รำลึก 2 ปีการจากไป "เสธ.แดง" คึกคัก "ไม้หนึ่ง ก.กุนที" อ่านบทกวี "สุนัย" ชี้ไม่รู้คนยิงแต่รู้คนสั่ง

มติชน 13 พฤษภาคม 2555 >>>




เวลาประมาณ 18.30 น. ที่เวทีรำลึกการจากไปของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก บริเวณสวนลุมพินี นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ต่างประเทศ กล่าวปราศรัยบนเวที ว่าไปงานของเสื้อแดงทุกงาน จัดที่ไหนจะไปที่นั่น ต่อให้เป็นรัฐมนตรีก็ไม่เป็นอุปสรรคและไม่เป็นอุปสรรคในการไปงานศพอากง(นายอำพล หรือ อากงSMS)  วันนี้รำลึกครบ 2 ปี เสธ.แดงถูกยิงตาย และยังจับใครไม่ได้ จับได้แต่พวกของเสธ.แดง และไม่ได้ประกันตัวเยอะแยะ เคยพบนายทหารคนหนึ่ง บอกว่า สไนเปอร์ คนที่ยิงเสธ.แดง ท่ามกลางนักข่าว ได้ขนาดนั้น มีไม่กี่คน ฝีมือระดับ A+  แต่ป่านนี้จับไม่ได้
   "ถึงวันนี้ ใครยิง เราไม่รู้ แต่คนสั่งยิงเราพอรู้แล้ว กรุณา อย่าคาดคั้นให้ผมตอบ เพราะจะพูดแบบ พล.อ.สนธิ (บุญรัตกลิน) ว่า ตายไปก็บอกไม่ได้"
นายสุนัย กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ในร่องแผ่นดินไหวทางการเมือง และการตายของ เสธ.แดง ปี 2553 บอกได้เลยว่า แผ่นดินไหวแล้ว แต่กี่ริกเตอร์ต้องวัดเอา เพราะขนาดทหารยศนายพลถูกฆ่าตายยังไม่มีใครสนใจ จับคนยิงไม่ได้ แล้วชาวบ้านถูกยิงจะจับได้หรือเปล่า การตายอย่างนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะมีตั้งแต่ 14 ตุลา 2516, 6 ตุลา 2519, พฤษภา 2535, เมษา 2552 และ พฤษภา 2553 พอ เสธ.แดง ถูกยิง 13 พฤษภา 2553 วันที่ 19 พฤษภา 2553 ก็ตายอีก กระทั่งเจอคดีอากงอีก ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี ยังแสดงความไม่พอใจสิ่งที่เกิดขึ้น วันพุธที่ 16 พฤษภาคมจะเรียกประชุม กมธ.ต่างประเทศ คดีอากง เพราะยังมีผู้ถูกคุมขังที่ยังไม่ได้รับการประกันตัว อาทิ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข
นายสุนัย กล่าวว่า บ้านเมืองต้องเดินแล้ว หลังจากรัฐประหาร 2549 รู้หมดแล้วอะไรชั่ว อะไรดี รู้แน่ๆ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเป็นฝ่ายถูก คนยึดอำนาจเป็นฝ่ายผิด เห็นได้ว่าไม่มีใครกล้ารับเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ขนาด พล.อ.สนธิ ยังไม่กล้ารับ แสดงว่า การรัฐประหาร เป็นความเลวร้าย ส่วนทำไมจึงบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นฝ่ายถูก ก็เพราะเลือกตั้งมาชนะทั้ง 2 รอบ อย่างนี้ไม่เรียกมติมหาชนได้อย่างไร ถ้าไม่ปรองดองจะเดินหน้าอย่างไร ขณะที่คนที่เจ็บปวดและต้องไปทำหน้าที่ในสภาคือ น้องเดียร์ (น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ลูกสาว เสธ.แดง) เดินหน้าปรองดอง แต่ฝ่ายที่ไม่ได้เจ็บปวด กลับจะไม่ปรองดอง
หลังจากนั้น "ไม้หนึ่ง ก.กุนที" ได้ อ่านบทกวี บนเวทีรำรึกการจากไปของ เสธ.แดง มีใจความตอนหนึ่งว่า

