ดินไหวป่วนรัฐสภาเลื่อนถก 'แก้ รธน.'

คมชัดลึก 11 เมษายน 2555 >>>




รัฐสภาป่วนเหตุแผ่นดินไหว สั่งปิดประชุมแก้ รธน. กลางคัน-นัดถกใหม่ 18 เม.ย. "วิปสามฝ่าย" เห็นชอบโหวตวาระสาม 8 พ.ค. นี้

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 11 เมษายน การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ.... ในวาระ 2 หลังจากกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ โดยการประชุมในวันนี้เป็นวันที่สองของการเปิดประชุม และได้พิจารณาต่อในมาตรา 4 เรื่องการเพิ่มหมวด 16 เพื่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา 291/1 ถึงมาตรา 291/17 ของรัฐธรรมนูญ โดยก่อนเข้าเนื้อหารายมาตรา ส.ส.ประชาธิปัตย์ ได้ขอหารือในที่ประชุมต่อประเด็นการลำดับคิวการแปรญัตติ เนื่องจากในมาตรา 4 มีรายชื่อของผู้ที่สงวนคำแปรญัตติไม่ถูกระบุไว้ในเอกสารรายงานการประชุม
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะกรรมาธิการ อภิปรายว่า ขณะนี้ได้มีข้อเสนอต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมถึงทราบว่ามีหนังสือจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับประเด็นการจัดการเลือกตั้ง และหน่วยงานดังกล่าวได้ส่งหนังสือมายังนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาแล้ว อยากให้แจกเอกสารดังกล่าวต่อสมาชิกรัฐสภา เพื่อให้ได้อ่านและเกิดความเข้าใจที่ตรงกัน
พล.อ.ธีรเดช ระบุว่า ประเด็นเอกสารจะแจ้งให้ประธานรัฐสภาดำเนินการ ส่วนกรณีการจัดคิวแปรญัตติวินิจฉัยว่า ประเด็นนี้บุคคลที่ถึงคิวอภิปรายแล้วไม่อยู่ในห้องประชุมจะให้ผ่านไปและไม่ย้อนกลับ เพื่อไม่ให้เสียจังหวะ แต่จะเปิดโอกาสผู้แปรญัตติมาอภิปรายในช่วงท้ายก่อนการลงมติ ทั้งนี้มองว่ากรณียึดข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งอย่างชัดเจน ไม่ใช่วิธีการปฏิบัติสำหรับบุคคลที่มีคุณวุฒิ มีศักยภาพ ขอไปกันแบบสบายๆ เพื่อให้งานเดิน
อย่างไรก็ตาม ส.ส.ประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม. นายนิพนธ์ บุญญามนี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง แสดงความไม่พอใจต่อรายงานของคณะกรรมาธิการ เนื่องจากมีการเสนอให้ปรับแก้ในมาตรา 4 โดยขอให้เปลี่ยนจากมาตรา 291/1-291/17 เป็น 291/1-291/14 แต่ในรายงานยังไม่มีการแก้ไข
นายธนา กล่าวว่า รายงานของคณะกรรมาธิการที่ผิดพลาดตกหล่น และยืนยันที่จะไม่ถอน นี่จะเป็นประเด็นที่ทำให้การทำรัฐธรรมนูญมีปัญหาว่าขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ การที่กรรมาธิการยังดึงดันรายงานเรื่องนี้แสดงว่าไม่ได้แก้ไข นี่คือความเร่งรีบ และเร่งร้อน ใช้เวลาหลังแปรญัตติไม่ถึง 6 ชั่วโมง และมาเรียนต่อประธานรัฐสภา เพียงแต่กรรมาธิการถอยออก และเรียกประชุมกรรมาธิการมาตรวจใหม่ คิดว่าใช้เวลาไม่เกิน 1 วัน ก็จะได้รายงานที่สมบูรณ์
