ปลดล็อก "111" "ปรับ ครม." อีกครั้ง ของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"

มติชน 8 พฤษภาคม 2555 >>>




น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ใช่ นายกรัฐมนตรีคนแรกที่ใช้กลยุทธ์ "สงบนิ่ง" เข้าสยบเสียงเอะอะท้าตีท้าต่อยจากฝ่ายตรงข้าม
ในอดีต พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ตลอด 8 ปีของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากปี 2523-2531 มีน้อยกว่า ครั้งที่ พล.อ.เปรม จะโต้ตอบนักการเมืองฝ่าย ตรงข้าม ไม่ว่าจะวิพากษ์วิจารณ์ หยิบยกเรื่องราวแปลกพิสดารประการใดมานำเสนอ ก็ไม่อาจทำลาย "ตบะ" ของผู้นำแห่งบ้านสี่เสาได้
ฝ่ายค้านยุคนั้น ไม่ใช่ธรรมดา มีทั้งยัง เติร์กแห่งพรรคชาติไทย อย่าง นายปิยะณัฐ วัชราภรณ์, นายปองพล อดิเรกสาร ฯลฯ หรือกลุ่มที่เรียกว่า "ฝ่ายค้านร่วม" ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช แห่งพรรคประชากรไทย และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้า พรรคมวลชน ในยุคที่ "ท็อปฟอร์ม" เป็น ดาบ 1 ดาบ 2 เป็นรายการระดมถล่มแบบ "วันเวย์" จน เมื่อเกิดเหตุการณ์ เหล่าอีกาไล่จิกตี "นกเค้าแมว" ที่มีขนสีเทา ที่ลานหน้าโรงอาหาร ด้านหลังรัฐสภา ก็กลายเป็นข่าวที่มีนัยเทียบเคียงกับสภาพความจริงของการเมืองในขณะนั้น
ปฏิกิริยาจาก พล.อ.เปรม ต่อเสียงท้ารบ ยังคงไม่มีอะไรมากไปกว่ารอยยิ้มนุ่มๆ จากมุมปาก อย่างมาก ก็มีคำชี้แจงจาก นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี โฆษกรัฐบาล ในระยะหนึ่ง
หรืออีกระยะหนึ่ง จะมีคำโต้ตอบรสเผ็ดร้อนจาก น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เจ้าของฉายา "นายกฯน้อย" ในขณะนั้น
และตลอด 8 ปีของรัฐบาล พล.อ.เปรม ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว อย่างมากคือ "เกือบ" ได้อภิปราย เพราะมีการถอนชื่อจาก "ญัตติ" ในคืน ก่อนหน้านั้น
ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลังจากเป็นนายกรัฐมนตรีมา 8 เดือน ภาพรวมยังคงยึดถือแนวทางสงบนิ่ง ท่ามกลาง "คำถาม" และ "ข้อกล่าวหา" ที่เสกสรรค์มาอย่างพิสดาร ก่อนจะปล่อยผ่านโซเชียลมีเดียและสื่อในเครือข่าย
ไม่ว่าจะเป็น สั่งอาหารมื้อละเป็นแสนบาทมากินในทำเนียบ, ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์โดยไม่มีสิทธิ, ยืนบนแท่นรูปธงชาติไทย, เตรียมเสนอนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, ใช้โทรศัพท์มือถือขณะอยู่ในขบวน พระราชพิธีพระศพ, กรณี ว.5 โรงแรม โฟร์ซีซั่นส์, นั่งหลับในงานสำคัญ ฯลฯ
รวมไปถึงการไม่ตอบกระทู้ในสภาด้วยตนเอง แต่ใช้วิธีมอบหมายให้รองนายกฯและรัฐมนตรี ไปทำหน้าที่แทน ทำให้ต้องเจอข้อหา ไม่ให้ความสำคัญกับงานของสภา ส่งผลเสียหายอยู่บ้าง
แต่การตัดสินใจไม่เดินเข้าสู่เกมการเมืองของอีกฝ่าย ที่ตัวเองไม่ถนัด ก็เป็นเรื่อง เข้าใจได้ นับเป็นยุทธวิธีที่สร้างปัญหา ให้อีกฝ่าย อยู่ไม่น้อย
และท่ามกลางประเด็นร้อน คือการปรับปรุงคณะรัฐมนตรี เพื่อต้อนรับการปลดล็อก "บ้านเลขที่ 111" มีสัญญาณว่า การปรับครั้งนี้จะนำไปสู่ความขัดแย้งภายใน ตามธรรมชาติของพรรค การเมือง
เพราะจะมีทั้งคนสมหวัง ผิดหวัง และไม่พอใจที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง เป็นแนวโน้มที่ท้าทายฝีมือการบริหารจัดการ
แม้สัญญาณแรกๆ ของข่าวปรับ ครม. จะข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากแดนไกล แต่เสียงเตือนจาก นายนพดล ปัทมะ โฆษกประจำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่อาจมองข้าม โดยส่งเสียงปรามถึงคนที่ใส่รองเท้าจ๊อกกิ้งบินไปวิ่งเต้นฝุ่นตลบเพื่อขอตำแหน่ง ว่า "กัปตันตัวจริง" ในการปรับ ครม. เที่ยวนี้ คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์
เบื้องหน้าข่าวปรับ ครม. ท่าทีจาก น.ส. ยิ่งลักษณ์ ไม่ถึงกับปิดปากเงียบ และไม่ถึงกับชี้แจงเป็นต่อยหอย เพียงแต่ระบุว่า ขอให้ความสำคัญกับเรื่องสินค้าราคาแพงก่อน ปรับ ครม. ไว้วันหลัง
เรียกว่าไม่ปฏิเสธ แต่จัดลำดับความสำคัญให้ปัญหาปากท้องก่อน
น่าสนใจว่า เมื่อได้เวลา "กัปตันตัวจริง" ออกโรงและลงมือปรับ ครม. "ปู 3" ตามสไตล์ เงียบ-เงียบ
จะสยบฝุ่นควันได้เฉียบขนาดไหน