
วุฒิสภา จี้ "ยิ่งลักษณ์" ต้องแสดงตัวเป็นเจ้าภาพปรองดอง บี้สถาบันพระปกเกล้าฯ ถอนรายงาน เกรงสังคมยิ่งแตกแยกหนัก ชี้ผิดหลักวิชาเพราะทำรายงานเพียง 90 วัน สัมภาษณ์คนแค่ 47 คน
วันที่ 2 เม.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา ได้หารือว่าการสร้างความปรองดองต้องเริ่มที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นผู้นำในการปรองดอง ด้วยการแสดงออก กระทำและต้องนำในเรื่องนโยบาย สิ่งสำคัญที่น่ากลัวและต้องนำไปสู่การกำหนดนโยบาย คือ ห่วงประเด็นความขัดแย้งระหว่างบุคคลที่กำลังเกิดในบ้านเมือง ซึ่งจะเหมือนกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มบุคคลกลายเป็นการสะสมกองกำลังของตนเองขึ้นมา มีการตั้งค่ายฝึก รอวันที่จะนำกลุ่มบุคคลเหล่านั้นมาปะทะกันเรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และรัฐบาลทราบดีว่าอยู่จังหวัดอะไร หากปล่อยให้ลุกมาต่อสู้กันนายกฯ ตน และประธานสภา ก็จะไม่มีแผ่นดินอยู่ ท่านไม่ต้องไปพูดถึงความปรองดองอย่างอื่น เอาเรื่องไอ้คนที่มีกำลังตั้งค่าย มีกองกำลังเป็นของตนเองก่อน
กรณีศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นตัวอย่าง เมื่อรัฐไม่เป็นรัฐ อำนาจไม่มีอำนาจ เมื่อความเกรงกลัวกฎหมายที่ไม่สามารถบังคับใช้ได้ จะเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่รัฐบาล ฝ่ายความมั่นคงต้องกลับไปทบทวนว่า ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มบุคคลที่มีกองกำลังเป็นของตนเอง มันยิ่งใหญ่มากกว่าความปรองดองที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออก พ.ร.บ.ปรองดอง ซึ่งไม่สามารถปรองดองได้
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลเตรียมขยายเวลาการปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญนิติบัญญัติโดยอ้างว่ามีกฎหมายค้างการพิจารณาหลายเรื่อง แต่มีข่าวว่ารัฐบาลอาจช่วงชิงออกร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง หรือร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ส่วนจะเป็นจริงหรือไม่ตนไม่ทราบ หากประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องจริง แม้ว่ารัฐบาลจะชนะด้วยเสียงข้างมาก แต่กังวลว่าจะสร้างความขัดแย้งในสังคม จนเป็นปัญหาบานปลาย ส่งผลให้การทำงานของรัฐบาลสะดุด กระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองสร้างปัญหาและถอยหลังลงคลองอย่างน่าเสียดาย เป็นการทำให้รัฐบาลและประชาชนเสียโอกาสในการเดินหน้าพาประเทศไปสู่ความสงบร่มเย็น ขณะนี้บ้านเมืองกำลังไปได้ด้วยดี เพลาๆ หยุดๆ กันเสียบ้างได้หรือไม่ ทั้งคนในและคนอยู่ต่างประเทศให้ประเทศหยุดหายใจไปบ้างสักระยะหนึ่ง หยุดการเคลื่อนไหว หยุดให้รัฐบาลเขาได้ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อประชาชนกันก่อนได้ไหมถามจริงๆ จะรีบเท่กันไปถึงไหน ตามที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา เตือนว่า คนต่างประเทศไม่ต้องรีบนักหรอก เดี๋ยวคนไทยก็ลืม เดี๋ยวคนไทยก็ให้อภัย พวกลูกหาบลูกน้องไม่ต้องเร่งเครื่องนัก เพราะอาจทำให้นายพังไปก่อน
นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง ส.ว.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้ สาธารณชนกำลังรอรับฟังท่าทีและความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องปรองดองจากนายกฯ ท่านน่าจะเป็นเจ้าภาพใหญ่ในการสร้างความปรองดอง แต่จนบัดนี้ยังไม่แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนเลย คิดว่าน่าจะแสดงท่าทีเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง สภาเป็นสถานที่เหมาะสมที่สุดในการแสวงหาแนวทางนั้น นายกฯ เคยประกาศในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าการสร้างความปรองดองเป็นนโยบายเร่งด่วน ฉะนั้น คงไม่ถูกต้องหากจะผลักเป็นเรื่องของคนอื่นท่านต้องรีบทำเพื่อให้ ประชาชนรับทราบว่ามีแนวคิดอย่างไรที่สร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ
นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การที่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณารายงานผลวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าในวันที่ 4 เม.ย. แต่ผลสำรวจความเห็นหลายสำนัก ออกมาตรงกันว่า ไม่เชื่อว่ารายงานฉบับนี้จะนำไปสู่ความปรองดองได้ แต่จะนำไปสู่ความแตกแยกมากกว่า จึงขอวิงวอนไปยังสภาและกรรมการสถาบันพระปกเกล้าที่จะประชุมกันในวันที่ 3 เม.ย. ขอให้ทบทวนและถอนเรื่องนี้ออกไป เพราะรายงานเพียง 90 วัน สัมภาษณ์คนแค่ 47 คน ไม่ใช่การสำรวจคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และไม่ใช่หลักวิชาการที่ครบถ้วน ยังมีข้อบกพร่องอยู่ ต้องไปดำเนินการทั้งประเทศ และใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี
