"ทักษิณ ชินวัตร" กระชับซีนสงกรานต์

มติชน 15 เมษายน 2555 >>>




สงกรานต์ที่เป็นวันหยุดยาว ส่วนใหญ่นักการเมืองจะสโลว์ดาวน์ปล่อยให้เรื่องราวของความเคลื่อนไหวเป็นงานบุญ หรือรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่
ให้ภาพข่าวที่เสนอตามสื่อต่างๆ เป็นเรื่องของงานประเพณี
และทั้งนี้ทั้งนั้น ช่วงวันหยุดที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความรื่นเริงเช่นนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ไม่อยากจะสนใจความเป็นไปของข่าวสารบ้านเมือง
แต่ปีนี้จะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะมีวาระพิเศษที่เหมือนตั้งใจจะให้ "การเมืองร้อนฉ่า" ขึ้นมาในช่วงสงกรานต์
"ทักษิณ ชินวัตร" เดินสายเลียบชายแดนไทย จัดอีเวนต์ใหญ่ให้ "เสื้อแดง" ไปรดน้ำดำหัว เทศกาลเดียวถึง 2 ประเทศ คือ ลาวและเขมร ใครอยู่ใกล้ฝั่งไหน ไปกัน
มีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า และกำหนดนัดหลายอย่างแน่นอนเผยแพร่ออกมาให้รับรู้ พร้อมกับภายในประเทศมีขบวนการจัดตั้งเป็น "ทัวร์รดน้ำดำหัวทักษิณ" ขึ้นมาอย่างคึกคัก เป็นเรื่องเป็นราว เอางานเอาการ
ไฮไลต์ใหญ่จะอยู่ที่ช่วงเดินทางกลับ "เสื้อแดง" จะได้รับแจก "หน้ากากรูปทักษิณ" ให้ทุกคนใส่เพื่อเดินทางเข้าประเทศ
เพื่อตอกย้ำให้รับรู้ว่า "พวกเขาต้องการให้ทักษิณกลับประเทศ"
ด้วยวิธีการแค่นี้ภาพข่าวในช่วงสงกรานต์ คงจะกลายเป็นภาพหน้าทักษิณนับพันนับหมื่นเคลื่อนขบวนเข้าประเทศไทย เรื่องราวแปลกประหลาดแบบนี้ ไม่เพียงแต่สื่อไทยที่จะต้องบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์
"เกมหน้ากาก" นี้ สื่อต่างประเทศคงให้ความสนใจไม่น้อย
น่าจะมีการสร้างความรับรู้ไปทั่วโลกว่า "ประชาชนไทยต้องการให้ทักษิณกลับประเทศ"
และนั่นหมายถึง การเมืองไทยไม่มีวันก้าวข้าม บุรุษที่ชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" ไปได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ ย่อมคาดเดาได้ว่า "ความยุ่งยากในการคลี่คลายวิกฤตอันเกิดจากความแตกแยกของคนในชาติ ดูท่าเป็นไปได้ยาก"
แม้ทุกคนจะรู้อยู่เต็มอกว่าประเทศไทยไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ หากคนในชาติ "ปรองดอง" กันไม่สำเร็จ
และรู้ว่า หากคิดจะ "ปรองดอง" จะต้องไม่เอา "ทักษิณ ชินวัตร" เข้ามาเป็นปัจจัยในการคิด ทำในวิธีที่ควรทำโดยไม่ต้องสนใจว่า "ทักษิณ" จะ "ขึ้นสวรรค์" หรือ "ลงนรก"
มองผ่านแบบเห็น "ทักษิณ" ก็แค่คนคนหนึ่ง
แม้รู้ว่าทางออกควรจะเป็นเช่นนั้น แต่การปฏิบัติสู่ทางออกดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้
หากย้อนไปทบทวนการพิจารณาข้อเสนอของ "คณะกรรมการศึกษาแนวทางเพื่อความปรองดองแห่งชาติ" ที่เพิ่งผ่านไปของสภาผู้แทนราษฎร จะพบว่าการอภิปรายทั้งของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ยังวนเวียนอยู่กับชะตากรรมของ "พ.ต.ท.ทักษิณ"
ฝ่ายค้านต้องการอีกแบบ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการอีกอย่าง ซึ่งมองไม่เห็นทางจะลงตัวกันได้
ดูเหมือนว่า "ทักษิณ ชินวัตร" จะประเมินไว้แล้วว่า แค่การเคลื่อนไหวในสภา ไม่ทำให้อนาคตของเขามีความหวัง
การเคลื่อนพลังมวลชนเชิงสัญลักษณ์จึงถูกจัดทำเป็นอีเวนต์ใหญ่ให้รับรู้ไปทั้งโลกเพื่อกดดันจึงเกิดขึ้น
โดยใช้สงกรานต์เป็นเครื่องมือ "กระชับกระแส" ให้พลโลกมาสนใจความเป็นไปของการเมืองไทย
และเป็นไปได้ "หน้ากากทักษิณ" จะเป็นนวัตกรรมใหม่ทางการเมือง
ประเทศไทยอาจจะมีคนใส่หน้ากากทักษิณเดินอยู่เกลื่อน ในวาระต่างๆ
จนกว่าตัวจริงจะได้กลับมา