที่ไหน เลยบอก รปภ.ไปว่าเดี๋ยวผมเดินไปเอง
ระหว่างเดินเลาะตามทาง ผมโทรศัพท์หา นพ.สลักธรรม โตจิราการ (หมอหวาย) เขามารออยู่ที่สถาบันนิติเวชอยู่ก่อนแล้ว
ผมเดินเลาะมาถึงสถาบันนิติเวช นักข่าวกำลังถ่ายรูปศพอากงที่เพิ่งถูกส่งมาถึง ศพอากงมีผ้าปิดปาก ถูกหามขึ้นรถเข็น และเข็นเข้าไปในห้องเย็นเพื่อรอการชันสูตรพลิกศพวันรุ่งขึ้น คุณหมอหวายเดิมมาหาผมพอดี เขาซักถามผมถึงสาเหตุการเสียชีวิต
"เบื้องต้นคุณหมอที่โรงพยาบาลบอกว่า ตับของอากงโต มีน้ำในท้อง แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต"
ผมและหมอหวายเดินเข้าไปที่ประชาสัมพันธ์ของสถาบันนิติเวช เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องรอเจ้าหน้าที่อีกคนมาก่อน พวกเราจึงเดินมาหาเก้าอี้นั่ง และได้พบกับคุณเมย์ (ทีมทนายความของ อานนท์ นำภา) พร้อมเพื่อนของเธออีกครั้ง
คุณหมอหวายสนทนากับคุณเมย์ถึงการเสียชีวิตของอากง เบื้องต้นคุณเมย์บอกว่าจะคัดถ่าย OPD ผลการตรวจของอากงมาให้คุณหมอหวาย
"พรุ่งนี้ผมไม่ว่าง ไม่สามารถมาได้ ทาง นปช. อาจจะส่งคุณหมอท่านอื่นมาแทนผม" คุณหมอหวายบอกกับคุณเมย์
ระหว่างนั้นมีนักข่าวมาขอสัมภาษณ์ทั้งคุณหมอหวาย และคุณเมย์ หลังสัมภาษณ์เสร็จพวกเรายังสนทนาต่ออีกสักพัก ก่อนที่พวกเราทั้งหมดจะแยกย้ายกับบ้าน ระหว่างที่ผมขับรถกลับบ้าน คุณหมอหวายโทรศัพท์หาผม แจ้งว่า นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จะไปแทนเขา
สุดท้ายนี้ผมต้องขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของอากง ผมพูดไม่เก่ง ไม่มีโวหารสวยๆ ทั้งหมดที่ผมเขียนๆออกมาจากใจทั้งสิ้น
ขอบคุณครับ