   "การแปรญัตติเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภาทุกคน ท่านไม่มีสิทธิ์ไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น เพราะนี่คือเอกสิทธิ์ที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่ท่านมาชี้แจงเช่นนี้ ถูกต้อง แต่คำแปรญัตติเป็นอย่างไรต้องใส่อย่างนั้น ผมพร้อมจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย" นายธนา กล่าว
ขณะที่นายนิพนธ์กล่าวว่า รายงานฉบับนี้ไม่ถูกต้อง ในส่วนที่ตนเสนอให้มีการแก้ไขก็ยังไม่มีการปรับแก้ ไม่อยากใช้คำว่ารายงานโจร แต่นี่เอากันซึ่งหน้าเลย ตนไม่สามารถอภิปรายในเอกสารที่เป็นเท็จได้
ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ชี้แจงว่า ในมาตรา 291/6, 291/7 และ 291/16 มาตราที่ตัดออก แล้วถ้าชนะโหวต ลำดับเลขก็จะปรับขึ้นเป็น 291/1-291/14 หากที่ประชุมเห็นชอบ ตัวเลขที่เสนอคำแปรมาก็จะปรับอัตโนมัติ ขอยืนยันว่า ไม่ใช่รายงานเถื่อน รายงานโจร เราทำทุกอย่างอย่างชอบธรรม ทั้งนี้ ได้ไปตรวจสอบรายละเอียดแล้ว ขอแก้ไขจากที่แปรจากมาตรา 4 เป็นมาตรา 3 และ 291/1-291/17 เปลี่ยนเป็น 291/1-291/14 แล้ว
ทั้งนี้ ส.ส.ประชาธิปัตย์ อาทิ นายวิรัช ร่มเย็น นายเจือ ราชสีห์ ส.ส.สงขลา นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรัง ได้เสนอประธานสั่งพักการประชุม เพื่อให้คณะกรรมาธิการไปดำเนินการตรวจสอบข้อมูลใหม่ ทำให้ พล.อ.ธีรเดช วินิจฉัยว่า เมื่อกรรมาธิการชี้แจงแล้ว และยืนยันแล้ว คิดว่าอย่าพูดซ้ำซากเลย และขอดำเนินการต่อ ขอให้ดำเนินการอภิปรายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมรัฐสภาได้ใช้เวลาถกเถียงในประเด็นดังกล่าวกว่า 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นได้เข้าสู่การอภิปรายในเนื้อหาในมาตรา 4
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 12.30 น. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้สลับขึ้นทำหน้าที่ประธานที่ประชุม และกล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า ไม่ขัดข้องเรื่องขยายเวลาการประชุมร่วมรัฐสภา ทั้งนี้ขอให้วิปทั้ง 3 ฝ่ายไปหารือเรื่องจำนวนวันให้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือให้สมาชิกรัฐสภา สร้างบรรยากาศที่ดี ที่ปรองดองระหว่างการประชุมด้วย ส่วนประเด็นการขอพักการประชุมนั้น เห็นด้วยที่จะให้พักการประชุม 30 นาที เพื่อให้กรรมาธิการไปแก้ไขในคำแปรญัตติของสมาชิก และกำหนดกรอบของการอภิปรายในวันประชุมรัฐสภาวันที่สองนี้
ทั้งนี้ ประธานรัฐสภาได้สั่งพักการประชุมเป็นเวลา 30 นาที เมื่อเวลา 12.45 น.

