ประมวลภาพงานรำลึก "10 เมษา 53" แกนนำเดินหน้า "ปรองดอง" ปัด "เกี้ยเซี้ย"

มติชน 12 เมษายน 2555 >>>




เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555 กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. คนเสื้อแดง นำโดย นางธิดา โตจิราการ ประธาน นปช. จัดงานทำบุญเลี้ยงพระเพล เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปีเหตุการณ์สลายการชุมนุม บริเวณถนนดินสอ หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ทั้งนี้ แกนนำ นปช. ซึ่งเป็น ส.ส.เพื่อไทย อาทิ น.พ.เหวง โตจิราการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ชัยศรีษะ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รวมถึง นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ได้มาร่วมงานด้วย
สำหรับญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ปะทะและสลายการชุมนุม ได้นำรูปคนเสื้อแดงซึ่งเสียชีวิตในเหตุการณ์ เมษา-พฤษภา 53 มาร่วมพิธีทำบุญด้วย ซึ่งบรรยากาศในงานมีคนเสื้อแดงเข้าร่วมอย่างเนืองแน่น
เมื่อสิ้นสุดพิธีทำบุญแล้วแกนนำและมวลชนได้นำดอกไม้ ไปวาง บริเวณถนนดินสอ หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา จุดซึ่งระบุว่ามีคนเสื้อแดงเสียชีวิตเป็นจุดแรก
นางธิดา โตจิราการ ประธาน นปช. กล่าวว่า การแก้ปัญหาทางการเมืองด้วยการทหารและปราบปรามประชาชน แล้วยกเลิก เจ๊ากันไป เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก ส่วนการปรองดอง เป็นทั้งเป้าหมายและวิธีการ ถ้ามองการปรองดอง เป็นเป้าหมาย แสดงว่ามองระยะยาว มองปรองดองเป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ ซึ่งกว่าจะไปถึงขั้นนั้น ต้องใช้เวลาหนึ่ง แต่ถ้าจะมองปรองดองเป็นกระบวนการก็ได้ กระบวนการนำไปสู่เป้าหมาย เช่น แก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งก็กลับมาสู่การปรองดองเช่นกัน ความปรองดองของเรา หมายความว่า ทำให้สังคมอยู่อย่างปกติสุข ประเทศชาติขับเคลื่อนไปได้ ทั้งที่มีความคิดแตกต่างกัน จะอยู่กันอย่างไรแม้มีความเชื่อความคิดที่แตกต่าง
ทั้งนี้เห็นด้วยกับ ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เรื่องการทำความจริงให้ปรากฎ ความยุติธรรม เราก็เห็นด้วย การเยียวยา หรือแม้กระทั่งที่พูดถึงนิรโทษกรรมครั้งล่าสุด เราเห็นด้วยทั้งหมด แต่ก็ต้องถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และนายกรณ์ จาติกวณิช ด้วยว่า ทำไมจึงไม่มีการชันสูตรพลิกศพ พล.อ.ร่วมเกล้า ซึ่งนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำความจริงให้ปรากฎหรือไม่ ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตทุกฝ่ายก็ต้องการให้ความจริงปรากฎ เพราะเมื่อปรากฎแล้ว จึงจะทำให้ยุทธศาสตร์การปรองดองสามารถเริ่มต้นได้
ด้าน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การพยายามสร้างความปรองดอง อย่างที่หลายฝ่ายช่วยกันเวลานี้ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการเกี้ยเซี้ย ไม่ได้หมายความว่า เป็นการล้มล้างทุกอย่าง เพื่อให้จบกันไป แต่เป็นความพยายาม ที่จะนำประเทศกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตย โดยไม่ให้เกิดความรุนแรง ไม่ให้เกิดความสูญเสีย ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะไม่ว่าฝ่ายใดจะสูญเสีย ทุกฝ่ายคือคนไทย แล้วผมหวังว่าความสูญเสียทั้งหมด ที่ผ่านมา มันน่าจะเพียงพอแล้ว สำหรับเราจะได้เก็บบทเรียนร่วมกัน แล้วไม่เกิดขึ้นมาอีก
ส่วนความเป็นไปได้ที่จะทำให้ข้อเท็จจริงปรากฎขึ้นมา นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หลายฝ่ายดำเนินการกันอยู่ซึ่งความจริง ก็ปรากฏออกมาเรื่อยๆ ประวัติศาสตร์ ทำงานของมัน ตลอดเวลาอยู่แล้ว เป็นแต่เพียงว่า ข้อเท็จจริง ที่จะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับอย่างเป็นทางการ ผมก็ไม่แน่ใจว่า มันจะเดินไปถึงเวลานั้นได้หรือไม่ หรือได้อย่างไร แต่ว่าความจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้ ก็คือ ถ้าหากไม่เริ่มกระบวนการปรองดอง บ้านเมืองนี้ จะถึงจุดปะทะถึงจุดแตกหัก จะถึงจุดที่มีความบาดเจ็บสูญเสียขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้น ตนคิดว่า โดยข้อเท็จจริง ณ วันนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ ก็รับรู้ความจริงแล้ว ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กระบวนการค้นหาความจริง ก็ต้องเดินหน้าต่อไป แต่จะมีฉบับที่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ทางการ ที่หลายฝ่ายลงนามยอมรับร่วมกันหรือไม่ อันนี้ ยังต้องใช้เวลาที่จะรอดู
   “ขณะนี้ กระบวนการยุติธรรม กระบวนการตรวจสอบค้นหาความจริง ยังไม่มีใครเสนอว่าให้หยุดยั้งลงเลย ทุกอย่างยังคงเดินหน้า เพียงแต่ว่าในขณะที่ทุกกระบวนการเดินหน้า เราจะหยุดขั้นตอนของการปรองดองไม่ได้ มันต้องเดินควบคู่กันไป ปลายทางของการปรองดองจะมีบทสรุปอย่างไร เป็นเรื่องที่ยังต้องใช้เวลา แต่กระบวนการยุติธรรม กระบวนการค้นหาความจริง เวลาได้ทำหน้าที่ของมันเองอย่างซื่อสัตย์ มาตลอดอยู่แล้วจนถึงขณะนี้ ผมว่า อย่างน้อยที่สุด ผลการเลือกตั้ง วันที่ 3 กรกฎาคม ก็อธิบายได้ในระดับหนึ่งว่า ประชาชน คนไทยส่วนใหญ่รู้ว่าความจริงคืออะไร” นายณัฐวุฒิ กล่าว