
ท่ามกลางกระแสปรองดองที่กำลังร้อนแรงขึ้นทุกระยะ
ในส่วนของรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ กลับติดลมบน ลอยตัวเหนือความขัดแย้งดังกล่าวแบบสบายๆ
นายกฯยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ไว้ 2-3 ครั้งถึงกระแสปรองดองที่หลายฝ่ายยังมีความเห็นไม่ตรงกันอยู่ในขณะนี้ว่า
เป็นเรื่องของกลไกรัฐสภาซึ่งมีตัวแทนทั้งจาก ส.ว. ส.ส. ทุกพรรคจะร่วมกันหาทางออกตามครรลองประชาธิปไตย ได้ผลอย่างไรรัฐบาล พร้อมทำตาม แต่รัฐบาลจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการสร้างความปรองดอง
เหตุที่นายกฯยิ่งลักษณ์กล่าวย้ำจุดยืนที่ดูเหมือน ? ลอยตัว ? เหนือปัญหาอยู่บ่อยๆ ก็เพราะมีบางพรรคการเมือง นักวิชาการบางคนและสื่อบางแห่ง พยายามขยายผลแนวทางปรองดองว่า
เป็นความต้องการของซีกรัฐบาลที่จะช่วยเหลือคนคนเดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ได้รับการนิรโทษกรรมและได้ทรัพย์สินหลายหมื่นล้านที่ถูกยึดไปกลับคืนมา
ซึ่งเป็นจุดที่รัฐบาลชุดนี้โดนโจมตีง่ายที่สุด
ทำให้นายกฯยิ่งลักษณ์ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับประเด็นใดก็ตามที่มีชื่อของพี่ชายตนเองเข้าไปเกี่ยวข้อง
บางครั้งเหมือนบังเอิญ แต่ก็มีอยู่บ้างที่ดูเหมือนเป็นการจงใจเลี่ยงปัญหาความวุ่นวายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
อย่างเช่นประเด็นการออก พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เมื่อปลายปี 2554 ที่ในตอนแรกมีชื่อทักษิณเข้าไปเกี่ยวข้อง
ระหว่างนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางไปตรวจงานต่างจังหวัด แล้วกลับมาประชุม ครม. ไม่ทันการพิจารณาเรื่องดังกล่าว
แม้ในที่สุดจะเป็นแค่เรื่องของการ ? โยนหินถามทาง ? แต่ก็เกิดเสียงวิจารณ์ตามมาว่า นายกฯ จงใจที่จะกลับมาไม่ทันการประชุม ครม. ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร
แต่บางครั้งก็เลี่ยงไม่พ้น เช่น การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเดินทางกลับไทยภายในปีนี้
ทำให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปขยายผลโจมตี จนนายกฯ ต้องรีบตัดบทว่า ยังไม่มีเรื่องดังกล่าว
กระทั่งช่วงเดือน มี.ค. กระแสปรองดองกลับมาร้อนแรงอีกหน
เมื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญปรองดองของสภาผู้แทนฯ ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธาน เสนอรายงานผลศึกษาวิจัยปรองดองของสถาบันพระปกเกล้าต่อสภา
ตามด้วยการที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เรียกประชุมรัฐสภาทันทีวันที่ 27 มี.ค. โดยอ้างว่าที่รีบเร่ง เพราะการสร้างความปรองดองเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน
ซึ่งบรรยากาศการประชุมวันนั้นเต็มไปด้วยความปั่นป่วนวุ่นวาย พล.อ.สนธิ ถูก ส.ส.ประชาธิปัตย์ ยืนล้อมด่ากลางห้องประชุม กล่าวหารายงานของคณะกรรมาธิการ เป็นรายงานเถื่อน
อย่างไรก็ตามช่วงรอยต่อที่การปรองดอง กลายเป็นการ ? ปรองเดือด ?
น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ระหว่างติดภารกิจร่วมประชุม สุดยอดผู้นำด้านความมั่นคงนิวเคลียร์ ที่กรุงโซล เกาหลีใต้ เดินทางกลับมาเมื่อวันที่ 28 มี.ค.
