ย้อนรอยผู้นำเวิลด์ ไวด์ ก่อน "ทักษิณ" ประชิดไทย

มติชน 11 เมษายน 2555 >>>




นับจากเหตุรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี มีโอกาสกลับมาเหยียบแผ่นดินแม่เพียง 1 ครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2551
ได้ใช้ชีวิตในประเทศไทยนานกว่า 5 เดือน ก่อนเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
การเดินทางออกนอกประเทศของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" คราวนั้น ถือเป็นครั้งสุดท้ายที่ "คนไทย" ได้เห็น "นายกฯ คนที่ 23" แบบตัว "เป็น-เป็น"
เพราะตั้งแต่นั้น "พ.ต.ท.ทักษิณ" กลายเป็น "ชายพเนจร" เต็มตัว หลังถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 2 ปี ในคดีทุจริตซื้อที่ดินรัชดา
ส่งผลต่อสถานะทางการทูตของเขาที่ต้องเปลี่ยนไป
โดยเฉพาะทางการอังกฤษได้ยกเลิกหนังสือผ่านเข้า-ออกประเทศ (วีซ่า) ของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" และ "คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์" อดีตภริยา ทำให้ครอบครัว "ชินวัตร" ต้องระหกระเหินเร่ร่อนออกจากเมืองผู้ดีที่ใช้หลบภัยมานานกว่า 2 ปี
จากนั้นแผนการเดินทางของครอบครัว "ชินวัตร" ก็ถูกปิดมิดชิด ทว่ากลับมีบางคน-บางส่วนเห็น "ผู้นำต้องมลทิน" เดินทางไปทั่วทุกมุมโลก โผล่ประเทศนั้นทีประเทศนี้ที
ไม่ว่าจะเป็นประเทศในแถบยุโรปที่ต้องใช้ "เชงเก้น วีซ่า" ซึ่งสามารถเดินทางได้ 15 ประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ไม่ว่าจะเป็น เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน สวีเดน เนเธอร์แลนด์ กรีซ ลักเซมเบิร์ก ไอซ์แลนด์
หรือประเทศในเอเชีย อย่างจีน บูรไน
ไม่เว้นหมู่เกาะเล็กๆ และประเทศในแถบแอฟริกา เช่น เบอร์มิวดา บาฮามาส สาธารณรัฐแชด และประเทศโตโก ที่มีข่าวว่าทาบทามให้ "พ.ต.ท.ทักษิณ" เป็น "กุนซือเศรษฐกิจ"
อย่างไรก็ดี "นพดล ปัทมะ" ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่า "นาย" ถือพาสปอร์ตของประเทศ "มอนเตเนโกร" เพียงเล่มเดียวในการเดินทาง
แม้ "เวทีไทย" จะไม่มีที่ให้ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ยืน แต่เขาก็ใช้ "เวทีโลกเสมือนจริง" สื่อสารกลับมายังคนที่บ้านเกิดตลอด ทั้งโพสต์รูป ส่งข้อความผ่านทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก กระทั่งวิดีโอลิงก์มาพูดคุยกับบรรดาแฟนคลับ
จนกลายเป็นประเด็นร้อนในเมืองไทยในต่างกรรมต่างวาระ
30 มีนาคม 2552 "พ.ต.ท.ทักษิณ" วิดีโอลิงก์ พูดคุยกับมวลชนคนเสื้อแดงที่ชุมนุมกันอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่รัฐบาล "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ว่า "วันนี้พี่น้องไม่ต้องห่วงผม หลายคนเป็นห่วง ไม่ต้องห่วงผมเอาตัวรอด แต่ผมห่วงพี่น้องครับ ผมบอกพี่น้องได้เลยนะครับ ถ้าเมื่อไรเสียงปืนแตก ทหารยิงประชาชน ผมจะเข้าไปนำพี่น้องเดินเข้ากรุงเทพฯทันที ผมจะไม่ยอมอีกแล้ว"
