เมื่อให้สัมภาษณ์ค่ายเนชั่นอีกครั้งหนึ่ง



ทีมข่าว นปช.
9 พฤษภาคม 2555

จากข่าว: เสียงจาก'ธิดา'...'ทักษิณแค่เครื่องมือคนรากหญ้า'

ดิฉันมีประสบการณ์ที่แย่มาก ๆ กับการให้สัมภาษณ์นักข่าวค่ายเนชั่น ครั้งแรกเมื่อรับตำแหน่งรักษาการประธาน นปช. ใหม่ ๆ ครั้งนั้นคุณประวิทย์ขอนัดพบ ดิฉันก็ตอบโอเค ปรากฏว่ามีนักข่าวมามากกว่า 5 คน น่าจะ 7-8 คน มาจากทุกฉบับของค่ายเนชั่น
ประสบการณ์ที่แย่สุด ๆ คือ ฉบับสุดสัปดาห์ได้เอาคำถามของนักข่าวมาเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบดิฉัน คือ
คำถามจริงว่า อาจารย์ใจ อึ้งภากรณ์, คุณจักรภพ เพ็ญแข, คุณสุรชัย แซ่ด่าน, คุณอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง จะเป็นกลุ่มที่มีปัญหาในเรื่องที่มักมีคำพูดที่ทำให้คนเข้าใจไปในด้านที่อาจมีปัญหาต่าง ๆ เช่น เกี่ยวกับเรื่องหมิ่นหรือเรื่องอื่น ๆ ที่สังคมตั้งข้อสงสัย (ข้อความทำนองนี้) แล้วอาจารย์ธิดาคิดเห็นอย่างไร?
ดิฉันก็ตอบในแง่ที่ว่า คนพูดทุกคนต้องรับผิดชอบคำพูดของตน แต่ในการลงข่าวกลับเอาไปลงว่าดิฉันเอ่ยชื่อถึงคนทั้ง 4 ว่าเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องหมิ่นหรือเรื่องความรุนแรงนั้นและต้องแสดงความรับผิดชอบ
กลายเป็นว่าคำพูดโจมตี 4 คนที่เป็นคำถามของนักข่าว กลายมาเป็นคำพูดของดิฉัน เสมือนว่าดิฉันกล่าวประณามพวกเรา 4 คน แล้วตามว่าจะต้องรับผิดชอบคำพูดการกระทำ
นี่เป็นประสบการณ์ที่ต้องการเสี้ยมให้ชนกันเอง ให้แตกแยกกัน ซึ่งก็คงได้ผลระดับหนึ่ง ทำให้บางคนรวมทั้งพรรคพวกโกรธและหันมาโจมตีดิฉัน แน่นอนเราไม่ได้ปฏิเสธไปทางสื่อเพราะไร้ประโยชน์ เนื่องจากเขาก็ไม่ให้ความสนใจการขอแก้ข่าวเช่นนี้ ดิฉันเองก็ไม่ติดต่อขอแก้ข่าว เพราะด้านหนึ่งก็เบื่อและเซ็งสื่อมาก อีกด้านก็คิดว่าพวกเขาคงเข้าใจ ซึ่งดิฉันเองก็ควรพยายามชี้แจงให้สังคมรู้ แต่ด้วยตอนนั้นสื่อลงเรื่องราวมากจนตามแก้ไม่ไหว
แต่ดิฉันก็แจ้งไปทางค่ายเนชั่น และหลังจากนั้นก็ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ค่ายนี้อีก
มาเมื่อไม่กี่วันนี้ ค่ายเนชั่นได้ส่งเจ้าหน้าที่ข่าวมา 2 คน ขอสัมภาษณ์ออกรายการเป็นทีวีออนไลน์ ดิฉันก็ยอมให้สัมภาษณ์ แต่มาแปลกที่นักข่าว 2 คนนี้ดูไม่มีท่วงท่าแบบนักข่าวเลย น่าจะเป็นฝ่ายธุรการมากกว่า แต่ดิฉันก็ยอมให้สัมภาษณ์ เสียเวลานานมาก เพราะคำถามที่ถามนั้นเป็นคำถามที่ยังขาดความเข้าใจเรื่องนปช. แต่เมื่อดิฉันมาอ่านในกรุงเทพธุรกิจ ก็พบว่าคำถามหลายต่อหลายคำถาม ไม่ใช่คำถามเดียวกันกับที่ถามดิฉันตอนนั้น และก็ไม่ได้ดูเป็นคำถามแย่ ๆ กลับดูเป็นคำถามที่ดี แล้วคำตอบกลับไปอีกอย่าง ดู ไม่ตรงกับคำถาม
ดิฉันจึงสรุปได้ว่า การพาดหัว ตัดตอนคำพูดมาพาดหัว หวือหวา หวังเสี้ยมให้ดูแตกแยกยังดำรงอยู่ และแปรเปลี่ยนคำถาม ไม่ใช่คำถามเดียวกัน เช่นคำถามเกี่ยวกับสถาบัน !
น่าขำที่อ่านดูแล้วคำถามดูสมาร์ทดี ผิดกับบรรยากาศถามตอบจริงที่ดิฉันเหนื่อยมากในการตอบ เพราะต้องพยายามปรับให้ถามได้เรื่องได้ราว เพื่อจะได้ตอบได้เรื่องได้ราว
เอาล่ะค่ะ อย่างไรเสียก็มีคำตอบดี ๆ จำนวนมากมาให้ประชาชน แม้นว่าหลายคำตอบดูจะเป็นคนละเรื่องกับคำถาม และในคำตอบก็ถูกปรับจนอ่านบางตอนไม่รู้เรื่อง เพราะตัดมาต่อ ๆ กัน เนื่องจากบันทึกยาวมาก (ร่วม 2 ชั่วโมงครึ่ง) คนอ่านก็ได้ประโยชน์พอควร
คงต้องหาวิธีการใหม่ถ้าจะให้สัมภาษณ์เนชั่น เช่น จำกัดเวลา และให้มีคำถามชัดเจนก่อนลงมือสัมภาษณ์กระมัง ! แต่ตอนนี้ค่ายเนชั่นอย่าเพิ่งมาสัมภาษณ์ยาวๆนะ เพราะยังเข็ดอยู่