หลังจากรัฐสภาลงมติ 346 เสียงอนุมัติให้สภาผู้แทนฯ นำผลศึกษาวิจัยของคณะกรรมาธิการไปพิจารณาต่อในสมัยประชุมนี้
แต่เรื่องยังไม่จบง่ายๆ เมื่อประธานสภาผู้แทนฯ สั่งบรรจุวาระผลวิจัยปรองดองเข้าที่ประชุมสภาพิจารณาทันทีในวันที่ 4 เม.ย. นี้
พร้อมเตรียมขยายเวลาเปิดสมัยประชุมสภาออกไปอีก 2 สัปดาห์ เพื่อรองรับ
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงเดินหน้าล้มกระดาน กดดันด้วยสารพัดวิธี
เริ่มตั้งแต่ออกจดหมายเปิดผนึก 3 ฉบับ ให้ตัวแทน ส.ส. 9 คนลาออกจากกรรมาธิการ รวมถึงเรียกร้องให้คณะผู้วิจัยสถาบันพระปกเกล้าและคณะกรรมาธิการ ถอนผลวิจัยกลับคืน
โดยมี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นแนวร่วมสนับสนุน
สำหรับ พล.ต.สนั่น ก่อนหน้านี้ยังโดนกระแสสังคมตีกลับ หลังพยายามฟื้นฝอยหาตะเข็บบี้ถามพล.อ.สนธิ ให้ตอบความจริงว่าใครอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร 19 กันยาฯ 49
อ้างว่าเป็นการตั้งคำถามเพื่อเคลียร์หน้าเสื่อให้ ? ป๋าเปรม ? พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
แต่เมื่อ พล.อ.สนธิ ยืนยันจะเก็บความลับไว้กับตัวจนวันตาย อีกทั้งรัฐบาลเพื่อไทย และกลุ่มเสื้อแดงไม่ออกมารับมุขการปั่นกระแสย้อนหลังไปถึงเหตุการณ์เมื่อ 6 ปีก่อน
คำถามว่าใครอยู่เบื้องหลังรัฐ ประหารเลยกลายเป็น ? มุขแป้ก ? ไปโดยปริยาย
กระนั้น พล.ต.สนั่นยังไม่ละความพยายามจะแย่งซีนปรอง ดองจาก พล.อ.สนธิ
เห็นได้จากการยื่นข้อเสนอให้ พล.อ.เปรม กับ พ.ต.ท.ทักษิณ จับเข่าเคลียร์ใจกันก่อน ความปรองดองถึงจะเกิดขึ้นได้
แต่ข้อเสนอนี้กลับทำให้หลายคนสงสัยว่าพล.ต.สนั่นมีจุดมุ่งหมายใดกันแน่ เพราะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากหรืออาจถึงขั้นเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
และที่สำคัญทั้งพรรคประชา ธิปัตย์และรัฐบาลเพื่อไทย มีความเห็นสอดคล้องต้องกันในเรื่องนี้ว่า ถึงแม้ ? ป๋าเปรม-ทักษิณ ? จะเคลียร์ใจกันได้
ใช่ว่าปัญหาขัดแย้งในบ้านเมืองจะจบ
เพราะต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าป๋าเปรมไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือถ้าใช่ ปัญหาของบ้านเมืองขณะนี้ได้ก้าวข้ามความขัดแย้งระหว่างคนทั้งสอง
ไปสู่ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างของสังคมไทย ซึ่งต้องแก้ไขด้วยกระบวนการสร้างความปรองดองทั้งระบบ
อีกทั้งสังคมยังมองว่า พล.ต.สนั่น ที่ตอนแรกดูเหมือนจะปกป้องป๋าเปรม ว่าไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองอันมีจุดเริ่มต้นหลังรัฐประ หาร 19 กันยาฯ 2549
แต่สุดท้ายกลับเป็นคนดึงเอา ? ป๋าเปรม ? ลงมาเสียเอง
อย่างไรก็ตามหลายคนจับตาว่า การประชุมสภาวันที่ 4 เม.ย. อาจเกิดปัญหาความวุ่นวายขึ้นอีกรอบ และอาจจะหนักกว่าการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา
ส่วนความขัดแย้งจะยกระดับความรุนแรง ลุกลามออกไปนอกสภาด้วยวิธีไหนอย่างไร หรือไม่ เป็นเรื่องที่สังคมต้องติดตามดูกันต่อไป
แต่สำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีกำหนดเดินทางไปประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 20 ในวันที่ 3-4 เม.ย. ที่ประเทศกัมพูชา
หลบกระแส ? ปรองเดือด ? ไปได้อีกยก