หยุดถกกลางคันหลังเกิดแผ่นดินไหว

หลังจากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา สั่งพักการประชุมเป็นเวลา 30 นาที เมื่อเวลา 13.30 น. การประชุมร่วมรัฐสภาเริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่สามารถเข้าเนื้อหาได้อีก เนื่องจากมีผู้ประท้วง เนื่องจากยังไม่ได้ข้อสรุปผลการหารือของวิปทั้ง 3 ฝ่าย ทำให้นายสมศักดิ์สั่งพักการประชุมอีกครั้ง เป็นเวลา 20 นาที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดประชุมหลังจากการสั่งพักครั้งที่ 2 ได้เริ่มขึ้น นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า คำแปรญัตติที่มีความผิดพลาดได้แก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้การประชุมได้เดินหน้าอภิปรายในมาตรา 4 ว่าด้วยให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด 16 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา 291/1 ถึงมาตรา 291/17 ของรัฐธรรมนูญ ต่อไป
ทั้งนี้ ระหว่างการอภิปรายมีข่าวแจ้งว่า เกิดแผ่นดินไหวความแรง 8.9 ริกเตอร์ ที่บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย นายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกอภิปรายเพื่อแจ้งข่าวว่ามีเหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้น โดยในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ จ.ภูเก็ต ได้แจ้งเตือนภัยสึนามิแล้ว ขอให้ทางรัฐสภาประสานไปยังรัฐบาลเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่นเดียวกับนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ขณะนี้มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ประชาชนแตกตื่นอย่างมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้คล้ายกับเหตุการณ์ที่จะเกิดภัยสึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 แผ่นดินไหวแรง 9 ริกเตอร์ แต่วันนี้ไหวแรง 8.9 ริกเตอร์ ซึ่งใกล้เคียงเหตุการณ์ที่ผ่านมา จึงอยากให้สั่งพักการประชุมเพื่อติดต่อประสานงาน ช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ
นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แจ้งว่า จะประสานและตรวจสอบอีกครั้ง และได้ประสานนายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทราบว่า ขณะนี้คณะรัฐบาลกำลังประชุม คาดว่าอีก 10 นาที จะทราบว่าต้องดำเนินมาตรการอย่างไร ทั้งนี้ระยะเวลาแจ้งเตือนภัยจะใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที แต่รัฐบาลจะไม่รอนานขนาดนั้น หากมีข้อหารือและได้ข้อสรุปอย่างไรจะแจ้งให้ประชาชนทราบ
อย่างไรก็ตาม ส.ส.ประชาธิปัตย์ อาทิ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้หารือที่ประชุมขอให้เลื่อนการประชุมร่วมรัฐสภาไปเป็นสัปดาห์หน้า
นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ชี้แจงผลการประชุมวิป 3 ฝ่ายในเรื่องกรอบระยะเวลาการอภิปราย ว่า วิปเห็นด้วยที่จะขยายเวลาการอภิปรายในวาระ 2 ออกไปอีกเป็นวันที่ 18-19 เมษายนนี้ และลงมติวาระ 3 ในวันที่ 8 พฤษภาคม ส่วนการประชุมวันนี้จะไม่เกินเวลา 21.00 น. แต่เนื่องจากมีการสถานการณ์สึนามิในฝั่งอันดามันอาจจะปิดเร็วขึ้น แล้วไปชดเชยในวันหลัง แต่ก็ขึ้นกับดุลพินิจของประธานว่าจะตัดสินใจอย่างไร
หลังจากนั้นนายสมศักดิ์ได้ขอความเห็นจาก ส.ส. และ ส.ว. ในพื้นที่จำนวนหลายคน ขณะที่ นพ.สุรวิทย์รายงานว่า มีการประสานงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 6 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ทราบว่า ขณะนี้บางพื้นที่ใน 6 จังหวัดได้สั่งอพยพประชาชนแล้ว แม้จะไม่มีเหตุการณ์สึนามิเกิดขึ้น แต่ต้องมีการเตรียมพร้อมไว้ก่อน
เมื่อเวลา 16.39 น. นายสมศักดิ์ระบุว่า บรรยากาศคงไม่เหมาะกับการประชุม ขอปิดการประชุม
นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แจ้งว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจากเดิมที่กำหนดให้มีการประชุมสภาในวันที่ 12 เมษายน เวลา 10.00 น.ไปแล้ว โดยได้กำหนดให้มีการประชุมในวันที่ 18 เมษายน เวลา 09.30 น. แทน