มหากาพย์แก้ รธน. กลเร่งเสียงข้างมาก สู่เกมเร้าเสียงนอกสภา

มติชน 12 เมษายน 2555 >>>




ถึงนาทีนี้ หลายฝ่ายเชื่อว่า บทสรุปในการไล่-รื้อ "รัฐธรรมนูญปี 2550" จะเป็นไปตามกลไกที่ "รัฐบาลพรรคเพื่อไทย (พท.)" วางไว้แต่ต้น
ทันทีที่รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" แถลงนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการในขวบปีแรก หรือภายในสิงหาคม 2555
โดยข้อ 16 ระบุว่า "เร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมือง ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ฉบับใหม่ โดยให้ประชาชนเห็นชอบด้วยการออกเสียงประชามติ"
จากนั้นรัฐบาลก็เร่งเครื่อง-เปิดเกมเขียน "กติกาใหม่ของประเทศ" ด้วยการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เพื่อปูทางสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
25 กุมภาพันธ์ ที่ประชุมรัฐสภามีมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยคะแนน 399 เสียง ต่อ 199 และงดออกเสียง 14 เสียง
อันนำไปสู่การจัดตั้ง "คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ... พ.ศ....." มี "สามารถ แก้วมีชัย" ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) นั่งหัวโต๊ะ
กมธ.ทั้ง 45 ชีวิต ประกอบด้วย ส.ส.พท. 19 คน พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 11 คน พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 2 คน พรรคพลังชล (พช.) พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พรรคชาติพัฒนา (ชพ.) พรรคละ 1 คน ส.ว.สายเลือกตั้ง 7 คน และ ส.ว.สรรหา 3 คน
พลันที่ กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฯ เริ่มเดินเครื่อง "แรงต้าน?แรงป่วน" ก็เริ่มขึ้นเกือบพร้อมกันทั้งในและนอกสภา เพราะหลายฝ่ายไม่เชื่อว่ารายการนี้ไม่มี "วาระซ่อนเร้น" เพื่อ "ใครบางคน?"
อย่าได้แปลกใจหาก ปชป.จะประกาศ "ปฏิญญาหาดใหญ่" 8 ข้อในการสัมมนาสาขาพรรคภาคใต้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โดยสาระสำคัญ อาทิ ห้ามแตะต้องหมวดสถาบัน ห้ามล้างบางองค์กรอิสระ
ทว่าหลักใหญ่ใจความอยู่ที่ ห้ามนิรโทษกรรมเพื่อช่วยให้ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นผิด
นี่คือ "ยุทธศาสตร์" ที่ "เสียงข้างน้อย" จงใจปลุก "เสียงนอกสภา" แต่เนิ่นๆ เพื่อเตรียมไว้ใช้ต่อกรกับ "เสียงข้างมาก" ในสภา
เพราะต่อให้ลงมติกันกี่ครั้ง โหวตกันอีกกี่ร้อยหน ก็ไม่มีทางที่ 159 เสียงของ ปชป. จะชนะ "พรรค 265 เสียง" หรือคว่ำธง "รัฐบาล 300 เสียง" ได้กลางสภา
สิ่งที่ ปชป.ทำได้คือการหยิบยกวาทกรรม "เสียงข้างมากลากไป" มาโจมตี พท. ทั้งใน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ หรือในรัฐสภา เพื่อสร้างความรู้สึกว่า "เกมในสภา" ไม่ชอบธรรม-ไม่เป็นธรรม
แต่แล้ว "ความวุ่นวาย" ก็เกิดขึ้น เมื่อ "สามารถ" สะดุดขาตัวเอง จากการที่ กมธ.ซีก พท. อยู่ไม่ครบองค์ประชุม เป็นเหตุให้การลงมติเพื่อยืนยัน "ที่มา ส.ส.ร." ตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ ครม. ในมาตรา 291/1 เป็นอันตกไป ด้วยคะแนนเสียงข้างน้อยที่บังเอิญมีมากกว่า
เรื่องดังกล่าวนำมาซึ่งความไม่พอใจของ กมธ.ซีก พท. ต่อการทำหน้าที่ของ "สามารถ" ที่ไม่รู้จัก "สอดส่อง" องค์ประชุมให้ครบเสียก่อน ทำให้ "เสียท่า" แก่ กมธ.ซีก ปชป.
ถึงขนาดมีเสียงเล็ดลอดออกมาจากฟากฝั่ง พท. ว่า "สามารถ" เองก็เบลอๆ และยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ก่อนแก้เกมกลับแบบกำปั้นทุบดินในวันรุ่งขึ้น ด้วยการสั่ง "โหวตใหม่" เพื่อ "พลิกมติเก่า"
แม้ ปชป.จะเอาคืนด้วยการ "วอล์กเอาต์" พร้อมตราหน้า พท. ว่าเป็นพวก "ประชาธิปไตยแบบป่าเถื่อน"
แต่มิอาจสร้างการระคายเคืองให้แก่พลพรรค พท. การเร่งเครื่องแก้รัฐธรรมนูญยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นการเชิญ "ผู้เสนอคำแปรญัตติ" ทั้ง 172 คน เข้าชี้แจงต่อ กมธ.แบบรวบรัดเสร็จใน 3 วัน
การนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 2 แบบด่วนจี๋ ระหว่างวันที่ 10-11 เมษายน ก่อนชี้ชะตาอีกครั้งในการพิจารณาวาระ 3 ในวันที่ 26 หรือ 27 เมษายน
ถึง "มติสุดท้าย" จะยังไม่ออกมา แต่ทำนายได้ว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากรัฐสภาอย่างท่วมท้นเช่นวาระ 1 และ 2
เชื่อได้ว่าหลังจากนี้ "รัฐธรรมนูญ" จะยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ต้องจับตามอง
ในยกแรก พท.อาจใช้ "กลเสียงข้างมากเร่งเกมในสภา" จนเสร็จกระบวนการ ขณะที่ ปชป.ทำได้แค่ปั่นป่วน-เปิดเกมรุกเสียงนอกสภาให้ออกมาเป็นแนวต้าน
แต่มาถึงยก 2 ทั้ง "2 พรรคใหญ่" ต่างต้องเปิดเกมเร้ามวลชนนอกสภา-ช่วงชิงฐานคะแนนในแต่ละพื้นที่ให้ได้มากที่สุด
โดยมีธงผืนเดียวกันอยู่ที่การ "ล็อกโหวต" ส.ส.ร. 99 คนให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้เข้าไปกำหนด-ผลักดันรัฐธรรมนูญให้ไปตามเป้าประสงค์ของตัวเองในการต่อสู้ยกที่ 3!!!