
“นายกฯ ทักษิณ ฝากของขวัญ 3 อย่าง เตรียมไว้แจกพี่น้อง ทั้งที่ไปประเทศลาวและกัมพูชา
1. หน้ากากยาง ซึ่งสวมได้ทั้งหัว เป็นรูปของท่าน ท่านนายกฯ ทักษิณ พูดว่า พบทักษิณพาทักษิณกลับบ้านได้ทุกคน แบบที่พี่ขวัญชัยบอกว่าจะพาท่านนายกฯ ทักษิณ กลับมาได้อย่างไร นี่กลับมาได้แล้ว ทำไว้ 2 หมื่นอัน หน้ากากยางสวมหัวเล่นสงกรานต์ได้ ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว หรือข้ามชายแดนไทย-กัมพูชาเข้ามา จะมี ทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับบ้าน 2 หมื่นคน
2. ทำเสื้อยืดโปโลสีแดงปักรูปนายกฯ ทักษิณ 3 หมื่นตัว และ
3. พัดรูปนายกฯ ทักษิณและครอบครัวอีก 1 แสนชิ้น จะแจกให้พี่น้องครบทั้งสองส่วน ที่ไปทั้งลาวและกัมพูชา”
กับคำพูดของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แน่นอนว่าถูกตีความจากฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล และ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า มีเป้าหมายเพื่อต้องการปั่นกระแสคนเสื้อแดงหรือ นปช. ให้เดินทางไปรวมตัวกันให้มีจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อเป็นการแสดงพลังมวลชนให้ฝ่ายตรงข้ามได้เห็น ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าฉากหน้า คือต้องการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นนายใหญ่พรรคเพื่อไทยกลับสู่บ้านเกิดให้ได้
ขณะเดียวกัน เบื้องหลังก็ต้องการกระตุกขวัญฝ่ายตรงข้ามให้ต้องคิดให้หนัก หากจะคิดใช้วิธีล้มอำนาจ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ด้วยปลายกระบอกปืน เนื่องจากรัฐบาลใช้ยุทธวิธีนำมวลชนมาเป็นกำแพงพิงหลัง อีกด้านก็ยังเป็นการขู่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มสยามสามัคคี กลุ่มเสื้อหลากสี กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ฯลฯ ต้องกลับมาชั่งใจให้ดีหากคิดชุมนุมใหญ่ต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ผ่านพ้นไป ตามที่มีการคาดการณ์กันไว้ ทั้งหมดถือเป็นยุทธศาสตร์ของนายใหญ่กับพรรคเพื่อไทยที่กำหนดขึ้น เข้าตำราเป็นการ "ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว" (หลายตัว)
ไม่นับรวมการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเร่งเข้าเกียร์เดินเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ชนิดภาษาชาวบ้านเรียกว่า ไม่มีเกียร์ถอยหลัง และถ้าสังเกตให้ดี ก็ต้องยอมรับว่ามีความผิดปกติอยู่ไม่น้อย เพราะเหตุใดพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของคนในตระกูลชินวัตร ถึงมาเร่งในช่วงจังหวะนี้ เกี่ยวข้องกับกรณีต้องให้ทันก่อนสิ้น เดือน พ.ค. ที่นักการเมืองบ้านเลขที่ 111 ที่ถือว่าเป็นตัวจริงเสียงจริง ได้ปลดโซ่ตรวนพันธนาการห้ามยุ่งการเมือง 5 ปี อย่างที่มีหลายฝ่ายออกมาดักคอก่อนหน้านี้หรือไม่
จริงอยู่ไม่ว่ารัฐบาลจะเร่งกระบวนการออกกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือจะเร่งพิจารณาข้อเสนอปรองดองของสถาบันพระปกเกล้าเพียงใด ขณะนี้เองก็คงออกไม่ทันก่อนสิ้นเดือน พ.ค.อย่างแน่นอน แต่หากกระบวนการนี้เดินหน้าไปได้โดยสะดวก จนเห็นได้ว่าไม่น่าเป็นปัญหากับรัฐบาลและเงื่อนไขการกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว แต้มต่อ และการเดินเกมการเมืองของรัฐบาลและนายใหญ่ ซึ่งจนถึงขณะนี้คนในประเทศก็ทราบกันดีว่า สนับสนุนและอยู่ข้างหลังรัฐบาล ก็จะรับมือง่ายมากขึ้น กับกรณีการต่อรองตำแหน่งทางการเมือง ผลประโยชน์หรือเกิดการตีรวนกับบรรดามุ้งในพรรคเพื่อไทยเอง และนอกพรรคอย่างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะอย่างไรเสียก็เห็นชัดและเชื่อได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะสามารถกลับมาประเทศไทยได้แบบเท่ๆ ตามที่นายใหญ่ระบุ
ส่วนด้านพรรคฝ่ายค้านอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ก็ออกมากล่าวดักทาง ภายหลังบินด่วนลงไปเยี่ยมเยียนประชาชนที่ประสบเหตุคาร์บอมบ์ที่หาดใหญ่ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บกว่า 400 คน ว่า รู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลเอาใจใส่ และตั้งหลักนโยบายในการแก้ไขปัญหาไฟใต้ให้ดี
"ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยเอาใจใส่กับเรื่องปากท้องของประชาชน รวมถึงสถานการณ์ในภาคใต้ที่เกิดขึ้นมากกว่าการหมกมุ่นที่จะเดินทางไปร่วมงานเทศกาลสงกรานต์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศลาวและกัมพูชา"
หลังเทศกาลปีใหม่ไทยที่มีเอกลักษณ์พิเศษ คือ การสาดน้ำดับร้อนผ่านพ้นไป อุณหภูมิการเมืองในประเทศไทย ส่อเค้า! มีแต่จะร้อนแรงมากขึ้นไปตามลำดับ จนดูท่าว่าน้ำก็จะเอาไม่อยู่ ซึ่งคงต้องจับตาให้ดีว่าการเมืองจากนี้จะวุ่นวายเพียงใด ถึงขั้นนองเลือดเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้น และยังตามหลอกหลอนประชาชนคนไทยอีกหรือไม่ ? อีกไม่นานเกินรอก็คงจะได้รู้...