24 กุมภาพันธ์ 2553 "พ.ต.ท.ทักษิณ" ทวีตข้อความผ่าน Twitter ว่า "หลักมีว่า don′t ask for mercy from your enemy (อย่าขอความเมตตาจากศัตรู) ครับผมเพียงหาทางลงให้ทุกฝ่ายเพื่อบ้านเมืองจะได้สงบ แต่ถ้าเขาไม่สน the show must go on (ทุกอย่างต้องดำเนินต่อไป) ผมไม่ท้อแน่นอน และก็โทษผมไม่ได้ด้วย เพราะผมได้เสนอทางออกที่ดีให้บ้านเมืองแล้ว ball in their court (จะเอาอย่างไรขึ้นอยู่กับฝ่ายเขา) ครับไม่รับก็ช่วยไม่ได้"
1 มีนาคม 2553 "พ.ต.ท.ทักษิณ" กล่าวระหว่างวิดีโอลิงก์ผ่านรายการ "ทอล์ก อะราวด์ เดอะเวิร์ล" ว่า "ผมยิ่งโดน ยิ่งสู้ ฉะนั้นก็ขอให้คิดให้ดีว่าจะเอาผมต่อไหวไหม แต่ให้รู้เลยว่าถ้าโดนรังแกแบบนี้ แผ่นดินไม่กลบหน้าไม่เลิกสู้"
นอกจาก "ส่งเสียง" มาเป็นระยะๆ แล้ว บางคราวเมื่อ "ผู้นำเวิร์ลไวด์" เคลื่อนตัวเข้าศูนย์อำนาจที่ไม่ไกลจากประเทศไทย อย่าง ฮ่องกง สิงคโปร์ กัมพูชา อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว และมาเลเซีย เขามักเปิดโอกาสให้ "ลูกหาบพรรคเพื่อไทย-พลพรรคคนเสื้อแดง" เดินทางไปเยี่ยมเยียน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ตลอดจนล็อบบี้ตำแหน่งแห่งหนทางการเมือง
ในการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554 "นายใหญ่" ใช้ "ดูไบ" สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นทั้ง "ห้องรับแขก-วอร์รูมการเมือง-เวทีประกาศชัยชนะ-ห้องแถลงข่าว"
ในการปรับ ครม. "ยิ่งลักษณ์ 2" เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2554 "นายใหญ่" เปิดเกาะฮ่องกงเป็นสถานที่ "ไกล่เกลี่ย" โควตารัฐมนตรีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยตบเท้า "ทวงถาม" เก้าอี้กันให้วุ่น
รวมถึงการเคลียร์ปัญหา "เกาเหลา" ระหว่าง รมว.และ รมช. ในกระทรวงคมนาคม ที่ในครานั้น "พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก" รมช.คมนาคม ยื่นคำขาดให้ "นายใหญ่" เลือกระหว่าง "พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต" รมว.คมนาคม เพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 เพียงคนเดียว หรือคนเสื้อแดงทั้งหมด
ล่าสุดในเทศกาลสงกรานต์ "เจ้าพ่ออีเวนต์" เลือกเดินทางประชิดชายแดนไทย ในประเทศกัมพูชาและลาว เพื่อให้มวลชนคนเสื้อแดงเข้ารดน้ำดำหัวตามประเพณีไทย
โดยงานที่จะจัด ถือเป็น "งานช้าง" ของทั้ง 2 ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกัมพูชา ที่ถือเป็น "มหามิตร" ของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ได้เตรียมสถานที่ "รับรอง" อย่างเต็มที่
ไฮไลต์นอกจากจะอยู่ที่บรรยากาศการสาดน้ำอย่าง "ม่วนซื่น" แบบ "แดง-แดง" แล้ว
ที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งคือสาดน้ำลายของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" บนเวทีปราศรัยที่เสียมราฐว่าจะมีนัยยะอย่างไร !!!