"ขัตติยะ แปลว่าเขา คือนักรบ
ไม่สยบ จึงแสดงออกอาจหาญ
หลอมพลังต่อความหวัง ตั้งปราการ
ยืนหยัดมั่น ยืดคืนวันขวัญประชา
เป็นหนึ่งผู้บัญชาการทหารแดง
ขุนศึกแห่งประชาชน ของคนกล้า
ยุทธการหยัดเย้ยคมศาตรา
ในตำรา นอกตำรา รุกรับรบ
เป็นหนึ่งผู้บัญชาการทหารแกร่ง
เกียรติศักดิ์ สูงสุด ธงแดงห่มคลุมศพ
คงธาตุแท้ หลังสูญองคาพยพ
ดั่งขุนเขา ไร้คนกลบเกียรติภูมิ
ในปวงชนนั้นมีทุกสิ่งทุกอย่าง
ตั้งแต่ดิบ กระด้างถึงอ่อนนุ่ม
มีซื่อเซื่อง มีเปรื่องปราด หลากเหลี่ยมมุม
ผนังทองแดง กำแพงรุกเหล็กศิลา
ที่มีน้อย คือแม่ทัพทักษะสูง
ชักจูงใจคนออกศึก นำก้าวหน้า
ตั้งเข็มมุ่งโค่นล้มศักดินา
สถาปนา สถาบัน ประชาชน"

เวลา 19.00 น. มีการจุดเทียนสีแดงและ ร้องเพลงรำลึก ก่อนยืนนิ่งไว้อาลัย เสธ.แดง 1 นาที แล้วส่งต่อเทียนไปปักยังบริเวณที่ เสธ.แดง ถูกยิง
ด้าน น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล หรือ "เดียร์" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งมาร่วมพิธีรำลึกพร้อมกับ น.ส.กิตติยา สวัสดิผล บุตรีอีกคนหนึ่งของ เสธ.แดง กล่าวว่า ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา คิดถึงพ่อทุกวัน ความเสียใจไม่ได้ลดลง แต่เมื่อพ่อไม่อยู่แล้ว ก็ขอทำทุกวันให้ดี เพื่อให้พ่อรู้สึกว่า จากไปแล้วไม่เสียใจ
ในส่วนการปรองดองและคดีของพ่อต้องแยกออก การปรองดองต้องทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ซึ่งก็เป็นนโยบายของรัฐบาล แต่ความปรองดองนั้น ก็จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วย ในส่วนของญาติผู้เสียชีวิตอยากให้มีการสืบหาสาเหตุ เพราะเชื่อว่าญาติของผู้สูญเสียก็ต้องเสียใจและอยากรู้ว่าใครเป็นผู้กระทำ จึงอยากที่จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องค้นหาความจริงต่อไป  ส่วนคดีของพ่อ ตนในฐานะผู้สูญเสียต้องทำต่อไป เพื่อเอาตัวคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม อยากรู้ใครเป็นคนทำพ่อ
เมื่อถามว่า ช่วงที่ผ่านมา พอใจกับกระบวนการยุติธรรมในส่วนคดีของพ่อหรือไม่ น.ส. ขัตติยา กล่าวว่า เพิ่งพอใจในช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเท่านั้น โดยในช่วงรัฐบาลที่แล้ว ตนไม่พอใจ เนื่องจากผลสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ไม่มีความคืบหน้า แต่เมื่อรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเข้ามาบริหารประเทศ โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เข้ามาเร่งรัด คดีก็มีความคืบหน้าไปมากกว่าปีที่แล้ว
ทั้งนี้มีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้คดีความไม่คืบหน้า เช่น มีคนที่ได้รับผลประโยชน์จากความขัดแย้ง เห็นว่าถ้าหากผู้ที่เสวยสุขอยู่บนความทุกข์ของคนอื่นคิดได้ ก็ยังสามารถที่จะพูดคุยกันได้ แม้จะมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน ประเทศชาติก็สามารถเดินหน้าไปได้