วิปรัฐบาลรอแก้ รธน. วาระ 3 ผ่าน กม. ภาค ปชช. ปิดสมัยประชุม ปัดเร่งรีบ คาดได้ รธน. ใหม่ไม่เกิน ก.ค. ปีหน้า

มติชน 13 เมษายน 2555 >>>


นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวเมื่อวันที่ 13 เมษายน ว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม วาระ 2 ในวันที่ 18-19 เมษายนนี้ ทางรัฐบาลคงไม่กังวลอะไร เพราะได้ตกลงกันในวิป 3 ฝ่ายแล้วว่า หากพิจารณาไม่เสร็จในวันที่ 19 เมษายนนี้ ก็สามารถขยายเวลาการพิจารณาต่อในวันที่ 20 เมษายนได้อีก หากไม่เสร็จก็สามารถพิจารณาต่อจากนั้นได้ ส่วนการขยายเวลาการประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติออกไปนั้น คงไม่มีปัญหาต่อการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แต่การขยายเวลาการประชุมออกไป เนื่องจากทางรัฐสภาต้องพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จในวาระ 3 วันที่ 8 พฤษภาคมนี้ และจากนั้นจะมีการพิจารณาร่างกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชน ซึ่งจะต้องนำเสนอเข้าสู่สภาในขั้นรับหลักการวาระแรกก่อน เมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว ก็จะมีการเสนอ พ.ร.ฎ.ปิดสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ ต่อไป
เมื่อถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุว่าการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่เสร็จในปีนี้ นายอุดมเดชกล่าวว่า เป็นไปได้ที่การยกร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ทันในปีนี้ เพราะหลังจากพิจารณาผ่านวาระ 3 ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้แล้วต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ร. อีก 3 เดือน และเมื่อมี ส.ส.ร. แล้วก็ต้องยกร่างภายใน 8 เดือน รวมเป็น 11 เดือน หลังจากนั้นมีการทำประชามติอีก 2 เดือน ดังนั้น รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่ทันในสิ้นปีนี้อยู่แล้ว
นายอุดมเดชกล่าวว่า ส่วนกรณีพรรค ปชป. เรียกร้องให้กรรมาธิการ (กมธ.) นำรายงาน กมธ. พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญไปแก้ไขให้สมบูรณ์นั้น เป็นความพยายามของฝ่ายค้านที่จะพูดในสภาอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับกล่าวหารายงาน กมธ.ปรองดอง เป็นรายงานเถื่อน ซึ่งคราวนี้ก็ใช้มุขเดิมอีก เพื่อหวังพูดให้เข้าใจตามนั้น ทั้งนี้ปกติรายงาน กมธ. ที่เสนอสู่สภาก็จะมีการพิมพ์ตกบ้างในบางครั้ง แต่ก็สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ จึงไม่เห็นว่าจะสร้างประเด็นกล่าวหาว่ารัฐบาลเร่งรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะที่จริงแล้วรัฐบาลไม่ได้เร่งรีบ เพราะเมื่อมีการขอให้ขยายเวลาการพิจารณาในวันที่ 18-19 เมษายนนี้ ทางรัฐบาลก็ให้ได้ ดังนั้น ขอให้ประชาชนดูว่ารัฐบาลเร่งรีบพิจารณาจริงหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากรัฐสภาผ่านร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 3 ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้แล้ว เมื่อพิจารณากรอบเวลาของหมวด 16 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว จะต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ภายใน 75 วัน และ กกต. ต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งจากนั้นอีก 15 วัน รวมกระบวนการตั้ง ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 90 วัน หรือเสร็จในเดือนสิงหาคมนี้ จากนั้นจะต้องมีการเปิดประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรกใน 30 วัน หรือภายในเดือนกันยายน เพื่อเลือกประธานและรองประธาน ส.ส.ร. เมื่อมีการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก แล้วจะต้องใช้เวลายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใน 240 วัน หรือภายในเดือนพฤษภาคม 2556 จะได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากนั้นประธานรัฐสภาต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ กกต.ภายใน 7 วัน เพื่อให้จัดการออกเสียงประชามติอีกภายใน 45-60 วัน เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจากประชาชน คาดว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะบังคับใช้ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2556