
“อภิสิทธิ์” เตือนนิรโทษกรรมพาชาติสู่ความเสี่ยง จี้ “พระปกเกล้า” รักษาจุดยืน ขอผู่้บริหารสถาบันแสดงจุดยืนชัดเจน …
เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวถึงความเป็นห่วงในการเร่งรัดแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้ง ว่า คงไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้าน หรือพรรคประชาธิปัตย์ หรือตนที่ห่วงใย จะเห็นได้ว่า สถาบันพระปกเกล้า หรือคณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ เวลาจัดทำรายงานก็ยอมรับอยู่แล้วว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แนวความคิดที่จะไปออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน เพราะนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ได้ เพราะฉะนั้น คนที่เป็นรัฐบาลจะต้องฟังเสียงตรงนี้ ตระหนักถึงความเสี่ยงที่นำพาประเทศไทยเข้าไป ทั้งที่ความเป็นจริงสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ควรจะไปดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของประชนมากกว่า เพราะฉะนั้น ความห่วงใยตรงนี้เราก็จะทำหน้าที่สะท้อนต่อไป แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ความห่วงใยจากฝ่ายค้านฝ่ายเดียว แต่เป็นความห่วงใยของสังคมในภาพรวม
เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นกรรมการในสถาบันพระปกเกล้า คิดว่าท่าทีของสถาบันฯ ในวันนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทางสถาบันฯ ก็ต้องดำเนินการตามแถลงการณ์ที่ออกไปแล้วคือ ไม่อนุญาตให้มีการนำรายงานไปทำซ้ำดัดแปลง และคิดว่าทางสถาบันฯ ควรที่จะย้ำถึงจุดยืนของตัวเอง ว่าสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ควรที่จะไปสร้างความปรองดองอย่างไร และไม่ควรที่จะมีการดำเนินการในทางที่จะทำให้เกิดสงคราม หรือความขัดแย้งขึ้น เมื่อถามว่าหลังจากที่สภามีมติไป ท่าทีของสถาบันพระปกเกล้าจะนิ่งเฉยเช่นนี้หรืออย่างไร โดยเฉพาะตัวเลขาธิการสถาบันฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ท่านเองก็ควรที่จะออกมาย้ำจุดยืน เพราะเป็นจุดยืนที่มีการหารือกับกรรมการสภาฯ ไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้ทำโดยลำพังอยู่แล้ว
เมื่อถามอีกว่าถ้าสถาบันพระปกเกล้าไม่ได้ทำอะไรเลย จนกระทั่ง นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย เดินหน้าในเรื่องนี้จนมีผลผ่าน ครม.ออกมาจะกระทบต่อสถาบันอย่างไรหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรรมการสภาฯ คงไม่ยอม เมื่อมีการแสดงจุดยืนออกมาหลังจากที่มีการหารือกับกรรมการสภาฯ ซึ่งก็ถือเป็นผู้บริหารของสถาบันอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่าหมายถึงว่า จำเป็นต้องมีการประชุมกรรมการสถาบันฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปกติเราก็มีการประชุมกันทุกเดือนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ตนไม่ทราบว่าทางรัฐบาลจะไปดำเนินการเรื่องนี้เมื่อไร แต่ก็เชื่อว่าอย่างน้อยที่สุดต้นเดือน พ.ค. ก็ต้องมีการประชุม แต่ก่อนหน้านั้น ตนก็คาดหวังที่จะเห็นผู้บริหารของสถาบันได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนอีกครั้ง
